
ตอนที่ 10 หนูน้อยผู้สร้างแรงบันดาลใจ

วันพฤหัส 19/7/61 ตอนค่ำา เดินทางด้วยรถอูเบอร์ไปโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง, ระยะทางไกลอยู่เป็นงานต่อเนื่องจากการบรรยายวันอังคารที่แล้วของพระรุ่นน้องถึง โรงเรียนอนุบาล เงียบเชียว ไปรอชั้นบน รอครูสาวๆเลิกงานมาฟังด้วย พร้อมผู้ปกครอง ประมาณ 15-20 คน
เริ่มด้วยการนำนั่งสมาธิของพระรุ่นน้องแบบสั้นๆ ต่อด้วยการบรรยาย ตอบคำถาม 2 เรื่อง
1) จะปรับปรุงความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวอย่างไร ? คําตอบ พยายามหากิจกรรมที่ท่าร่วมกันทุกวัน เช่นทานอาหารเย็นด้วยกัน ทำความสะอาดห้องนอนของตนเอง,ห้องน้ำ, ห้องครัวของส่วนรวม หรืออย่างน้อย ควรมีกิจกรรมในครอบครัวสัปดาห์ละ 1 ครั้ง อย่างน้อยที่สุดเดือนละครั้ง จะทำกิจกรรมนอกบ้าน หรือ ที่วัดก็ได้ ในสังคมไทย โดยเฉพาะต่างจังหวัด ครอบครัวชาวพุทธจะเตรียมอาหารใส่บาตรทุกเข้า ฝึกการทำทาน, ที่โรงเรียนมีการสวดมนต์ตอนเช้า อาราธนาศีลตอนปลายสัปดาห์ เราถูกฝึกกิจกรรมทางศาสนาตั้งแต่เด็ก ทำทาน รักษาศีลและสวดมนต์ ตอนนั้นยังไม่มีการสอนเรื่องการทําสมาธิ, ดังนั้น สังคมไทย จึงมี 3 ส่วน บ้าน วัด โรงเรียน

2) จะปรับสมดุลอย่างไร ? เรื่องงานกับครอบครัว คำตอบ ถ้าทั้ง 2 อย่าง ไปด้วยกันดีที่สุด แต่ถ้าไม่ได้ บางทีก็ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งที่ดีที่สุด ยกตัวอย่างชีวิตจริง ตอนจบมาใหม่ๆ ทำงานอยู่ราว 10 ปี ระหว่างทํางานก็เรียนต่อ ปริญญาโท ช่วงเย็นใช้เวลา 2 ปี เหนื่อยมาก หลังจบโท ทํางานบริหารหลายบริษัท ได้เงินมาเยอะ แต่บางครั้งก็ถามตัวเอง เราจำเป็นต้องมีเงินมากมายหรือเปล่า บางทีเราก็ลืมความสุข อิสระ และเวลาในชีวิต เนื่องจากเป็นโสด ไม่ได้แต่งงานก็ตัดสินใจง่ายหน่อย เลยออกบวช แต่สําหรับคนมีครอบครัว คุณไม่มีทางเลือก คุณต้องทำทั้ง 2 อย่างไปพร้อมกัน
ถามคนฟังก่อนว่า “ให้คุณไปฝึกลูกคุณนั่งสมาธิเองทำได้ไหม ?” แล้วจึงเปิดคลิปการฝึกหนูน้อยยูกิที่ญี่ปุ่น, เปิดไป 7 ตอนสั้นๆ เริ่มตั้งแต่เธอมาวัดพร้อมคุณแม่ จันทร์ถึงศุกร์ เพื่อมาเตรียมภัตตาหาร ปั้นขนมไข่นกกระทาในครัว ถวายภัตตาหารด้วยตนเอง ที่หนักจนแทบยกไม่ไหว ช่วงบ่ายก่อนกลับบ้าน ให้เธอสวดมนต์ ใหม่ๆเธอก็จะไม่ค่อยมีสมาธิ วอกแวก, เมื่อเวลาผ่านไปเธอเริ่มสวดคล่อง นิ่งมากขึ้น จนเธอสามารถสวดได้ด้วยตนเอง ทั้งๆที่เธอก็อ่านหนังสือไม่ได้ อาศัยการฟังและการจําเท่านั้น ที่ยังไม่สอนเธอนั่งสมาธิเพราะเธอยังเล็กไป ก่อนนอนก็ไปกราบเท้าคุณพ่อ, ว่างก็ช่วยล้างรถที่หน้าบ้าน
ทั้งคุณครูและผู้ปกครอง ถูกใจชื่นชอบหนูน้อยมาก ดูเหมือนคลิปนี้เหมาะกับ โรงเรียนอนุบาลมาก

มีคำถามว่า “เด็กไทยเป็นอย่างนี้ ทุกครอบครัวไหม ?”
คำตอบ “ส่วนใหญ่จะเป็นกับสมาชิกที่พาเด็กมาวัดเป็นประจำ”
คําถาม “เด็กอายุเท่าไหร่จึงสามารถฝึกสมาธิได้ ?”
คำตอบ “อายุ 7 ขวบขึ้นไป” (สมัยพุทธกาลสามเณร 7 ขวบบรรลุธรรมกันมากมาย)
จากนั้นเล่าถึง “ข่าวกรณีเด็กไทย 13 คนกับโค้ชหนุ่มติดอยู่ในถ้ำลองให้ทุกคนจินตนาการว่า อยู่ในถ้ำที่มืด หนาวไม่มีอาหารและน้ำ ไม่สามารถติดต่อคนภายนอกได้ ไม่มีใครรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน ด้านหน้าเป็นน้ำที่เย็น ไม่มีทางหนีออก สถานการณ์อย่างนี้ เราจะทำอย่างไรดี ?” โชคดีที่โค้ชหนุ่มเคยบวชมา 8 ปี รู้วิธีการทำสมาธิ จึงแนะนำให้ เด็กทำสมาธิเพื่อระงับความกลัว ความวิตกกังวล และอยู่นิ่งๆ เพื่อใช้พลังงานให้น้อยลง, รอและรอ รอให้คนมาช่วย นักดำน้ำชาวอังกฤษที่ไปพบเด็กกลุ่มนี้คนแรก รู้สึกประหลาดใจ ที่เด็กๆ ดูนิ่งสงบ ยิ้มได้ พูดภาษาอังกฤษได้ ความรู้มากมายที่เราเรียนมาตั้งแต่ โรงเรียน วิทยาลัย, มหาวิทยาลัย ช่วยอะไรไม่ได้เลยในยามวิกฤต มีแต่สมาธิเท่านั้นที่จะช่วยเราได้
แล้วก็เล่าเรื่องคาถาธรรมบทพระ 7 รูปที่ถูกขังในถ้ำ เพราะวิบากกรรมในชาติอดีตส่งผล
นิทานเรื่องนี้ใกล้เคียงกับเหตุการณ์ในปัจจุบันนี้มาก เลยพอจะทํานายผลว่า ถ้าในอดีตเด็กกลุ่มนี้ไม่เคยฆ่าสัตว์ ชาตินี้ก็รอดชีวิต แต่ถ้าในอดีตเคยฆ่าสัตว์ พวกเขาก็ไม่รอด
ตอนนี้เด็กทุกคนก็รอดมาทั้งหมด เด็ก 13 คนพร้อมโค้ชจะบวช
คำถาม “สมาธิมีประโยชน์อย่างไร ?” (ดูเหมือนเป็นคำถามของคุณครู เพื่อให้พูดสรุป) ซึ่งก็ไม่ยากอะไร หลังจากตอบไปบางข้อ เริ่มต้นเพราะเห็นคนฟังสีหน้าไม่ค่อยเคลีย
กามูสโยนคำถาม พระรุ่นน้อง ที่นั่งข้างๆ ช่วยตอบ สรุปปิดอีกครั้ง คนฟังปรบมือกันใหญ่ (จบเสียที ?), คามูสเล่าโครงการปีนี้ต่อ, ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวขอบคุณ ถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน, คุยกันต่อ แจกนามบัตร,
ก่อนกลับผู้อำานวยการหญิงและครูสาวอีก 2 คน มาถวายขนมเค้กพร้อมเงินปัจจัย R$100 (ประมาณ 1 พันบาท เป็นครั้งที่ 3 ห่างจากครั้งที่แล้ว 4 วัน) ด้วยความนอบน้อมเหมือนหนูยูกิเลย พร้อมเรียกรถแท็กซี่ให้ จ่ายเงินค่ารถให้ด้วย
