
ตอนที่ 6 ธรรมะสู่ระดับครอบครัว

วันจันทร์ 25/6/61 มีนัดงานนำนั่งสมาธิที่สำนักงานทนายความใครสักแห่ง ที่คามูลรู้จักทางเฟสบุ๊คมาก่อน แต่ยังไม่เคยตัวจริง(เหตุการณ์นี้เคยเกิดกับตัวเอง ตอนอยู่เมืองไทยเหมือนกันต่อมาก็ได้เจอตัวและยังติดต่อกันจนทุกวันนี้ น่าจะเกือบ 20 ปี)พอใกล้เวลานัด ขอเปลี่ยนสถานที่เป็นคอนโดที่พักย่าน Copacabana อีกหาดหนึ่งที่ติดกัน ใกล้เข้าไปอีก(ย่านนี้ต้องคนมีรายได้สูงอยู่) 9th Condominium, Copacabanaลงจากรถอูเบอร์ เจอเจ้าของบ้านหญิง ที่ไม่รู้จักมาก่อนทักทายกันสักพัก เข้าไปอาคารขึ้นลิฟท์ถึงชั้น 9ชั้นหนึ่งๆมีห้องเดียว โถงหน้าลิฟท์จึงเล็กๆ พอให้เข้าออกได้เป็นครอบครัวทนายความมีคนใช้หรือน้องสาวไม่แน่ใจแต่หน้าตาไม่ค่อยคล้ายกัน, แม่สูงวัยพร้อมเพื่อนแม่,เพื่อนสาวนักสื่อสารมวลชนอีกรายที่เจ้าของอยากให้มาเรียนสมาธิด้วยกัน

เมื่อทุกอย่างพร้อม ก็เริ่มกันเลย แนะนำตัวนิดนึงว่าจบการศึกษาอะไรมา, บวชมากี่ปี, เดินทางไปกี่แห่งฝึกสมาธิมาตั้งแต่สมัยเป็น นักศึกษาประมาณนี้ต่อมาก็แนะนําหลักการทำสมาธิ ให้ลองฝึกกันดูเลยสัก 15-20นาที จากนั้นก็สอบถามประสบการณ์ทีละคน ส่วนใหญ่ก็ทำได้มีสาวนักสื่อสารมวลชน นักคิดมีเรื่องในหัวเยอะ ทำยากอยู่หน่อย
เมื่อเล่าถึงโครงการที่จะมาทำที่นี่ปีนี้ ดูเธอสนใจเป็นพิเศษอยากได้รายละเอียดเพื่อส่งให้กลุ่ม อยากช่วยเต็มที่ถ่ายรูปหมู่ให้พรภาษาบาลี อธิบายความหมาย ปลื้มจนน้ำตาแทบไหลก่อนจะกลับ เจ้าของบ้านหญิงถวายปัจจัย $150 (ประมาณ 1,200 บ.)ให้พรอีกครั้ง ปลื้มไม่รู้จบ ล่ำลาแล้วกลับเลย
จริงๆ การถวายปัจจัยครั้งนี้ เป็นครั้งแรกของที่นี่เลยก็ว่าได้แต่ก็ไม่ได้แปลกใจ เพราะคิดว่าเขาทำในตอนแรก อาจไม่เข้าใจเรื่องบุญแต่ทำเพราะมารยาทในวิชาชีพทนายที่คิดค่าบริการการให้คําปรึกษาลูกค้าเป็นราย ชม.อย่างไรก็ตามเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เจ้าของบ้านอยากให้มาอีกพวกเราได้ชักชวนสาวใหญ่นักสื่อสารมวลชนให้มานั่งสมาธิที่ศูนย์ฯ ของเราอีก
สิ่งที่น่าสังเกต คือ วิธีในการนำนั่งสมาธินอกจากการอธิบายอย่างง่ายๆ สามารถทำตาม จินตนาการได้ทันต่อเนื่องลื่นไหล ยังต้องใช้เวลาไม่มากเกินไปสำหรับคนใหม่,

ก่อนเลิกนั่งนำแผ่เมตตาจิตสักหน่อย Spread Loving Kindnessโดยให้ขยายใจจากศูนย์กลางภายในท้องให้ครอบคลุมตัวเอง, ขยายให้ครอบคลุมห้องพัก,ขยายให้คลุมอาคาร, ขยายให้คลุมเมือง, ขยายให้คลุมประเทศขยายให้คลุมทวีป, ขยายออกสุดประมาณ คลุมไปทั้งโลกแล้วก็นึกแผ่เมตตาจิตไปยังทุกๆ คน ให้คิดว่าทุกคนคือ
สมาชิกในครอบครัวบางคนก็ทําตามได้อย่างน่าทึ่ง สิ่งนี้จะทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีรู้สึกอยากแบ่งปัน ความรักให้ผู้อื่นถ้ากลุ่มเล็ก มีเวลาก็สอบถามประสบการณ์ ตอบข้อสงสัยรายคน
อีกสิ่งหนึ่งที่ทำเพิ่ม คือการให้พรเป็นภาษาบาลีก่อนให้พรก็บอกว่า “เป็นภาษาในสมัยพระพุทธเจ้าทรงมีพระชนม์ชีพ” อธิบายความหมายให้ฟังสักหน่อยทีมงานมีแนะนำว่า ให้รับพรว่า “สาธุ” (แปลว่าดีแล้ว)ทีมงานบอกเหมือนคำว่า “อาเมน” (เหมือนหรือเปล่าก็ไม่รู้ ?“อาเมน” สุดท้ายของบทหมายถึง “ข้าพเจ้าเชื่อ”)ถ้ามีการถวายปัจจัย ไทยธรรมเพิ่ม ก็ให้พรเพิ่มอีกเป็นแบบให้ร่ำรวย, แข็งแรง, ประสบความสำเร็จในชีวิต
สำหรับคนใหม่ คนที่ไม่เคยเจอ จะรู้สึกอิ่มเอิบปลื้มใจทั้งๆ ก็ยังไม่เข้าใจเรื่องบุญเท่าไหร่การใช้ภาษาท้องถิ่น การทักทาย กล่าวล่ำลาจะสร้างความประทับได้ ทําให้เขาอยากเรียนรู้ภาษาไทยด้วยกลายเป็นทูตทางวัฒนธรรมไปด้วย นอกจากการเป็นธรรมทูต
พอกล่าวขอบคุณเป็นภาษาโปรตุกีส Obrigadoเขาก็เลยอยากพูดขอบคุณ เป็นภาษาไทยบ้างเลยต้องแนะนํา สําหรับผู้หญิง ใช้ว่า ขอบคุณค่ะสําหรับผู้ชาย ใช้ว่า ขอบคุณครับสําหรับคนที่เคยมาเมืองไทย ส่วนใหญ่จะจดจําและใช้เป็นเช่น จิตแพทย์ที่เจอเมื่อวันอาทิตย์ในงาน Buzios Yoga Fest.เป็นต้น
คําถามที่น่าสนใจจากสาวนักสื่อสารมวลชน “ทำไมท่านถึงอยากเดินทางมาเผยแผ่ที่ต่างประเทศอยากมาเอง หรือ หัวหน้าสั่งให้มา ?” คำตอบ “ถ้าไม่ได้มาต่างประเทศ ปกติที่เมืองไทยในแต่ละสัปดาห์ก็มีคลาสสอน ตอนเย็นหลังเลิกงานอยู่แล้ว มีทั้งกลุ่มเล็ก กลุ่มใหญ่มีการสวดมนต์ นำนั่งสมาธิ สอนธรรมะเป็นต้น”
คำถามต่อมา “สอนธรรมะด้วยได้ไหม ?” คำตอบ “ปกติสอนสมาธิอย่างเดียว การอธิบายธรรมะอาจขัดแย้งกับความเชื่อเดิม”สอดคล้องกับคำถามของ ผู้สูงวัยว่า “นั่งสมาธิแล้วจะขัดกับความเชื่อเดิมไหม ?” เลยตอบว่า “เป็นความรู้สากล กลางๆ ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนาแค่พักผ่อนกายและใจ บางครั้งสำหรับศาสนิกอื่นก็แนะนำให้ใช้สัญลักษณ์อื่น ที่ตนเองนับถือ แทนดวงแก้วได้”

เพราะมีโครงการงานบุญ จึงทำให้ผู้คนที่ไม่รู้จักกัน ได้มาเจอกันได้มาทํางานร่วมกัน สร้างบุญร่วมกันอีกมันเหลือเชื่อเกินจินตนาการ แต่เป็นเรื่องจริง
งานนี้ก็เป็นเรื่องความบังเอิญอย่างเหลือเชื่ออีกเรื่องหนึ่งเหมือนกัน
ณ เวลานี้ เราก็มีกลุ่มสมาชิกทีมงานชาวบราซิลเลี่ยนมากขึ้นมีทั้งครู, ครูสอนโยคะ, ทนายความ, นักจัดรายการวิทยุนักสื่อสารมวลชน
ตามหลักธรรมะ กูฏทันตสูตร ของพระเจ้ามหาวิชิตราชในพระสูตร แก้ปัญหาเศรษฐกิจ แบบ บน 4 ล่าง 3ตอนนี้มีระดับล่าง ระดับบนมีเพียงบางส่วน คือกลุ่มนักสื่อสารมวลชน ยังไม่มีข้าราชการ, นักการเมืองเข้ามาการแก้ปัญหาระดับรากหญ้า ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจและจิตใจให้เป็นกลุ่มใหญ่ จนระดับบนให้ความสนใจ เล็งเห็นประโยชน์แล้วมาเข้าร่วมในที่สุด
เกือบ 3 สัปดาห์ แนะนำการทำสมาธิเกือบ 100 คนคนที่อยากเข้ามาร่วมงานมีมากขึ้น สมาชิกกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นความเห็นก็จะแตกต่างกัน การเข้ากันได้ ผสมกลมกลืนกันหล่อหลอมความคิดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงต้องใช้เวลาและความอดทน หนทางยังอีกยาว ค่อยๆ ดูกันต่อไป

