ตอนที่ 4 วัฒนธรรมชาวบราซิลเลี่ยน @ รีโอเดจาเนโร

วันที่ 14 ตค. พ.ศ.2569

 

2026_10_14_4br1.png

 

ตอนที่ 4 วัฒนธรรมชาวบราซิลเลี่ยน @ รีโอเดจาเนโร

2026_10_14_1br1.png

                   Brazil - A Part of My Life by fahbeyondskyคนที่เคยอยู่บราซิลมา 3 ปีเขียนเอาไว้เรื่องวัฒนธรรมและนิสัยใจคอคนบราซิลอย่างแรกคือความรักสนุกและมีความสุขกับชีวิตที่ไม่มีชาติใดเกินได้เลย โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอล (แค่ทีมบราซิลเตะรอบแรกตอนบ่ายวันอาทิตย์, ร้านรวงปิด รถเมล์เบาบาง ทุกคนใจจดจ่อกันทีวีจอยักษ์ที่ตั้งตระหง่าน หน้า Museum of Tomorrow,ตามหน้าร้านอาหาร ตามถนนหนทาง, ที่ไหนที่เป็นที่ชุมนุมคนเพิ่งขายของเฉพาะกิจ รถเข็นขายของ ก็จะเกิดขึ้น)

 

                  คนบราซิลเลียนนั้นรู้จักวิธีว่าจะเฉลิมฉลองกันอย่างไรดูงานคาร์นิวัลเป็นตัวอย่างก็ได้ ไม่มีที่ไหนจะอลังการเท่ารีโอเดจาเนโรอีกแล้วฉันจึงต้องยกให้บราซิลเป็นราชินีแห่งการเฉลิมฉลองตัวจริง(ที่หน้าหาด ฝั่งตรงข้ามที่พัก ทุกเช้าวันอาทิตย์ มักจะมีเสียงกลองเรียกร้องความสนใจ และสร้างความบันเทิง)

 

                  พอได้ไปทำงานกับคนบราซิลฉันพบว่าเขาให้น้ำหนักกับสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เช่นสิ่งที่เรียกว่า “ความเชื่อและศรัทธาถ้าใครคนหนึ่งมีความมั่นใจอย่างรุนแรง ในการจะทำอะไรสักอย่างต่อให้มีข้อมูลน้อยไปนิด แทนที่ทีมงานจะคอยแต่แย้ง

 

                ว่ามันเหลวไหลเป็นไปไม่ได้ เขาจะให้โอกาสคนนั้นลงมือทำยิ่งกว่านั้นเขามักเข้าร่วมมือร่วมใจทำ เพื่อช่วยให้สำเร็จด้วยฉันว่าคงเป็นเพราะเขาเชื่อให้พลังแห่งความเชื่อว่าหาก “ใจ” มันไปเต็มร้อยแล้ว อย่างไรเรื่องนั้นมันก็ต้องสำเร็จ(อันนี้ดีนะ เหมาะกับงานของเราจริงๆ เชื่อว่าทำได้ก่อนอย่างอื่นค่อยว่ากัน)

 

                 ชาวบราซิลเป็นคนเปิดเผย เป็นมิตรกับคนง่าย รักสนุกลักษณะเด่นที่เป็นธรรมชาติคือ เวลาพูดจะเคลื่อนไหวร่างกายไปด้วยภาษาท่าทาง บางครั้งใช้แทนคำพูดได้ เช่นเมื่อยกนิ้วหัวแม่มือขึ้น หมายถึง ตกลงหรือขอบคุณ และอาจเป็นคําพูดที่ทักทายเมื่อพบกัน

 

                 การทักทายพระ หลายคนรู้จัก มีการพนมมือไหว้ ทักทายนมัสเต เหมือน อินเดีย, ศรีลังกา ถ้าบ้านเราก็ใช้ นมัสการคำว่า “นมัสเต” (สส์) เป็นภาษาเนปาล ที่ใช้ทักทายหรือแสดงความเคารพนับถือของชาวเนปาลและอินเดียในทุกโอกาส เป็นการทักทายแบบฮินดูมักจะแปลว่า “ขอนมัสการพระเจ้าในตัวคุณ”คำ “นมัสเต” นี้ยังใช้เป็นคำทักทาย และบอกลาได้ด้วย

 

2026_10_14_4br2.png

             

              นมัสเต เป็นคำที่มาจากภาษาสันสกฤต เป็นคำสนธิกันระหว่างคําว่า นมาหุ แปลว่า คํานับ หรือคารวะ และคําว่า เต แปลว่าท่านส่วนคำว่า “นมัสการ” นั้น ยังมีอีกสองคำที่ใช้คล้ายๆ กันคือ “นมัสการะ” กับ “นมัสการรัม” มักใช้เป็นภาษาทางการทั้ง “นมัสเต” และ “นมัสการ” นิยมใช้ทั่วไปในอินเดียทางตอนเหนือส่วน “นมัสการะ” และ “นมัสการัม” นิยมใช้ทั่วไปทางตอนใต้ของอินเดีย

 

                  อย่างไรก็ตาม นมัสเต หรือ นมัสการ ใช้ในเชิงการให้ความเคารพซึ่งกันและกัน โดยการพนมมือขึ้นระหว่างอกและก้มศีรษะลงเล็กน้อยเหมือนกับการไหว้ของไทยสสสส / Hello ใช้ทักทายในโอกาสที่ไม่เป็นทางการ นมัสเต

 

                 ถ้าวัยรุ่นหน่อย ก็คิดว่าเป็นพระกังฟู มาจากเส้าหลินดูหนังมากไปหน่อย ไม่ได้สังเกตการนุ่งห่มของพระเถรวาทกับพระมหายายเอาซะเลย

 

                 การทักทาย และให้ความช่วยเหลือแก่อาคันตุกะที่มาเยือนที่นี่ทําได้ดี วัฒนธรรมการใช้ Whatsapp. จะใช้วิธีพูดฝากข้อความใส่ รออีกฝ่ายตอบกลับ แล้วเปิดฟังจริงๆ ก็คือการโทร.คุยแบบดีเลย์ ประหยัดค่าโทร. แค่นั้นเอง

 

2026_10_14_4br3.png

 

                   การเต้นแรพ บนรถไฟใต้ดิน และขอรับบริจาคแบบเล่นปาหี่ริมถนน เป็นการพัฒนาของเด็กวัยรุ่นของที่นี่ไม่เคยเห็นที่ญี่ปุ่น ส่วนใหญ่วัยรุ่นญี่ปุ่นจะเต้น หน้าสวนสาธารณะ

 

                   คนไร้บ้าน มีตามชุมชน ที่มากหน่อยก็แถว Centro (Center)วันหยุดทํางานของร้านค้าพวกนอนยึดหน้าร้าน กลิ่นปัสสาวะซึ่ง ริมถนนใหญ่แท้ๆ

 

                   เมื่อได้มาดูสารคดี รอบโลก ของนักข่าวสาวคลื่นลูกใหม่อย่างกรุณา บัวคำศรี ที่นำเรื่องราวของพิษเศรษฐกิจยุโรปส่งผลให้ชาวสเปน หนุ่มสาว ตกงาน กลายเป็นคนว่างงานที่เรียกว่า “มนุษย์นีนี” มาจากคำว่า นี่เอสตูเนีย นีตราบาฮากว่า 3,000 คน แถมติดแอลกอฮอล์ ยาเสพติดและเป็นอาชญากรในที่สุด คนไร้บ้านยุคนี้ ต่างจากเมื่อ 20-30 ปีที่มีแต่คนชรา หนวดเครารุกรังแต่รุ่นนี้ เป็นคนหนุ่มสาว วัยกลางคน ที่ไม่มีงานทำไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้านใครฉลาดหน่อย ก็คิดวิธีเอาตัวรอด ดิ้นรนด้วยการจัดนำทัวร์ชีวิตคนไร้บ้านยุคใหม่ในเมือง ที่สเปนแทนการชื่นชมสถาปัตยกรรม สิ่งก่อสร้างอันสวยงาม

 

                   คนยุคนี้ ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องบุญ เรื่องการทำทาน เพราะไม่มีวัฒนธรรมแบบชาวพุทธ ว่าเป็นต้นเหตุของการมีโภคทรัพย์เมื่อไม่ทำบุญใหม่ ใช้บุญเก่าไปทุกวัน บุญก็พร่อง บาปเข้าแทรกส่งผลให้ลำบากอยากจน ทั้งๆ ที่ก็ไม่อยากจะเจอะเจอในชีวิต

 

                  การประชุม คนตะวันตกขอบแสดงความคิดเห็น ถูกกันทุกแง่มุมจากหลากหลายความคิดก่อนจะเริ่มลงมือทำไม่ต้องมีน้ำ ไม่มีบอร์ด อุปกรณ์อะไรทั้งสิ้น พูดกันได้เต็มที่ข่าวว่าปีที่แล้วทีมงานที่นี่ มีความเห็นไม่ลงรอยกัน ขัดแย้งกันเสียงดังบ้าง ทะเลาะกันนิดหน่อยแต่คนของเราฟังไม่ออก เลยไม่รู้ว่าทะเลาะกัน ก็ดีไปอย่างกว่าจะจูนทุกความเห็นที่ต่างประสบการณ์ให้ไปในแนวเดียวกันไม่ใช่เรื่องง่ายคนนําประชุมจึงต้องมีทักษะในการควบคุม ความเห็นที่แตกต่างกันของคนในวงประชุมเถียงกัน ถกกัน แต่ไม่ลงมือใช้กำลังแบบบางประเทศ ไม่เอาประชาธิปไตยก็ล้มยึดอำนาจกันดื้อๆ ไม่อายอารยประเทศกันเลย

 

2026_10_14_4br4.png

 

                  การขับรถ ใช้พวงมาลัยซ้ายแบบยุโรป (ยกเว้น อังกฤษ)และอเมริกัน Taxi ตามท้องถนนก็เยอะพอควรจักรยานมีใช้กันบ้าง แต่ไม่มากเท่าเมืองอื่นๆ ในโลก

 

                  อาหารการกินที่นี่ มีพืชผัก ผลไม้คล้ายเมืองไทย แต่ผลผลิตใหญ่กว่าแต่รสชาติไม่เหมือนทีเดียว จึงมีร้านน้ำผลไม้มากมายตามที่ชุมชนบางร้านขายเครื่องดื่มร้อน ขนมปัง มีที่นั่งคล้ายเมืองไทยไมโล โอวัลติน ที่นี่ไม่เห็น มีแต่ Nestle รสชาติต่างกันรูปลักษณ์กระป๋องเหมือนเครื่องดื่มชูกำลังน้ำมะพร้าวทั้งสดจากตลาดนัด รวมถึงในกล่อง 1 ลิตรรสธรรมชาติ ไม่หวานมาก

 

                   เคยกดชื้อนํ้ามะพร้าวกล่องเล็กจากตู้ขายที่สนามบินเซาเปาโลไม่ประทับใจ เลยจดจำยี่ห้อนั้น ไม่ซื้อมาอีก

 

                   มีข้าวสารใส่ถุงขายให้หุงกิน รสชาติก็ใกล้เคียงมากแล้วเอาเส้นเล็กที่นี่มาทำผัดไทย ความเหนียวของเส้นแตกต่างกันมากจริงๆไส้กรอก ดูภายนอกคล้ายกุนเชียงเมืองไทย แต่รสชาติคนละเรื่องที่นี่ออกรสเค็ม กุนเชียงไทยออกรสหวาน, หมูยอก็หวานขนมหวาน ที่หน้าตาและรสชาติคล้ายขนมบ้าบิ่นที่เมืองไทยมะพร้าวน้อยกว่า เนื้อนุ่มกว่า และหวานกว่าด้วยอีกอย่างหน้าตาคล้ายขนมตาลเมืองไทยแต่เอาข้าวโพดมาผสม รสชาติแปลกๆรสนิยมในการทานอาหารอาจแตกต่างกันความสูงโดยเฉลี่ยน่าจะสูงกว่าคนไทย ทั้งชายและหญิงความอ้วนท้วนด้วย มากกว่าจริงๆ

 

2026_10_14_4br5.png

 

2026_10_14_1br1.png

 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.00018121798833211 Mins