
นิทานเรื่อง: เมล็ดแห่งเวลา มีชายคนหนึ่งชื่ออนันต์ เขาอยากให้ต้นมะม่วงออกผลเร็ว ๆ จึงนำเมล็ดไปปลูก แต่ด้วยความใจร้อน เขาจึงประโคมใส่ปุ๋ยและรดน้ำมากเกินไป จนต้นกล้าเน่าตาย เขาจึงไปปรึกษาพระอาจารย์
พระอาจารย์ยิ้มแล้วถามว่า "โยมเคยเห็นต้นไม้ต้นใดที่โตได้ด้วยความใจร้อนบ้างไหม?" ทุกสิ่งมีเวลาเป็นของตัวเอง เมล็ดต้องใช้เวลาเป็นต้นกล้า ต้นกล้าต้องใช้เวลาเป็นต้นไม้ และผลไม้ต้องใช้เวลาในการสุกงอม ในชีวิตคนก็เช่นกัน ความสำเร็จ ความรัก และการเยียวยาจิตใจ ล้วนต้องรอเวลาที่เหมาะสม
พระอาจารย์: เจริญพรนะ เรื่องนี้ต้องแยกเป็น 2 เรื่อง และต้องใจเย็น ๆ นะครับ ที่หลวงพี่บอกว่าให้แยกเป็น 2 เรื่อง เพราะบางทีมันไม่ใช่แค่เรื่องใจเย็นอย่างเดียว แต่เราต้องเช็คด้วยว่า "เราทำถูกจริง ๆ ไหม"
บ่อยครั้งสิ่งที่เราทำอยู่นั้น จริง ๆ มันมีสิ่งที่ทำได้ดีกว่านี้ ลงตัวกว่านี้ หรือเยี่ยมกว่านี้ แต่เราดันไปติดกับการทำแบบเดิม ๆ และเข้าใจไปเองว่ามันควรจะเป็นแบบนี้แหละ หลวงพี่อยากย้ำว่า การรอคอยผลเป็นเรื่องจริง แต่สิ่งที่จริงกว่าคือ เราต้อง รีเช็ค (Re-check) สม่ำเสมอว่าวิธีที่ทำอยู่นั้นมันถูกไหม
ถ้าเราไม่มั่นใจ ก็ต้องหมั่นเข้าหาผู้รู้หรือผู้มีปัญญาเพื่อช่วยเช็ค ไม่ใช่คึกคักเอาเองว่ามันน่าจะถูก นอกจากจะรอเวลาแล้ว เราต้องมี "วิมังสา" คือการสำรวจตัวเองว่าที่เราทำอยู่นั้นมันถูกทางไหม ถ้าผิดก็ห้ามหลอกตัวเองว่าถูก
การแก้ไขไม่ใช่การ "เร่ง" เพราะการเร่งคือการไม่พอใจว่าทำไมถึงได้แค่นี้ แต่คือการปรับปรุงให้ถูกต้อง ถ้าทำได้แบบนี้ที่เหลือมันก็ง่ายขึ้นเยอะครับ หลวงพี่ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านพ้นทุกอุปสรรคไปด้วยปัญญาครับ
พระอาจารย์สัจจาธิโก
ฟังเพิ่มเติมได้ที่
https://www.youtube.com/live/YhkJJbwHpQw?si=AixCLG-TUBeFeIfT