ลูกนำแต่เรื่องเดือดร้อนมาให้

ภาพประกอบสร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์ ใช้เพื่อสื่อสารเนื้อหาเท่านั้น
สรุปเนื้อหาอย่างละเอียดจากวิดีโอ "ลูกนำแต่เรื่องเดือดร้อนมาให้ | EP 2584" โดย พระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ
ญาติโยมได้ส่งคำถามเข้ามารปรึกษาพระอาจารย์เนื่องจากกำลังประสบปัญหาความทุกข์ใจอย่างหนักจากการที่ "ลูกนำแต่เรื่องเดือดร้อนมาให้ไม่เว้นแต่ละวัน" โดยมีคำถามสำคัญ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่:
การที่ต้องมาเจอลูกลักษณะนี้เกิดจากกรรมอะไรในอดีต?
ลูกที่มีพฤติกรรมดื้อรั้นและสร้างความเดือดร้อนให้พ่อแม่ จะต้องได้รับวิบากกรรมอย่างไรในอนาคต?
พ่อแม่จะมีแนวทางแก้ไขกรรมและแก้ปัญหานี้ให้เด็ดขาดได้อย่างไร?
พระอาจารย์ได้อธิบายชี้ให้เห็นว่า ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลรวมของทั้งกรรมในอดีตชาติและพฤติกรรมในปัจจุบันชาติร่วมกัน:
สาเหตุที่ ๑: วิบากกรรมในอดีตชาติ (กรรมเก่า)
ในอดีตชาติ ตัวเราเองก็อาจจะเคยมีพฤติกรรมดื้อรั้น ไม่เชื่อฟัง หรือเคยสร้างเรื่องเดือดร้อนให้พ่อแม่ผู้มีพระคุณไว้เช่นเดียวกัน
เมื่อกุศลและอกุศลหมุนเวียนจนถึงคราวที่วิบากกรรมฝั่งไม่ดีส่งผล เราจึงต้องมาเสพเสวยผลกรรมนั้นด้วยการมาเจอลูกที่สร้างความเดือดร้อนให้เราในลักษณะเดียวกัน
สาเหตุที่ ๒: ความบกพร่องในการเลี้ยงดูในปัจจุบันชาติ (กรรมใหม่)
พระอาจารย์เน้นย้ำว่า "อย่ามัวแต่โทษกรรมเก่าเพียงอย่างเดียว" เพราะกรรมในปัจจุบันซึ่งก็คือวิธีการเลี้ยงดูของพ่อแม่เองมีส่วนสำคัญมาก
ความผิดพลาดส่วนใหญ่มักเริ่มตั้งแต่ช่วงที่ลูกยังเป็นเด็ก พ่อแม่รักลูกมาก เห็นลูกทำอะไรก็ดูน่ารักน่าชังไปหมด จึงเลือกที่จะ "ตามใจลูกจนเกินขอบเขต"
การตามใจโดยขาดระเบียบวินัยและการอบรมสั่งสอนที่ถูกต้อง ถือเป็นการ "เพาะนิสัยที่ไม่ดี" ให้ติดตัวเด็กไปจนโต เมื่อเติบใหญ่ขึ้น นิสัยเหล่านั้นจึงสะท้อนกลับมาสร้างปัญหาและนำความเดือดร้อนมาสู่ครอบครัว
วิบากกรรมสนองกลับในอนาคต:
พระอาจารย์อธิบายว่า กฎแห่งกรรมทำงานอย่างเที่ยงตรง เด็กที่ดื้อรั้น ไม่กตัญญู หรือชอบสร้างความทุกข์กายทุกข์ใจให้พ่อแม่ วันหนึ่งเมื่อเขาเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ มีครอบครัว และมีลูกเป็นของตนเอง วิบากกรรมนี้จะส่งผลให้เขาต้องไปเจอลูกที่ดื้อรั้นและนำความเดือดร้อนมาให้เขาเหมือนกับที่เขาเคยทำไว้กับพ่อแม่ทุกประการ
พระอาจารย์ได้ให้สติและวางแนวทางปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหานี้ไว้อย่างเป็นขั้นตอน:
๑. ปรับเปลี่ยนสภาวะจิตใจของพ่อแม่:
อย่ามัวเสียเวลากลุ้มใจ: การนั่งเครียด โศกเศร้า หรือตัดพ้อต่อว่าดวงชะตา ไม่ได้ช่วยให้ปัญหาดีขึ้น และมีแต่จะทำให้จิตใจหมองมัว
ใช้สติและปัญญา: ให้เปลี่ยนเอาเวลาและพลังงานที่เสียไปกับความกลุ้มใจ มาใช้สติปัญญาในการคิดหาทางออกและลงมือแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
๒. ตั้งเป้าหมายเปลี่ยนลูกให้เป็นคนดี:
พ่อแม่ต้องไม่ทอดทิ้งลูก และต้องตั้งจิตปรารถนาอย่างมั่นคงว่าจะหาทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้ลูกกลับตัวกลับใจเป็นคนดีให้ได้ แม้จะเป็นเรื่องที่ยากและต้องใช้ความอดทนสูงก็ตาม
๓. แสวงหาตัวช่วยและปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม (การ Reset ชีวิต):
หากลำพังกำลังของพ่อแม่ไม่สามารถอบรมสั่งสอนได้แล้ว ต้องรู้จักหา "ตัวช่วย" หรือพาเข้าหากัลยาณมิตร
นำเข้าสู่ธรรมะ: พาเข้าวัด หรือส่งเสริมให้ลูกได้มีโอกาส บวชเรียน ในวัดที่มีระบบการอบรมสั่งสอนที่ดี มีพระอาจารย์คอยดูแลสั่งสอนระเบียบวินัยและความประพฤติ
การสร้างสิ่งแวดล้อมใหม่: การย้ายเด็กออกจากสิ่งแวดล้อมเดิมๆ ไปสู่สิ่งแวดล้อมที่ดี เปรียบเสมือนการ "รีสตาร์ท (Restart) หรือ รีเซ็ต (Reset)" ตัวเองใหม่ ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการดึงเด็กออกจากพฤติกรรมเดิมๆ และช่วยตัดวงจรวิบากกรรมทั้งของพ่อแม่และของลูกให้จบสิ้นลงได้
รับชมวิดีโอฉบับเต็มได้ที่