
พระครูภาวนาสุธรรมวิเทศ (หาญชัย อาสภกนฺโต)
ㆍเจ้าอาวาสวัดภาวนาเม็กซิโกㆍผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
โลกจะต้องรู้ว่าเราทำอะไร

ก่อนที่จะรู้จักวัดพระธรรมกาย หลวงพี่คงจะหมือนกับรุ่นทั่ว ๆ ไป ที่เป็นชาวในทะเบียน คือไม่ได้สนใจเรื่องพระพุทธศาสนา อย่าว่าแต่ความคิดที่จะบวชเลย แม้แต่คิดจะเข้าวัดยังไม่มีอยู่ในเสี้ยวของความรู้สึก จนกระทั่งมีจุดเปลี่ยนที่จะเข้ามาสร้างบารมี คือ การที่หลวงพี่สูญเสียโยมย่าและโยมพ่อไปในเวลาไล่เลี่ยกัน จึงรู้สึกว่าทำไมชีวิตถึงมีความทุกข์ มีความเสียใจจากการพลัดพรากจากคนที่เรารัก จึงเริ่มสนใจเรื่องพระพุทธศาสนา โดยมีกัลยาณมิตรที่เข้าวัดพระธรรมกายมานานแล้ว เดิมนั้นเขาก็ทำหน้าที่ชักชวนให้หลวงพี่เข้าวัด แต่หลวงพี่ก็ไม่เห็นความจำเป็น เขาต้องอดทนใช้เวลาถึง ๓ ปี กว่าจะพาหลวงพี่เข้าวัดได้ แม้วันนี้เขาจะถึงแก่กรรมไปแล้ว ก็ยังนึกถึงบุญคุณของเขาอยู่
ยังจำได้ดี วันแรกที่มาวัดกับเพื่อนขณะกำลังเดินในวัด ได้พบน้องอาสาสมัครท่านหนึ่ง เขาถามว่าอยู่แผนกอะไร ก็ตอบไปว่าไม่มีแผนกเพิ่งมาวัดครั้งแรก เขาจึงชวนไปอยู่แผนกธรรมจริยา ซึ่งต่อมาเป็นแผนกต้อนรับในปัจจุบัน
หลวงพี่ประทับใจตั้งแต่เรื่องการต้อนรับปฏิสันถาร ความสะอาด ความสงบ ความเป็นระเบียบเรียบร้อย จากนั้นทุก ๆ วันศุกร์ต้องมาที่วัด คือจะสะพายเป็มาวัดวันศุกร์ ช่วงเช้าวันเสาร์หลวงพี่จะไปช่วยตีเส้นจราจร ช่วงบ่ายไปช่วยแผนกอธิษฐานธรรมจัดข้าวของเพื่อให้ญาติโยมมาทำบุญ ยุคสมัยนั้น อาสาสมัครรู้จักกันหมดจะมีความรักความผูกพัน มีอะไรก็จะช่วยเหลือกัน
หลวงพ่อทัตตชีโวท่านจะสอนเรื่องการทำงาน เรื่องแรกท่านบอกว่า ในการทำงานของเรา "อย่าเป็นตีนเป็ด อย่าเป็นตีนไก่" ฟังแล้วอาจจะไม่เข้าใจ ตีนเป็ดมันเป็นพังผืดติดกัน ถ้าโยนเป็ดลงน้ำ เป็ดว่ายน้ำสบายมาก แต่ถ้าให้เป็ดไปวิ่งแข่งกับไก่ เปิดจะวิ่งตัวมเตี้ยม
"อย่าเป็นตีนไก่" คือ ตีนไก่มันแยก ให้ไก่วิ่งเร็วกว่าเป็ด แต่ถ้าโยนไก่ลงน้ำ ไก่จมน้ำตายแล้วควรจะเป็นอย่างไรท่านบอกว่าให้เป็นนิ้วมือคน ถึงเวลาแยก แยกได้ ถึงเวลารวบ รวบได้เพราะฉะนั้นคนว่ายน้ำได้ วิ่งได้ แต่ไม่ใช่เอามือวิ่ง หมายความว่า เวลาทำงาน แม้ว่าเราจะถูกแบ่งเป็นแผนกหลาย ๆ แผนก แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องรวมกัน ต้องมาช่วยกัน
สิ่งหนึ่งที่หลวงพี่ประทับใจจำได้ไม่ลืมจนถึงทุกวันนี้ หลวงหลวงน้ออัมชโยท่านบอกว่า ถ้าคุณยายสั่งให้ท่านทำอะไร ไร ท่านจะไม่มีชัดเลย แม้กระทั่งทั่งต่อให้ครายสั่งให้ท่าน เข้าไปในในในในที่ที่ที่มีเสือแม่ลูกอ่อนอยู่ ท่านจะเข้าไปโดยไม่ถามคุณยายแม้แต่คำเดียว ว่าทำไมต้องเข้าไป เพราะท่านคิดว่าสิ่งที่คุมยายบอกคือสิ่งที่ดีที่สุด นี่คือสิ่งที่หลวงพ่อธัมมชโยท่านเล่าให้ฟัง

ส่วนหลวงพ่อทัตตชีโว ทุกครั้งถ้ามีคนเข้ามาบอกว่าคุณยายอาจารย์ฯ มาหา หลวงพ่อจะวางทุกอย่างเลย ต้องออกไปหาคุณยายก่อน เวลาที่หลวงพ่ออยู่กับคุณยาย ภาพที่หลวงพี่ยังจำได้ติดตา คือหลวงพ่อจะเหมือนเด็ก ๆ คือจะกุมมือแล้วคุยกับคุณยายเหมือนนักเรียนที่คุยกับครูหลวงพ่อบอกว่า ถ้าไม่ติดเพศของความเป็นพระ หลวงพ่อจะกราบเท้าคุณยายทุกวัน เวลาที่หลวงพ่อทัตตชีโวคุยกับหลวงพ่อธัมมชโย หลวงพ่อจะพนมมือคุยตลอด ท่านจะบอกว่าหลวงพ่อ คือ ลูกศิษย์คนโต
เวลามีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม หลวงพ่อทั้งสอง ท่านจะยังไม่โทษใคร ท่านจะให้เราย้อนกลับมาดูที่ตัวเราเอง ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ หลวงพี่อยู่ที่ต่างประเทศ ตอนนั้นวัดเราเจอสารพัดเรื่อง หนังสือพิมพ์ลงข่าววัดเราเป็นปี เมื่อมีโอกาสกราบหลวงพ่อธัมมชโย จึงได้ถามท่านว่า ทั้ง ๆ ที่หลวงพ่อตั้งใจทำงาน วัดเราตั้งใจทำงาน ทำไมหนังสือพิมพ์ว่าวัดเราอย่างนี้ หลวงพ่อท่านก็นั่งอมยิ้มฟัง พอหลวงพี่พูดเสร็จ หลวงพ่อบอกว่า "แทนที่จะเอาเวลามาคิดในสิ่งเหล่านี้ เอาเวลาไปทำงานดีกว่าลูกการที่เขาไม่เข้าใจเรา ฟ้องว่าเรายังทำงานไม่เต็มที่ ถ้าเราทำงานเต็มที่ คนทั้งโลกจะต้องรู้ว่าเราทำอะไร"

พิธีเวียนประทักษิณ ฮวดธรรมจักร เจริญสมาธิภาวนา อธิษฐานจิต แม่เมตตา


๕๕ ปี วัดพระธรรมกาย
ธรรมขยายเผยแผ่ไปอย่างไพศาล
พุทธศาสนาสว่างไสวนานเท่านาน
อนุโมทนาสาธุการทุกท่านเอย
พระครูสมุห์ธานินทร์ ปุญฺณนนุโท
ㆍผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย - ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาเยาวชนโลก

"สถาบันพัฒนาเยาวชนโลก" ได้รับภารกิจด้านการส่งเสริมศีลธรรม คุณธรรมพัฒนาศักยภาพเยาวชน ตั้งแต่อนุบาลถึงอุดมศึกษา และ ครูอาจารย์ ผ่านการศึกษาธรรมะและพัฒนานิสัยตามหลักพุทธวิธี ให้เป็นผู้นำต้นแบบด้านศีลธธรรมและคุณธรรม ช่วยสืบสานวัฒนธรรมชาวพุทธที่ดีงาม ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เพื่อพัฒนาสังคมและประเทศชาติสืบไป โดได้มีการดำเนินการประสานงานเชื่อมโยงโครงการ่วมกันกับสถานศึกษา หน่วยงานราชการ เอกชน ชุมชน บ้าน วัด โรงเรียน ตลดจนองค์กรภาคีทั้งในและต่าประเทศ โดยมีหลวงพ่อธัมมชโยและมูลนิธิธรรมกาย เมตตาให้การสนับสนุนทุนการศึกษา และงประมาณการจัดกิจกรรมโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่องมากว่า ๕๓ ปี

โครงการตอบปัญหาธรรมะ "ทางก้าวหน้า" ส่งเสริมการศึกษาหลักธรรมะเพื่อใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต จัดกิจกรรมตั้งแต่ปี ๒๕๒๕-ปัจจุบัน

โครงการตอบปัญหาธรรมะ "ทางก้าวหน้า" อินโดนีเซีย, มาเลเชีย

โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก (โครงการเด็กดี V-Star) พัฒนาเยาวชนให้เป็นผู้นำต้นแบบด้านศีลธรรมและคุณธรรม

โครงการรางวัลคุณภาพพื้นฟูเฟลือธรรมโลก ( V-Star Quality Aword VQA) เพื่อสร้างมาตรฐานสถานศึกษาต้นเบบ
ด้านศีลธรรรม ให้กำลังใจแก่สถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาที่ทุ่มเทดำเนินโครงการฟื้นฟูศีลธธรรม

โครงการอบรมธรรมทายาท บรรพชาและอุปบทหมู่ รุ่นอุดมศึกษา โครงการอบรมธรรมทายาทหญิง ระดับอุดมศึกษา

โครงการอบรมธรรมทายาทหญิง ระดับบอุดมศึกษา

โครงการกฐินสัมฤทธิ์เด็กดี V-Star สืบทอดประเพณีทอดกฐิน
มีจิตอาสาในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม และร่วมทำนุบำรุงพระพุทธศาสศาสนา English Speech

โครงการประกวดสุนทรพจน์เพื่อการเปลี่ยนแปลงโลก
(Change The World Speech Contest)

โครงการ Wake Up Melda) เด็กยุคใหม่สื่อสารอย่างสร้างสรรสรรค์
เรียนรู้การใช้สื่อในโลกยุคเทคโนโลยีอย่างมีวิจารณญาณ

โครงการครูผู้นำบุญ ผู้นำฟื้นฟูศีลธรรมโลก


พระมหาสุทธิชัย สุทฺธิชโย
- ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย - ผู้อำนวยการสำนักศรัทธาภิบาล
ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นของจริง
เมื่อเราได้ศึกษา ได้ปฏิบัติจริง
เราจะได้พบและเข้าถึงความสุขที่แท้จริง

ครั้งแรกที่มาถึงวัด น่าจะป็นวันอาทิตย์ ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ รู้สึกว่าที่นี่สงบแม้มีคนมามากจนล้นศาลาจาตุมหาราชิกา แต่มีความเงียบสงบ วัดสะอาดเรียบร้อย มาแล้วสบายใจ ประทับใจ เสียงหลวงพ่อนำนั่งสมาธิ ฟังแล้วรู้สึกใจสงบ รู้สึกชอบบรรยากาศสงบสบายใจ
เมื่อได้มาอบรมธรรมทายาทยิ่งรู้สึกประทับใจในธรรมะ เข้าใจถึงความเป็นจริต เพราะก่อนมาอบรมธรรมทายาท ชีวิตเริ่มวุ่นวาย พอมาอบรมธรรมทายาท มาศึกษาธรรม ได้ปฏิบัติธรรม ทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้น ได้แนวทางในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ทำให้เรามีความมั่นใจในการใช้ชีวิต เพราะเรามีแนวทางตามที่ครูบาอาจารย์สอน ชีวิตเรามีความสุขและประสบ
ความสำเร็จมากขึ้น
โดยเฉพาะเรื่องการปฏิบัติธรรม วัตเรามีหลักสูตรในการสอนธรรมะ ที่ทำให้ใจของเราคลายจากความฟุ้งซ่านและความไม่สบายใจ เมื่อปฏิบัติธรรมแล้วใจของเราจะสงบนิ่ง ทำให้เกิดประสบการณ์และมีความสุขภายใน ความสุขที่เราได้พบนี้ ทำให้เข้าใจว่า ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นของจริง เมื่อเราได้ศึกษา ได้ปฏิบัติจริง เราจะได้พบและเข้าถึงความสุขที่แท้จริง สุขบริสุทธิ์ที่ไม่มีความสุขใดในชีวิตที่ผ่านมาเทียบได้
สมดังพุทธพจน์ที่ว่า "นตฺถิ สนุติปร์ สุข์ สุขอื่นอื่นใดยิ่งกว่าความสุขที่เกิดจากใจที่หนิ่ง
ไม่มี" เป็นอย่างนั้นจริง ๆ
อาสาสมัครกองทัพธรรม
อาสาสมัครเกิดขึ้นมาพร้อมกับการสร้างวัดพระธรรมกาย หลวงพ่อทัตตชีโวได้ชื่อว่าเป็น อาสาสมัครคนแรกของวัดพระธรรมกาย หน้าที่แรกที่ท่านทำคือ จัดรองเท้าผู้มาปฏิบัติธรรมให้เป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีใครมาบอก ตั้งแต่หมู่คณะยังปฏิบัติธรรมอยู่บ้านธรรมประสิทธ์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระอาจารย์ หลวงพี่ทั้งหลาย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ ก็เริ่มต้นจากการมาเป็นอาสาสมัคร
แม้ตัวหลวงพี่เองก่อนบวชก็เป็นอาสาสมัครเช่นกัน คือสมัครใจมาช่วยงานวัด เพราะเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับคนหมู่มาก และตนเองก็ปรารถนาจะสั่งสมบุญกุศล ฝึกฝนตนเอง ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ เพื่อเข้าถึงพระธรรมกาย
หลวงพ่อธัมมชโยท่านได้เคยกล่าวไว้ว่า "งานพระศาสนาเป็นงานใหญ่หลางพ่อทำคนเดียวไม่ได้ ทุกคนต้องช่วยกัน เป็นตัวแทนหลวงพ่อ เป็นตัวแทนพระพุทธศาสนา และดูว่าจะช่วยอะไรสาธุชนได้บ้าง" หลวงพ่อท่านให้ความสำคัญกับอาสาสมัครมาก ๆ ไม่ว่าอาสาสมัครจะอยู่ในวัยใด ทั้งเด็กวัยรุ่นจนถึงผู้ใหญ่ ดังโอวาทส่วนหนึ่งที่ท่านเคยให้ไว้ว่า "ทุก ๆ งาดขึ้นที่เกิดขึ้นลูก ๆ อาสาสมัครทุกคนมีความสำคัญมาก เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของงานบุญนั้น ๆ"

ท่านอุปมา...อาสาสมัครคือผู้ถือกุญแจ
"มีห้องอยู่ห้องหนึ่ง เป็นห้องเห่งอริยทรัพย์ ในห้องมีสมบัติมากมายมหาศาล เต็มไปด้วย ผู้ที่มีบุญบารมีและมีปัญญา การจะเข้าไปในห้องได้นั้นต้องมีกุญแจ และผู้ที่ถือกุญแจ บุคคลที่ถือกุญแจนี้เป็นบุคคลที่มีความสำคัญมาก เพราะเป็นผู้นำแสงสว่าง นำอริยทรัพย์ นำทรัพย์สมบัติมาให้ อาสาสมัคร คือผู้ถือกุญแจช่วยไขประตูสู่การเข้าถึงพระธรรมกายและไขประตูสู่สวรรค์ นิพพาน ให้แก่สาธุชน"
ท่านให้คุณสมบัติของอาสาสมัครไว้ว่า "อาสาสมัครต้องเป็นคนดี มีฝีมือ มีอุดมการณ์ และทำงานเป็นทีม" ดังโอวาทบางส่วนที่ว่า "การแนะนำอาสาสมัครให้รับบุญญอย่างมีอุดมการณ์ เปี่ยมล้นด้วยพลังใจที่อยากรับบุญ เป็นสิ่งสำคัญกว่าการให้รางวัล อาสาสมัครต้องตระหนักถึงบุญและประโยชน์สุขของชาวโลกเป็นหลัก เหนื่อยบุญเหนื่อยบารมี นี่คืออาสาสมัครกองทัพธรรม"

อาสาสมัครทุกคนต้องทำด้วยความภาคภูมิใจ ทำอย่างผู้มีอุดมการณ์ คือมีมโนปณิธานว่า จะร่วมกันสร้างสันติสุขให้บังเกิดขึ้นแก่โลก ถ้าทำด้วยจิตสำนึกรักของความเป็นเจ้าของวัด เจ้าของงานแล้วได้ จะไม่กลัวแดด ไม่กลัวฝน ไม่กลัวเมื่อย กลัวอย่างเดียวคือ "กลัวจะไม่ได้บุญ" แล้วก็จะสนุกกับการรับบุญทุกอย่างที่พระอาจารย์หรือพี่เลี้ยงมอบหมาย
เมื่องานสำเร็จ หากได้รับรางวัลหรือของที่ระลึก ก็จะเป็นเครื่องตรึกระลึกนึกถึงบุญที่ได้ทำไปว่า "นี่คือรางวัลอันทรงเกียรติที่ได้มาเพราะรับบุญโดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยากลำบาก"
อาสาสมัครจึงมีความภาคภูมิใจในการเป็นตัวแทนหลวงพ่อ ไม่การช่วยงานพระพุทธศาสนาให้การต้อนรับ อำนวยความสะดวก ให้สาธุชนเกิดความอบอุ่นใจ สบายกาย สบายใจ ในการบำเพ็ญบุญปฏิบัติธรรม ได้อิ่มบุญและได้ธรรมะกลับไป



