
ตอนที่ 13 ธรรมชาติของการทำงาน และการอยู่ร่วมกัน

เมื่อปีที่แล้ว 2017 หัวเรี่ยวหัวแรงคือ 2 สาว Silvia และ Gabrielaซึ่งปีนี้สาวคนหลังแผ่วไป งานเธอก็ยังยุ่งเหมือนเดิม ชีวิตไม่ลงตัวเสียที
สภาพเมืองรีโอฯ ตามภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยไปทั่วโลกข่าวออกมาว่า คนบราซิลหนุ่มสาวอยากออกไปต่างประเทศเพื่อเรียนและทำงานถึง 30% คนที่อยู่ก็เป็นห่วงเรื่องภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะคลื่นสึนามิ ที่หนังฮอลลีวูดหลายเรื่อง จำลองฉากริมหาดชื่อดังไปทำ เช่นเรื่อง Geostrom เป็นต้น
เท่าที่ค้นดูก็พบว่า มีข่าวอุทกภัยและโคลนถล่มในรัฐรีโอเดจาเนโรมกราคม พ.ศ. 2554 (2011) เกิดขึ้นในหลายเมืองในพื้นที่ภูเขา (Região Serrana) ในรัฐรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล อุทกภัยทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 845 คน และ สร้างความเสียหายกว่า 2 พันล้านเรียลบราซิล กลายเป็นภัยธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์บราซิล ซึ่งก็เพิ่ง 7 ปีล่วงมาแล้ว เลยต้องปลอบขวัญด้วยการจัดแข่งบอลโลกที่นี่ ในปี 2016 ก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง คนมาเที่ยวเพิ่ม โจรก็เพิ่มเหมือนกัน

แรงบันดาลใจอย่างหนึ่งของ Silvia คือทำอย่างไรให้มีพลังพิเศษช่วยทำให้เมืองพ้นภัย ความหวาดผวารายนี้เคยไปญี่ปุ่นเรียนเรื่อง Message from water จากต้นตำรับ Dr. Masaru Emoto เคยมาบรรยายที่ Rio, 26/7/2010 ก่อนเกิดภัยธรรมชาติ 1 ปี สาวรายนี้ เคยมีความคิดว่าจะเอาเรื่องนี้ ผนวกเข้ากับเรื่องสมาธิไปเสนอใน ร.ร. แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า
การโคจรมาพบกันครั้งแรก ของ Kadu กับ Silvia, Sunday 1 July, 2018 เริ่มถูกชะตา คุยกันถูกคอ หลังจากปล่อยให้ Kadu ฝันอยากจัดงานปีนี้ที่หาด Copacabana ไปอยู่พัก มาเจอสาวรายนี้ ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง ว่าควรใช้อาคารปิดดีกว่า เพราะควบคุมรายการง่ายกว่า แต่อาคารที่รองรับคนระดับพัน ค่าเช่าก็ 2 หมื่นเหรียญขึ้นไป (ประมาณ 2 แสนกว่าบาท) สรุปสุดท้าย หาข้อสรุปไม่ได้ ต้องถามส่วนกลางที่เมืองไทย นโยบายที่ต้องการปีนี้ จะไปทางไหนกันแน่ ต้องการคุณภาพ หรือปริมาณ (ไม่ต้องคิดมาก ต้องการทั้ง 2 อย่างแหงๆ อยู่แล้ว)
เริ่มงานครั้งแรกด้วยกัน ต่างเป็นวิทยากรบรรยายแบบคู่ ส่งลูกสลับกันไปมา อย่างสนุกสนานเข้าขากัน มีคามูสเข้ามาแทรกบ้าง ที่ Spa Maria Bonita, Ipanema, Monday 2d July, 2018 คืนวันต่อมานั่นแหละ

Thursday 5th July, 2018 ใกล้เพลมีนัดที่ RIO Prefeitura (เป็นประเทศที่ 2 นอกจากญี่ปุ่นที่ใช้คำว่า Prefecture แทนคำว่า Province) สาย Silvia โทร.เข้าหาทีมงาน บอกให้แวะไปรับด้วย ก็พอเข้าใจ ว่าจะได้ไม่ต้องเอารถมา แต่รู้สึกมันอ้อม และก็ใกล้เวลานัด ไปถึงที่นัด อาการสีหน้าอาการ Kadu ไม่สู้ดี, “ตามตัวทาง whatapp, ทำไมเลท ?”
แต่ก็ได้เข้าไปในห้องทำงานเจ้าหน้าที่ทั้งหมด หญิง 5 ชาย 3 เจ้าหน้าที่เป็น ชาย 2 หญิง 1 คุยเสร็จถ่ายรูปหมู่ ออกมาเดินหาร้านกาแฟคุยกันต่อ
สนทนากันดุเดือด 2 สาว (เพิ่งมาประชุมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา) ก็จากไป, ที่เหลือ 4 คน 2 คู่ ว่ากันต่อ, ต่อว่ากันซึ่งๆหน้า ต่างฝ่ายต่างคิดว่า อีกฝ่ายผิด กลายเป็นจับผิดกัน, บรรยากาศไม่ดีเอาเสียเลย
นึกอยู่แล้วเชียวว่า วันหนึ่งจะต้องเกิดเรื่องขึ้น ข้าหรือเร็ว แต่ไม่คิดว่าจะเร็วกันขนาดนี้
ตอนค่ำ หลังสวดมนต์นั่งสมาธิ ทบทวนเรื่องราววันนี้ หาสาเหตุของความผิดพลาด เพื่อป้องกัน แก้ไข
เริ่มแรก Silvia เป็นคนนัดเจ้าหน้าที่ของเมือง เพื่อเข้าไปคุยเรื่องสถานที่จัดงาน (เราคิดว่า Andrea เลขาฯ ที่ทำงานหน่วยงานนี้เป็นคนนัด)
คามูสคิดว่า “ทีมงานคนอื่นน่าจะไปฟังด้วยกัน” เลยไปนัด Kadu ไปด้วย (สงสัยไม่ได้บอกหัวหน้าก่อน พลาดข้อที่ 1)

Kadu ไม่ผิดเพราะส่วนกลางแจ้งไป แต่ดันไปชวน 2 สาว ไปด้วย คนหนึ่ง Andrea, Santra ทนายสาวไปด้วยไม่ได้แจ้งมาก่อน (เพิ่งมาประชุมเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ผ่านมาแค่ 3 วันเอง ยังไม่ถึงเวลาจะมาประชุมนัดนี้
ทีมงานเราก็ไม่รู้ว่า Silvia จะไปด้วย โทร.มากระชั้น ถ้าเอารถอูเบอร์ไปรับ คงไม่ทันนัดแน่นอน ถ้าเป็นเราจะแยกเป็น 2 สาย, ทีมหนึ่งไปรับ Silvia, อีกทีมไปตามเวลานัดที่ RIO Prefeitura, แต่ด้วยต้องการประหยัด เลยตัดสินใจไปรับ Silvia กันหมด (พลาดข้อที่ 2)
ก็ยังสงสัยว่า ทำไม Silvia ไม่เรียกอูเบอร์มาหาเรา จะได้ไม่ต้องย้อนไปย้อนมา หรือจะว่าไม่รู้ที่ตั้งของปลายทาง แต่ก็เป็นคนเมืองนี้ น่าจะพอเดาได้ ยิ่งระบบการจราจรเป็นวันเวย์ ขับรถข้ามเขา ตัวเองก็ขับรถอยู่บ่อยๆ น่าจะคาดเดาได้ ทางนี้ก็ไม่ปฏิเสธไป สิ่งที่ไม่คาดคิดมักมีโอกาสเกิดขึ้นเสมอ สติและปัญญาในการแก้ปัญหาในทุกขณะเป็นทักษะที่จำเป็น
พอไปถึงคนที่รอ 1 ชาย 2 สาวก็หน้างอ ยืนรอมาเกือบชม.ไม่มีเก้าอี้ให้นั่งรอ อารมณ์คนรอเริ่มเสีย นัดไม่เป็นนัด มาไม่ตรงเวลา(ที่นี่ถ้าถามว่า ออกกี่โมง คำตอบ กินเสร็จก็จะออกอ้าว ไม่มีการระบุเวลา)
แต่ Silvia คนนัด รู้ว่าไปไม่ทันเวลานัดแน่ ก็โทร.ไปแจ้งเจ้าหน้าที่แล้ว แต่ทำไมไม่แจ้งคนที่รออยู่ก่อน ได้บอกคามูลว่า “ให้แจ้งว่า ยังไม่ต้องมา

แต่พวกเขาไปถึงที่นัดแล้ว อาจเป็นเพราะคิดว่าไม่ควรมามากกว่าจะห่วงความรู้สึกของคนรอ (พลาดข้อที่ 3)
ขากลับลงจากรถก่อน เพราะผ่านที่พักเราพอดี ยังมาคุยต่อริมถนน Silvia เห็นว่า “ทีมของเราต้องเป็นผู้นำที่เข้มแข็งกว่านี้(เราเห็นด้วย 100%ปล่อยให้พวกเขาวาดฝันว่า งานจะใหญ่โตแต่พอรู้แค่หลักพันเริ่มถอย)
มันอาจเป็นธรรมชาติของการทำงานกลุ่ม ที่มีพื้นฐานการทำงานทัศนคติแตกต่างกัน ยิ่งระบบการสื่อสาร ภาษา ยังไม่สอดรับกันอะไรก็เกิดขึ้นได้ จะประคองทีมงานอย่างไร ให้ไปถึงฝั่งฝันไปด้วยกัน
บททดสอบมีมาเป็นระยะ อดทน มองไปที่เป้าหมายร่วมกันงานนี้พระจะทําให้เกิดสมดุล (ดีนะที่ฟังไม่เข้าใจเลยวางตัวเป็นกลางได้เนียนๆ)
เหตุการณ์ช่วงต้นเดือน ศึกภายนอกช่วงปลายเดือน สถานการณ์เริ่มดีขึ้นระหว่างความสัมพันธ์ของพวกเรากับ Kadu
เหตุการณ์ปลายเดือนคือ ศึกภายใน ศึกภายนอกยังไม่จางศึกภายในเริ่มคุกรุ่น inner Peace ต้องเริ่มปรับจูน
If you want to co fast, go alone. If you want to co far, go together. (AFRICAN PROVERB)
