
ตอนที่ 12 แขกรับเชิญของที่โบสถ์

วันนี้ออกผจญภัยแต่เช้า ไม่มีใครเคยไปมาก่อน วันอาทิตย์ รถว่าง ข้ามสะพานข้ามทะเล ไปอีกฝั่งอีกเมืองชื่อ “นิเทอรอย” (NITEROI) ไปถึงโบสถ์แบ๊บติสประมาณ 8 โมงเศษ, ร้านไก่ย่างข้างๆ เพิ่งตั้งร้าน, นัดไว้ 9 โมงเช้า ประตูโบสถ์ยังปิดอยู่ ออกเดินเล่น เจอซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่กว่าย่านที่เราพักอาศัยอีก ออกมาเดินที่สวนแห่งหนึ่งยังเงียบ เจอสาวหุ่นดี ท่าทางจะเป็นนักศึกษามาออกกำลังกาย,
คามูสเข้าไปพูดคุยแลกเบอร์โทร. ต้องรีบเดินกลับแล้ว สาวน้อยเดินตามมาด้วย, เจอสาวใหญ่ ป้าอลีสคนที่เชื้อเชิญพวกเรา มาโบสถ์ระหว่างทาง, เข้าไปในโบสถ์ นั่งเก้าอี้ที่มุขระเบียงด้านหน้า มันเหมือนบ้านหัวมุมเล็กๆ หลังหนึ่ง เข้าไปทักทายบาทหลวงอีกคน ที่พูดภาษาอังกฤษได้, เธอรู้สึกร่าเริง เอาเงินจ่ายค่าอูเบอร์ R$ 53 รวมค่าผ่านทาง มาให้พวกเรา แล้วเชื้อเชิญให้ทานอาหารเข้า
พวกเรากำลังนั่งกินขนมประทังชีวิตอยู่หน้าบ้านใกล้เสร็จ ก็เดินเข้าไปทานขนม และน้ำเพิ่มอีกหน่อย ออกมานั่งอยู่ในโถงที่นั่งของคนมาโบสถ์, คนมาประมาณ 6 คน รวมสมาชิกเจ้าประจํา อีกประมาณ 5-6 คน, ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัยพอเริ่มพิธี ก่อนเริ่มก็ขอให้สมาชิกที่มาใหม่แนะนำตัว จนมาถึงพวกเรา,

จากนั้นบาทหลวงร่างท้วมสูงวัยท่าทางใจดี (ถ้าคนจีนก็ประมาณแป๊ะยิ้ม) บรรยายธรรมะในไบเบิ้ล, ร้องเพลงบ้าง, มีอีกคนอยู่ด้านหน้าซ้าย คอยดูแลเรื่องเสียง, ได้เวลาคามูลออกไปบรรยาย, รู้สึกนานมาก หลับไปหลายตื่น ก่อนจบมีการแจกซองให้ร่วมทำบุญกับโบสถ์ ตามแต่ศรัทธา ในคัมภีร์บอก 10% ของเงินเดือน (บังคับอย่างนี้ คนหนีหมด) แล้วหย่อนลงในแท่นด้านหน้าที่เตรียมไว้ เหมือนหย่อนบัตรเลือกตั้งลงในหีบ,
มีการมอบของที่ระลึกเป็นผ้าธงชาติบราซิล ป้าอลีสเล่าว่า ในช่วงเวลาที่เด็กติด ที่นี่ก็ช่วยอธิษฐานให้ เด็กทุกคนปลอดภัย, เรามอบหนังสือ Global Light of Peace, เมื่อเสร็จพิธี ก็ถ่ายรูปร่วมกัน
เจ้าภาพชวนให้เราอยู่ทานข้าวเที่ยงด้วยกันขอเวลาเตรียมอาหารก่อน
ระหว่างนี้จะพาเราไปชมโบสถ์อื่น, พวกเราจึงติดรถไปด้วย 2 คัน, โบสถ์อีกแห่งกว้างขวาง แต่เข้าจากด้านหลังดูไม่ออก มีลานกว้าง สำหรับจอดรถ, ส่วนศาลาโครงเหล็กขนาดใหญ่ ให้ร่มเงา เอาไว้ประกอบพิธีกรรม, ตอนนี้เป็นที่เล่นของเด็กๆ ไปก่อน
ห้องหนึ่งมีกลุ่มหนึ่งกำลังสนทนากันอยู่ บาทหลวงเข้าไปทักทาย, เดินเข้าอีกห้องทะลุโถงโบสถ์ ที่มีเวทีกว้างขวาง มีอุปกรณ์ดนตรีตั้งอยู่ มีหนุ่มสาวๆ ประมาณ 6 คนนั่งคุยกันอยู่ ที่มุมห้องด้านหลัง, พวกเราโดยมีป้าใจดีคอยแนะนำตัวให้ แล้วมาถ่ายรูปร่วมกันที่หน้าเวที, บางคนชอบสีจีวรมาก ก็ขอถ่ายเดียวกันพระ เอาไว้เป็นที่ระลึก
เดินทางกลับมาที่โบสถ์เดิม อาหารยังไม่เรียบร้อย มีให้กล้วยหอมมาทานก่อน, ทีมงานออกไปซื้อไก่ย่างข้างๆ โบสถ์ตัวละ RS33 ย่านที่เราพัก ไก่ย่างครึ่งตัว R523, อยู่ย่านคนรวย ทำไงได้, สักพักเมื่อพร้อม เราก็เดินไปรวมตัวที่โต๊ะอาหาร ตักอาหารทุกอย่างใส่จานเดียวก่อน แล้วเชื้อเชิญทุกคนในโบสถ์ ทานอาหารพร้อมกันเลย, ป้าใจดีมีน้ำผลไม้ซ่ามาให้ขวดใหญ่

หลังอิ่มแล้ว ป้าอลีสใจดีบอก ให้เก็บของมือค่าทุกอย่าง อย่านำติดตัวไป แล้วพาเดินไป จากถนนเข้าไปในซอยที่ถัดออกไป จากโบสถ์ เดินขึ้นเขาสูง ทำเอาป้าหอบ, ถึงระดับบนทิวทัศน์สวยดี มองได้ไกล, สลัมชุมชนแออัดที่นี่ ดูดีกว่าในเมือง, สะอาด ไม่มีกลิ่น
เด็กๆ ขี่รถจักรยาน, มอเตอร์ไซด์, เดินมามุงดูพวกเรา ป้ากำลังยืนที่รั้วบ้านคุยกับลูกศิษย์เด็กสาว เลยหันมาทักทายเด็กผู้ชาย เข้าไปโอบกอด ทำการทักทาย คุยอยู่พักนึง ก่อนเดินไปต่อ
เจอบ้านเด็กสาวตัวเล็กหลายคนเข้ามาทักทายพ่อแม่มาขอถ่ายรูปด้วย, ลูกสาวตัวเล็กพรุ่งนี้ครบรอบวันเกิด 10 ปี พระเลยแฮปปี้เบิร์ดเดย์เธอล่วงหน้า, ทั้งภาษาอังกฤษ และโปรตุกีส เธอคงปลื้ม,
เดินเข้าไปอีกหน่อยเป็นทางแยก มีหลายโต๊ะริมถนน กำลังร้องรำทำเพลง กินเหล้าเบียร์อย่างสนุกสนานเสียงดัง แล้วพวกเราก็ค่อยๆเดินลงจากเขา กลับไปทางเดิม,
ป้าอลีสก็คอยเดินเก็บขวดพลาสติกน้ำอัดลมใหญ่ๆ เอาไปขาย ส่งรายได้ไปช่วยเด็กด้อยโอกาสที่แอฟริกา (คนจนเห็นใจคนจน) สลัมที่นี่อาจไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แถมผู้คนมีอัธยาศัย เข้ามาทักทายกับคนแปลกหน้า เอาบรรยากาศแค่พอสังเขป กลับมาถึงโบสถ์ก็คุยกันต่อว่า “จะไปไหน ?”
ป้าใจดีชวนเราไปด้วยสถานที่ที่สามารถรวมคนมานั่งสมาธิได้ แล้วค่อยไปพิพิธภัณฑ์ทีหลัง, คิดว่าที่ไหน ที่แท้ก็สวนเดิม ที่เราแวะเข้ามาเมื่อเช้า แต่ดีที่เจอเจ้าหน้าที่สาวคนจัดงาน เธอดีใจมากที่เจอพวกเรา เหมือนรออยู่เลย พาเราชมสถานที่

บอกให้พวกเราส่งโครงการเข้ามา เดี๋ยวเธอส่งต่อไปในหน่วยงาน เพื่อให้พวกเรามาพรีเซนต์ คุยกันในอาคารหนึ่งที่เป็นที่ซ้อมเต้น สักพักสาวๆ นักเต้นมากันเต็ม พวกเราเลยเดินออกมาชมงานต่อ, แวะถ่ายรูปกับผู้คนเป็นระยะ
มันเป็นงานรื่นเริงประจำปีของคนในพื้นที่ ใส่ชุดแฟนซีแบบดั้งเดิม ดูแปลกตา, เจ้าภาพชวนพวกเราอยู่ดูการแสดงที่กำลังจะเริ่มขึ้น แล้วเดินไปหาเก้าอี้มาให้นั่งแถวหน้าเลย, ไปหาน้ำขวดมาให้ดื่ม,
เมื่อเริ่มการแสดง ทั้งสาวน้อย สาวใหญ่หุ่นดีในชุดโคบาล ออกมาเต้นตามจังหวะ ดูเหมือนท่าจะไม่ค่อยดี เดี๋ยวเป็นข่าว พระมาเที่ยวงานประจำปี เลยขอตัวกลับ, เดินออกจากงาน ถ่ายรูปตามป้ายงานเป็นระยะ, สไปเดอร์แมน กำลังถ่ายรูปหาเงินการกุศล, ออกจากประตูเจอกัปตันอเมริกัน,
พวกเราถ่ายรูปด้วย แต่ไม่บริจาค, เป็นที่ถูกใจของทีมงาน เดินกลับมาที่โบสถ์ เข้าห้องน้ำ, คามูสกินกาแฟอีก พระฉันปานะที่โบสถ์,
พอใกล้จะกลับ บาทหลวงมอบเงินค่ารถให้ พร้อมให้เจ้าหน้าที่เรียกรถอูเบอร์ให้อีก
สมาชิกโบสถ์ออกมาส่งโดยพร้อมเพรียงกัน ราวกับเป็นสมาชิกในครอบครัวทีเดียว การปฏิสันถารได้คะแนนเต็ม ได้ใจจริงๆ หรือว่าไม่ค่อยมีหนุ่มๆ สาวๆ มาโบสถ์ก็ไม่รู้ได้ ขากลับรถอูเบอร์เลี่ยงเส้นรถติด ผ่าน Lapa Arch. อีกครั้ง ถึงที่พักค่ำหน่อย

