เรื่องเล่าจากรุ่นบุกเบิกยุคแรก ๒๕-๒๗ อุบาสกพิพัฒน์ ชอบชล, อุบาสกวินิจ พันธ์วิริยะรัตน์, อุบาสกอนุชัย ปรีดาพิพัฒน์พงษ์

วันที่ 17 กย. พ.ศ.2569

 

2026_09_17_22br1.jpg

 

 

อุบาสกพิพัฒน์ ชอบชล

พี่เลี้ยงปฏิบัติธรรมกองอบรมสมาธิ สำนักกัลยาณมิตรสากล วัดพระธรรมกาย

 

เส้นทางที่ก้าวเดินอย่างมั่นใจ

2026_09_10_1ss1.jpg

 

                  สมัยที่ยังเป็นเด็กมีความปรารถนาที่จะนั่งสมาธิ และใช้ชีวิตเป็นพระช่วงกึ่งของชีวิตที่เหลืออยู่ จึงไปแสวงหาผู้แนะนำตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในเมือง ในป่าเขา แม้จากโรงเรียนบ้าง หรือจากวิทยุกระจายเสียงบ้าง แต่ยังไม่พบที่ที่ใช่ ครั้นได้อ่านหนังสือโลกทิพย์ เขียนถึงวัดพระธรรมกายและได้เห็นรูปโบสถ์ จึงทำให้เกิดความประทับใจเป็นอย่างมาก ต่อมาได้เข้าอบรมธรรมทายาท รุ่นที่๑๒ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๗ ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นในเส้นทางการสร้างบารมีกับหมู่คณะ

 

                 วันที่เข้ามาอยู่วัด ตรงกับวันมาฆบูชา ปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งเป็นวันครบรอบ ๒๐ ปีของวัดพระธรรมกาย วันนั้นมาร่วมงาน มาช่วยรับบุญ และตัดสินใจที่จะมาสร้างบารมีในวัด แรงบันดาลใจมาจากความรู้สึกภายในที่ผ่านการบ่มเพาะ ผ่านกาลเวลามาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ถึง พ.ศ. ๒๕๓๓

 

                 โดยมีจุดเริ่มต้นจากการมาวัดในวันอาทิตย์ ร่วมกิจกรรมบุญใหญ่ และได้รับบุญเป็นอาสาสมัครได้พบเจอพี่ ๆ อุบาสก ที่คอยเล่าเรื่องการเข้ามาสร้างบารมีในวัด ได้เห็นหลวงพ่อเป็นแบบอย่างที่งดงาม ทำให้มั่นใจว่า นี่เป็นเส้นทางที่จะก้าวต่อไป

 

                 ประทับใจที่หลวงพ่อธัมมชโยเคยกล่าวไว้ว่า “หากลูก ๆ เดินมาหาหลวงพ่อเพียงก้าวเดียวอีก ๙๙ ก้าวหลวงพ่อจะเดินมาหาลูก ๆ เอง” และคำกล่าวที่ว่า “หากมีวิธีใดที่จะทำให้ลูก ๆ ของหลวงพ่อเข้าถึงธรรม หลวงพ่อก็จะทำ”

 

จุดเริ่มต้น... ระดมธรรม

 

                 ผมโชคดีที่ได้ขึ้นปฏิบัติธรรมบนดอยสุเทพ ขึ้นไปพร้อมกันมีอุบาสกพิสิทธิ์ หมื่นแกล้ว ผมได้ใช้ชีวิตทั้งหมดที่ดอยสุเทพ ปฏิบัติธรรม จนมาถึงประมาณต้นปี พ.ศ. ๒๕๓๖ เกิดโครงการปฏิบัติธรรมพิเศษ หรือดอกไม้บานขึ้น เพื่อจัดปฏิบัติธรรมสำหรับกัลยาณมิตร ในยุคนั้นเป็นยุคก่อนที่จะมีทีมงานติวเตอร์ สมัยนั้นเรามีพระอาจารย์เทศน์สอนรวมในห้องปฏิบัติธรรม ส่วนการประชุมกลุ่มย่อยอุบาสก อุบาสิกา ที่นั่งธรรมะบนดอยสุเทพเป็นพี่เลี้ยงในการแชร์ประสบการณ์ ในตอนบ่ายหลวงพ่อท่านมาเช็คประสบการณ์ในระหว่างสัปดาห์ คำสอนคำแนะนำในยุคนั้น ก็ไม่แตกต่างจากยุคนี้ เพราะคำสอนไม่เคยเปลี่ยน คือ สติ สบาย สม่ำเสมอ และสังเกต

 

                 ความประทับใจการทำหน้าที่พี่เลี้ยง คือ เราทำประโยชน์ตน คือตัวเราก็ได้ปฏิบัติธรรม และประโยชน์ท่าน คือทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากหมู่คณะซึ่งแม้จะเป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่ประกอบอยู่ในกลไกการทำงานพระพุทธศาสนา เพื่อแผ่ขยายวิธีการเข้าถึงความสุขภายในอันเป็นความสุขที่แท้จริงภายในตัว ความภูมิใจ คือ การได้รับโอกาส เพราะจากวันนั้นทำให้เราได้รู้เรื่องรู้ราวและได้สร้างบารมีกับหมู่คณะมาจนถึงทุกวันนี้

 

 

2026_09_10_1ssss1.jpg

 

 

2026_09_17_23br1.jpg

 

อุบาสกวินิจ พันธ์วิริยะรัตน์

ผู้เชี่ยวชาญประจำกองอบรมสมาธิ สำนักกัลยาณมิตรสากล วัดพระธรรมกาย

 

หัวหน้าชั้นอนุบาลฝันในฝันฯ

2026_09_10_1ss1.jpg

 

                 ผมเป็นเด็กบ้านนอก เด็กทะเล ไม่มีความรู้เรื่องพระพุทธศาสนาสักเท่าไร มีพระท่านไปชวนบวช คำเดียวที่มาบวชก็คือ ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ แม้ไม่รู้จักวัดพระธรรมกาย แต่ก็ตัดสินใจบวชในทันที เพราะอยากบวชทดแทนพระคุณพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปแล้ว ได้เข้าอบรมธรรมทายาทรุ่นที่ ๑๒ ปี พ.ศ. ๒๕๒๗) พบหลวงพ่อทัตตชีโวครั้งแรกมีความประทับใจมาก ๆ เป็นแรงบันดาลใจทำให้มาอยู่วัด ตอนนั้นที่อบรมที่เนินประดู่ภายในวัด หลวงพ่อทัตตชีโวท่านจะมาเทศน์ให้ฟังทุกวัน เราก็ได้ฟังเทศน์ท่านทุกวัน เราก็ปลื้มมาก ท่านจบมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ส่วนเราก็เรียนเกษตรมาทางสายอาชีวะ และเมื่อ ๔๐ ปีก่อน ไม่เคยได้ยินว่ามีคนที่เรียนจบเมืองนอกแล้วมาบวชตลอดชีวิต โอ้ ! เป็นแรงบันดาลใจ

 

2026_09_17_23br2.jpg

 

 

                  เรื่องที่ท่านเทศน์สอนคือลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการ ฟังแล้วมีความสุข ไม่หลับเลย แรงบันดาลใจเกิดขึ้นท่วมท้น เส้นทางสายนี้ถ้าเป็นอย่างหลวงพ่อก็ดี ได้บวชเป็นพระ ได้เทศน์สอน เกิดความรู้สึกลึก ๆ ว่า ถ้าเรียนจบแล้วจะมาบวชอยู่กับหลวงพ่อพอเรามาเจอหลวงพ่อธัมมชโย เราก็ยิ่งปลื้ม เพราะว่ามโนปณิธานท่านยิ่งใหญ่มาก ท่านอยากให้คนทั้งโลกเข้าถึงพระธรรมกาย เราก็ไม่เคยได้ยินที่ไหนอยากให้ทุกคนเข้าถึงองค์พระภายใน เข้าถึงความสุขภายใน โดยมาสร้างวัดสร้างคนเพื่อจะให้ทุกคนได้เข้าถึงความสุขภายใน

 

                  วัดพระธรรมกายเป็นวัดในอุดมคติ มีอุดมการณ์ รักการปฏิบัติธรรม มีการรักษาศีล มีการทำทาน ครบทุกอย่างที่ทำให้เรามั่นคง ต้องบอกว่าความเป็นวัด ความเป็นพระ ทำให้เรามั่นคงมาอยู่ตรงนี้ได้ เพราะว่าสาธุชนมาวัดก็ตั้งใจ อุบาสก อุบาสิกา ก็ตั้งใจ พระก็ตั้งใจที่จะไปสู่เป้าหมายที่หลวงพ่อตั้งไว้ วัดพระธรรมกายของเราชัดเจนในการทำงานเป็นทีม แล้วเวลางานออกมาก็จะสำเร็จ สมบูรณ์ ปลื้มกันทุกคน

 

๑๔ ปี โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา

 

                  ตลอด ๑๔ ปี หลวงพ่อท่านลงเทศน์สอนในโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ในฐานะหัวหน้าชั้นก็จะเห็นภาพของท่านที่มีความเมตตาต่อชาวโลกทั้งหลาย อยู่ใกล้ชิดจึงได้เห็นอาการป่วยของท่านเห็นความเมตตาของท่าน และเห็นศิลปะของท่านที่จะถ่ายทอดธรรมะให้ลูก ๆ เข้าใจอย่างง่าย ๆเพราะลูก ๆ ของท่าน ก็หลายเพศ หลายวัย

 

2026_09_17_23br3.jpg

 

                   อัศจรรย์เป็นอย่างยิ่งว่า ทุกเพศทุกวัยเข้าใจสิ่งที่ท่านสอน มีเพลง มีภาพ มีพูด ซึ่งเด็กก็เข้าใจในแบบของเขา เพราะสอนเด็กก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ท่านก็มีเทคนิควิธีการทำให้เด็กตัวเล็ก ๆ เข้าใจถึงเป้าหมาย ส่วนผู้ใหญ่ก็ยิ่งง่ายเพราะว่าได้ศึกษา ได้เรียนรู้มาแล้ว และที่สำคัญคือความอดทนของหลวงพ่อ เราเห็นท่านจากที่แข็งแรง ๆ ขายังดี ๆ วันหนึ่งคืนหนึ่งขาท่านก็บวมขึ้นมา ถ้าเป็นเราขาบวมมากขนาดนั้น คงขอนอนก่อน ขอพักรักษาขาก่อน แต่หลวงพ่อไม่ใช่ ขาก็รักษาไปโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันฯ ท่านก็ลงสอน วันอาทิตย์ก็ลงนำนั่งสมาธิที่สภาธรรมกายสากล

 

                    หลวงพ่อท่านบอกว่า ถ้าหลวงพ่อยังมีแรง ยังเดินได้ หลวงพ่อจะทำหน้าที่ของหลวงพ่อท่านก็เมตตาลงสอน จนเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อชาวโลกอย่างมากมาย อย่างที่เราได้ฟังกรณีศึกษากฎแห่งกรรม (Case Study) ที่เราได้สัมภาษณ์ผู้มีบุญทั้งหลาย ส่วนใหญ่เปลี่ยนแปลงชีวิต ได้เพราะฟังหลวงพ่อสอนในโรงเรียนอนุบาลฯ สอนในสภาธรรมกายสากล ตรงนี้เป็นภาพที่หายาก แม้จะป่วยอย่างไร หลวงพ่อก็ยังมาสอน ไม่มีผู้นำคนใดที่จะทำแบบนี้ ผู้นำทั้งหลายที่ป่วยอย่างนี้แล้วก็มาทำอย่างนี้ ก็ยังไม่เจอเหมือนกัน แต่เราเห็นแบบนี้ตลอด ๑๔ ปี (พ.ศ. ๒๕๔๕ - พ.ศ.๒๕๕๙) และไม่ใช่มานั่งแค่ ๔-๕ นาทีแล้วลุก ท่านนั่งเป็นชั่วโมง ๆ ซึ่งเราเห็นจนประทับจิตประทับใจและมั่นใจว่า เรามาถูกทางแล้ว เราเจอครูบาอาจารย์ที่ใช่แล้ว จริงแท้แน่นอน เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เราอยู่มาถึงวันนี้ได้

 

2026_09_17_23br4.jpg

 

ชีวิตที่ต้องการของหลวงพ่อธัมมชโย

 

                 ท่านเคยบอกไว้ว่า หลวงพ่อไม่ต้องการอะไรมาก ที่ทำมาทั้งหมด ไม่ใช่หลวงพ่ออยากเด่นอยากดัง แต่ทำเพื่องานพระพุทธศาสนา เพื่อชาวโลก จริง ๆ แล้ว มีเพียงอาหารแค่ ๒ มื้อ มีที่นั่งแค่ ๑ ตารางเมตร ที่นอน ๓ ตารางเมตร แล้วมีลูก ๆ นั่งล้อมวง มีประสบการณ์ภายใน เห็นดวงเห็นองค์พระมาเล่าให้หลวงพ่อฟังทุกวัน ๆ หลวงพ่อต้องการแค่นี้ ชีวิตของหลวงพ่อ ไม่ต้องการอะไรเลย อยากเห็นลูก ๆ เข้าถึงธรรม มีความสุข มีประสบการณ์ภายใน นั่งล้อมหลวงพ่อทั้งหมดทั้งปวงที่ทำเพื่องานพระพุทธศาสนา และวิชชาธรรมกายที่ชาวโลกกำลังรออยู่

 

                 ดังนั้น การที่ได้มาอยู่ในร่มเงาบารมีของหลวงพ่อคุณครูไม่ใหญ่ คือความปลอดภัยของชีวิตในสังสารวัฏ เพราะท่านบอกเป้าหมายของชีวิตที่เกิดมา เพราะท่านบอกวิธีการที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมายของชีวิต เพราะท่านมีบทฝึกให้เราไปถึงเป้าหมายชีวิต เพราะท่านมีโปรเจ็คบุญที่ทำให้เราไปถึงเป้าหมายชีวิตอย่างมั่นคง และที่สำคัญ คือองค์กรวัดพระธรรมกายโดยการนำของคุณครูไม่ใหญ่ มีสวัสดิการ “สวรรค์” ที่องค์กรทั่วโลกให้ไม่ได้

 

2026_09_10_1ssss1.jpg

 

2026_09_17_24br1.jpg

 

 

อุบาสกอนุชัย ปรีดาพิพัฒน์พงษ์

หัวหน้ากองแก้วภูธรเก้า สำนักกัลยาณมิตรสากล วัดพระธรรมกาย

 

พบครูดี

2026_09_10_1ss1.jpg

 

                   อุบาสกอนุชัย ปรีดาพิพัฒน์พงศ์ ผมได้เริ่มเข้ามาสร้างบารมีอย่างเต็มที่เต็มกำลังหลังจากที่ได้เข้ามาอบรมธรรมทายาทรุ่นที่ ๑๔ พ.ศ. ๒๕๒๙ ผ่านมาแล้วกว่า ๓๘ ปี

 

                   ในการอบรมครั้งนี้ ผมปฏิบัติธรรมได้เข้าถึงดวงใสสว่างยิ่งกว่าพระอาทิตย์อยู่ที่ศูนย์กลางกายเป็นความสุขที่ไม่มีคำบรรยายได้ ผมจึงตั้งจิตตั้งใจ บอกกับตัวเองว่า “อยากนำความสุขแบบนี้ไปให้กับคนทั้งโลกได้รู้จัก” ตั้งแต่นั้นมาก็ได้สร้างบารมีอย่างเต็มที่เต็มกำลัง

 

                   การอบรมครั้งนั้น ผมได้ฟังธรรมจากหลวงพ่อธัมมชโย หลวงพ่อทัตตชีโว พระอาจารย์สมชาย ฐานวุฑโฒ และคุณยายอาจารย์ฯ ทุกท่านได้เมตตามาเยี่ยมเหล่าธรรมทายาท ด้วยท่านทั้งหลายเหล่านั้น เปรียบเหมือนต้นบุญต้นแบบที่ให้เรานำไปเป็นแบบอย่างในการสร้างบารมีในทุก ๆ เรื่อง ทั้งหยาบและละเอียด หากกัลยาณมิตรเป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์แล้ว วัดพระธรรมกายก็เปรียบเหมือนทั้งหมดของชีวิตผม ที่หล่อหลอมให้เราเป็นนักสร้างบารมีที่ดีและเข้มแข็ง

 

2026_09_17_24br2.jpg

 

 

                   สำหรับความประทับใจที่มีต่อหลวงพ่อธัมมชโย ผมมีโอกาสปฏิบัติธรรมกับท่านที่ดอยสุเทพ ในช่วงนั้นหลายครั้ง แต่ละครั้งที่ได้พบได้เจอ ท่านจะถามอยู่เรื่องเดียวคือ “นั่งธรรมะ เป็นยังไงจ๊ะ” เจอทุกครั้งท่านก็ถามประโยคเดิม ๆ คือ เรื่องการปฏิบัติธรรม จิตใจท่านมีแต่เรื่องที่อยากจะให้เราเข้าถึงพระธรรมกายให้ได้

 

                  ส่วนเรื่องของการขยายวิชชาธรรมกายท่านจะคิดโครงการระดับจักรวาลให้เราได้มีโอกาสได้สร้างบุญอภิมหาบุญใหญ่ เช่น โครงการบวชพระ ๑๐๐,๐๐๐ รูป โครงการกฐิน ๓๐,๐๐๐ วัด โครงการตักบาตรพระ ๑,๐๐๐,๐๐๐ รูป โครงการถวายสังฆทาน ๓๐,๐๐๐ วัด โครงการเด็กดีวีสตาร์ ฯลฯ แต่ละโครงการหากไม่มีหลวงพ่อธัมมชโย ก็จะไม่มีโครงการใหญ่ ๆ แบบนี้ให้เราได้มีโอกาสเก็บเกี่ยวบุญใหญ่ ๆจะหาใครที่เป็นเสมือนท่านไม่มีอีกแล้ว พวกเราจึงโชคดียิ่งกว่าอภิโชคดีที่ได้มีโอกาสมาพบมาเจอมาร่วมสร้างบารมีไปกับท่าน

 

                  สำหรับความประทับใจที่มีต่อหลวงพ่อทัตตชีโว ท่านเป็นครูบาอาจารย์ที่ยิ่งกว่าครูบาอาจารย์คือ ท่านมีความเป็นครูที่ถ่ายทอดสรรพวิชาให้เราอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ท่านถ่ายทอดจนกว่าจะหมดภูมิรู้ภูมิธรรมที่ท่านมี ชนิดหมดไส้หมดพุงกันเลยทีเดียว ท่านจะอธิบายขยายความจนกว่าเราจะแจ่มแจ้งและเข้าใจในธรรมนั้น ๆ อย่างถ่องแท้สำหรับความประทับใจที่มีต่อคุณยายอาจารย์ฯ ทุกครั้งที่เจอท่าน ท่านจะพร่ำสอนให้รักบุญ กลัวบาป ให้นั่งธรรมะเยอะ ๆ มีบุญเยอะ ๆ จะได้สอนตนเองได้ การสอนตนเองได้นั้นสำคัญมาก ๆ ท่านจะบอกให้เราอยู่ในบุญในทุกช่วง ทุกนาที ทุกวินาที จะบอกพวกเราไม่ให้ปล่อยใจหลุดจากศูนย์กลางกาย ไม่ให้หลุดจากบุญและวงบุญของหลวงพ่อ หลวงปู่ฯ เวลาจะรับบุญไม่ว่าจะเล็กน้อย

 

2026_09_17_24br3.jpg

 

หรือรับบุญใหญ่ ท่านจะให้เราจรดใจที่ศูนย์กลางกาย และอธิษฐานจิตตลอดเวลา ให้ใจเราไม่เคลื่อนไปจากศูนย์กลางกายหรือบุญเลย

 

                    เรานักสร้างบารมีต้องตระหนักและสอนตนเอง บอกตนเองว่าเราจะไปหาวัดแบบนี้ได้ที่ไหน จะหาครูบาอาจารย์แบบนี้ได้อีกที่ไหน ดังนั้น เราโชคดีที่มาเจอหลวงพ่อทั้งสอง เจอคุณยายอาจารย์ฯ และเจอหมู่คณะ หนักบ้าง เบาบ้าง สุขบ้าง ทุกข์บ้าง ก็ต้องอดทน จนกว่าเราจะถึงเป้าหมาย คือที่สุดแห่งธรรม

 

 

 

2026_09_10_1ssss1.jpg

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0001831849416097 Mins