ตอนที่ 14 การตลาดแบบบราซิลเลี่ยน

วันที่ 15 ตค. พ.ศ.2569

 

2026_10_15_14br6.png

 

ตอนที่ 14 การตลาดแบบบราซิลเลี่ยน

2026_10_15_1br2.gif

              การตั้งราคาขาย R$7,99 (ที่นี่ใช้, แทน.) ซื้อจริงก็จ่าย RS8 อยู่ดีไม่มีเหรียญ R$0.01 ให้ทอน เขียนให้ดูเหมือนถูกกว่า RS1

 

                พัดลม ที่เมืองไทยจะปรับจากแรงน้อยไปแรงมาก  ที่นี่ปรับจากแรงมากไปแรงน้อย กลัวไม่ทันใจ

 

                 ราคานํ้าเปล่าแบบขวด ที่นี่จะมีหลายราคาและราคาสูง  เมื่อเทียบกับนํ้าดื่มอื่นๆ  คนจึงนิยมใช้เครื่องกรองน้ำติดในครัว ในบ้าน  เราเลยต้องขนเครื่องกรองน้ำมาจากไทย,

 

                 ราคาไอติม ราคาสูงมากจนน่าตกใจ ไปถามแถวย่าน Santa  Teresa ราคา RS7 คิดว่าเป็นราคาแหล่งท่องเที่ยว  พอมีโอกาสถามราคาที่ร้านอาหารแถวย่านพักอาศัย  ราคา RS6-8 ใกล้เคียงกัน  ถ้าเป็นราคาไอติมหลอด แบบชาวบ้านทำ ราคา R52

 

               หลายวันต่อมา ไปเดินย่านช้อปปิ้ง โคปาคาบานา  เจอร้านขายขนมปัง มีตู้แช่ใส่ตู้เย็น ราคา Magnum R$9.5,  Wall R$4.5 มีทั้งถูกและแพง ในตู้เดียวกัน

 

                 ไอศกรีมรถเข็น ตามห้าง แบบตัดใส่ถ้วยกระดาษ ราคา  R12-18 ขึ้นอยู่กับขนาดถ้วย

 

                ใครชอบไอติม ก็กินที่เมืองไทยเสียให้หายอยากก่อนมา

 

2026_10_15_14br2.png

                  กาแฟที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตที่ใหญ่แห่งหนึ่งของโลก  ได้พยายามชิมมาหลายยี่ห้อ ก็ยังไม่ถูกใจคอกาแฟเมืองไทย  ตั้งแต่สตาร์บัค ก็รสชาติแตกต่างจากที่อื่นๆ  กาแฟสำเร็จ ลองมา 2 ยี่ห้อ ก็มีแต่รสขม กลิ่นหอมไม่รู้หายไปไหน  ก็คงต้องลองไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถูกใจ  ไปสถานที่ไหน ใครเสนอกาแฟ เอาเลย  ตั้งแต่ City Hall ก็ลองกาแฟดำ ไม่ใส่อะไรทั้งสิ้น  ก็ไม่มีความหอมเหมือนกัน

 

                 ถ้าไม่มีกาแฟไปฝาก ก็อย่าว่ากันนะ กลัวไม่เอาไปกินกัน  ที่นี่มียี่ห้อท้องถิ่น ทำเป็นตลับแบบ Nestcafe dolce gusto  แต่ไม่มีเครื่องซง สมาชิกก็ไม่ค่อยจะดื่มกัน จะลงทุนซื้อ  ก็คงต้องหอบเอากลับเมืองไทย เลยต้องทดสอบแบบ instant ก่อน  จะได้ตัดสินใจถูกว่าจะซื้อกลับไทยหรือไม่  

 

                  สินค้าบริโภคบางอย่าง ก็อาศัยหนังจากฮอลลีวูดบ้าง  อาศัยหนังการ์ตูนค่ายๆ บ้างมาช่วยการตลาด เช่น น้ำมะพร้าว,  น้ำเปล่า, รวมถึงรองเท้าแตะชื่อดังฮาไวน่า Havainas ของที่นี่  เนื่องจากรองเท้าแตะ ไม่มีเทคโนโลยีอะไรมาก จึงเลียนแบบได้ง่าย  จึงต้องอาศัยการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ การ์ตูนหรือหนัง  เพื่อช่วยโปรโมทสินค้า เพื่อไม่ให้รายย่อยตามทัน

 

                  แต่ก็มีบางอย่างที่ถูกนำไปใช้ เพื่อการแสดงการกุศล  โดยไม่ได้จ่ายลิขสิทธิ์ ชุดไอ้แมงมุมและกัปตันอเมริกัน  ที่หน้าสวนแห่งหนึ่ง ในเทศกาลประจำปี เมือง Niteroi

 

                หรือแม้แต่การตั้งชื่อสินค้าแปลกๆ เพื่อเอาใจวัยโจ๋  Mad dog กินมากอาจบ้าได้

 

2026_10_15_14br3.png

 

                  สินค้าอีกอย่างที่มีความเฉพาะตัวของที่นี่ น้ำตาล  ประเทศนี้ผลิตน้ำตาลจากอ้อยที่ปลูกได้เป็นจำนวนมาก  มาแปรรูปน้ำตาล  ตั้งแต่ครั้ง โปรตุเกสเจ้าอาณานิคมปกครองอยู่ด้วยแบบหล่อ Mold,  รวมทั้งรูปทรงน้ำตาลแท่ง ที่ผลิตได้ทั้งสีเข้มและ  สีขาวจึงตั้งชื่อว่า “Sugarloaf"  ต่อมาจึงนำชื่อนี้ไปตั้งชื่อภูเขาลูกหนึ่งที่หน้าหาด Botafogo  ว่า “Sugarloaf” เพราะมีรูปทรงคล้ายกัน

 

                   แต่สำหรับยุคนี้เปลี่ยนไปมาก  มีทั้งนํ้าตาลทรายและน้ำตาลเหลวชนิดเข้มข้น ใส่เพียงนิดเดียว  หวานจับใจ (ไม่ได้ลอง เพราะน้ำตาลไม่มีผลดีต่อสุขภาพ)

 

                  สินค้าน่าทึ่งอีกอย่าง คือ ฝักบัว ทำน้ำร้อนภายในตัว  มีขดลวดทองแดง อยู่ภายในหัวฝักบัว น้ำกับไฟฟ้า  ไม่น่าจะไปด้วยกันได้ แต่ที่นี่เขาใช้กัน  อีกอย่างที่น่าทึ่งไม่แพ้กัน คือไส้กลางของกระดาษทิชชูม้วน  ปกติที่เคยเห็น เคยใช้เป็นกระดาษแข็งกลวงตรงกลาง  สําหรับสอดกับแกนพลาสติกหรือไม้ ใช้ในห้องน้ำ  แต่ที่นี่เป็นกระดาษทิชชูทั้งหมด ถึงแกนกลาง

 

2026_10_15_14br5.png

                  ที่นี่ไม่มีเด็กขายพวงมาลัย มีแต่เด็กขายถั่วเป็นซองตามทางแยก  โดยการเอาของถั่ว ไปพาดกับกระจกข้าง  ถ้าใกล้เวลาสัญญาณไฟเขียว ถ้าเจ้าของรถไม่หยิบไป ก็จะรีบมาเก็บคืน  ก่อนที่รถจะออกไป บังคับหน่อยๆ แต่ดูเหมือนไม่ได้ผล

 

                  เทคนิคการต่อรองราคา  ครั้งแรกที่ตลาดจตุจักรที่นี่ ต่อรองราคาเสื้อวอร์ม จากราคา R5100  คนขายลีลาเยอะเหลือเกิน มีให้ลองสวมดูก่อนทีละแขน,  ถ้าต่อราคา ขอคิดดูก่อน, ขอต่อ RS80 ให้ราคาที่ R90  เราก็ใจอ่อน คิดว่าลดลงมาได้นิดหน่อย RS10 ที่นี่เกือบ 100 บาท  พอมาอีกครั้ง เดินเข้าไปอีกหน่อย ย่านนี้คล้ายตลาดสำเพ็ง  เจอร้านแผงลอย ขายถุงยางพลาสติกสำหรับบรรจุน้ำร้อนใบเล็ก  ถามราคา คนขายบอก R$10 ขอต่อ RS8  คนขายไม่ยอม เราเดินไปเลย ต้องเรียกตามหลัง  แม้อย่างนั้น เวลาส่งเงินไป ทําเป็นชวนคุยให้ลืมเงินทอน  แต่มือชั้นนี้แล้วยาก ต้องทวงจึงได้

 

                   มีเจ้าหน้าที่แขวนอุปกรณ์ ประชาสัมพันธ์หน้าหลังแบบเคลื่อนที่  เพื่อดึงดูดความสนใจซึ่งก็ดีกว่าเอาหุ่นมาตั้งไว้ที่ทางเท้าเฉยๆ  เพราะอย่างน้อยก็สามารถตอบข้อซักถามได้  

 

                   ป้าย LCD เปลี่ยนภาพและข้อความได้ ตามริมถนน  บอกวันที่และอุณหภูมิ  ป้ายTele scene เปลี่ยนทั้งแผ่น มีตั้งอยู่ตามทางเท้า  ในสถานีรถไฟใต้ดิน

 

                          แผ่นโฆษณาซีทรู มีทั้งติดกระจกหน้าร้านอาหาร  กระจกหลังแท็กซี่ และขบวนรถไฟใต้ดิน รถรางบนดิน

 

                          วันนี้เจอป้ายโฆษณาซุปเปอร์มาร์เก็ตแบรนด์ใหม่  ที่เกิดจากการยุบรวมซุปเปอร์มาร์เก็ตเดิม 7 แห่งมาใช้แบรนด์ใหม่  สงสัยเพื่อลดพนักงานและประหยัดต้นทุน

 

                         เครื่องขายของแบบหยอดเหรียญ Vending Machine  ที่นี่ก็มีให้เห็นทั้งสนามบิน, สถานีรถไฟใต้ดิน  เครื่องเติมเงินสำหรับบัตรรถไฟฟ้าและรถเมล์ ที่มีภาษาอื่นให้เลือก

 

                        อะไรคือจุดขายการท่องเที่ยวของที่นี่

                                 1. ทิวทัศน์ ทัศนียภาพตามธรรมชาติ ที่มีทั้งภูเขาและทะเล

                                 2. พิพิธภัณฑ์ทั้งแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่

                                 3. เมืองแห่งศิลปะ งานเทศกาลคาร์นิวัลที่ยิ่งใหญ่

 

                       เกือบทุกประเทศในโลก เน้นขายการท่องเที่ยวและจัดอีเว้นต์  โดยเฉพาะกีฬาระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลโลก  หรือกีฬาโอลิมปิค เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ

 

                     ส่วนงานไหนจะยั่งยืน เป็นหน้าตาของเมืองก็ต้องดูกันยาวๆ  

 

                      เมื่อนายกเทศมนตรีและเลขาฯ เห็นโครงการของเราเท่านั้น  เกิดไอเดียบรรเจิด นี่คือ อีเว้นต์ระดับโลกอีกงานหนึ่ง  ที่ไม่ต้องลงทุน ลงแรงอะไรมาก มีคนมาผลักดันงานให้อยู่แล้ว  แต่มีผลต่อการสร้างภาพลักษณ์เป็นอย่างดี, นอกจากทรัพยากร  การท่องเที่ยวที่มีอยู่แล้ว นี่คือ ภาพสะท้อนของสันติภาพระดับโลก

 

2026_10_15_14br4.png

2026_10_15_1br2.gif

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0004921833674113 Mins