ชาดก 500 ชาติ รวมนิทานชาดกพร้อมภาพประกอบ คติธรรม ข้อคิดสอนใจ

ชาดก 500 ชาติ : ชาดก 500ชาติรวมชาดก 500 ชาติพร้อมภาพประกอบ  ข้อคิดสอนใจ

ชาดก คือ เรื่องราวหรือชีวประวัติในอดีตชาติของพระโคตมพุทธเจ้า คือ สมัยที่พระองค์เป็นพระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีอยู่ พระองค์ทรงนำมาเล่าให้พระสงฆ์ฟังในโอกาสต่าง ๆ เพื่อแสดงหลักธรรมสุภาษิตที่พระองค์ทรงประสงค์ เรียกเรื่องในอดีตของพระองค์นี้ว่า ชาดก ชาดกเป็นเรื่องเล่าคล้ายนิทาน บางครั้งจึงเรียกว่า นิทานชาดก

ชาดก 500 ชาติ :: อรรถกถาคันธารชาดก ว่าด้วยพระคันธาระฤาษี

 อรรถกถา คันธารชาดก

ว่าด้วยพระคันธาระฤาษี

 

                เมื่อคำตักเตือนจากมิตร กลายเป็นบททดสอบของใจค่ำคืนหนึ่ง ณ พระราชวังแห่งคันธารรัฐ แสงจันทร์เต็มดวงส่องผ่านหน้าต่างเข้ามายังท้องพระโรงพระเจ้าคันธาระประทับอยู่บนบัลลังก์ ท่ามกลางเหล่าเสนาอำมาตย์ ขณะกำลังสนทนาถึงหลักธรรมในการดำเนินชีวิตทันใดนั้น แสงจันทร์ที่เคยสว่างไสวกลับค่อย ๆ มืดลง“เกิดอะไรขึ้น?” พระราชาตรัสถาม“ฝ่าบาท! พระราหูกำลังบดบังดวงจันทร์พ่ะย่ะค่ะ!” อำมาตย์ผู้หนึ่งกราบทูล

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%871.png

 

                พระเจ้าคันธาระทอดพระเนตรท้องฟ้าอย่างเงียบงัน ก่อนเกิดความคิดบางอย่างขึ้นในพระทัยแม้ดวงจันทร์ที่งดงาม ยังถูกบดบังจนสิ้นแสงได้ แล้วตัวเราที่มัวหลงอยู่กับอำนาจและทรัพย์สมบัติเล่า จะต่างกันอย่างไร?คืนนั้น พระองค์ตัดสินพระทัยครั้งสำคัญ“เราจะสละราชสมบัติ และออกแสวงหาความสงบที่แท้จริง”แม้เหล่าอำมาตย์จะตกตะลึง แต่พระราชาก็มิได้เปลี่ยนพระทัย พระองค์ทรงมอบการปกครองให้เหล่าอำมาตย์จัดการ แล้วเสด็จออกบวชเป็นฤๅษี มุ่งหน้าสู่ป่าหิมพานต์

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%872.png

 

                จากกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ พระองค์กลายเป็นนักบวชผู้ใช้ชีวิตเรียบง่าย ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบขณะเดียวกัน ณ วิเทหรัฐ พระเจ้าวิเทหะ ผู้เป็นสหายที่ไม่เคยพบหน้ากับพระเจ้าคันธาระมาก่อน ได้ทรงทราบข่าวจากเหล่าพ่อค้า“ว่าอย่างไรนะ? พระเจ้าคันธาระสละราชบัลลังก์แล้วหรือ?”“เป็นความจริงพ่ะย่ะค่ะ บัดนี้พระองค์ออกบวชอยู่ในป่าหิมพานต์”พระเจ้าวิเทหะนิ่งคิดสหายของเราคงมองเห็นบางสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าราชสมบัติ จึงยอมละทิ้งทุกอย่างได้

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%873.png

 

                 ในที่สุด พระองค์ก็ทรงตัดสินพระทัยสละนครมิถิลา ทรัพย์สมบัติมหาศาล และความสุขสบายทั้งหมด ออกบวชเป็นฤๅษีเช่นเดียวกันกาลเวลาผ่านไป ฤๅษีทั้งสองได้พบกันในป่าหิมพานต์ แม้จะรู้สึกถูกอัธยาศัยกัน แต่ต่างก็ไม่ทราบว่าอีกฝ่ายคือสหายที่เคยติดต่อกันเมื่อครั้งครองราชย์

 

                จนกระทั่งคืนวันเพ็ญคืนหนึ่ง ขณะทั้งสองนั่งสนทนาธรรมใต้ต้นไม้ใหญ่ พระราหูก็บดบังดวงจันทร์อีกครั้ง“ท่านอาจารย์ เหตุใดดวงจันทร์จึงมืดลงเช่นนั้น?” วิเทหดาบสถามคันธารดาบสเงยหน้ามองท้องฟ้า ก่อนตอบว่า“เพราะพระราหูบดบังแสงจันทร์ เช่นเดียวกับทรัพย์สมบัติและอำนาจที่เคยบดบังจิตใจของเรา”

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%875.png

 

               ท่านหยุดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ“นั่นคือเหตุผลที่เราสละราชสมบัติแห่งคันธารรัฐ แล้วออกบวช”วิเทหดาบสเบิกตากว้าง“ท่านคือ... พระเจ้าคันธาระหรือ?”“ถูกแล้ว”“ถ้าเช่นนั้น ท่านก็คือสหายของข้า! ข้าคือพระเจ้าวิเทหะแห่งนครมิถิลา!”ทั้งสองต่างประหลาดใจและยินดีอย่างยิ่ง เมื่อรู้ว่าผู้ที่ตนสนทนาธรรมด้วยมาตลอด คือสหายเก่าที่ไม่เคยพบหน้ากันนับแต่นั้น ทั้งสองจึงอยู่ร่วมกัน ศึกษาธรรมและใช้ชีวิตอย่างสงบสุขหลายปีต่อมา ฤๅษีทั้งสองเดินทางออกจากป่าหิมพานต์ มาพำนักใกล้หมู่บ้านชายแดนแห่งหนึ่ง

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%876.png

 

              ชาวบ้านต่างเลื่อมใส จึงสร้างกระท่อมเล็ก ๆ ให้พักอาศัย และนำอาหารมาถวายเป็นประจำบางวันอาหารมีรสชาติอร่อย บางวันกลับจืดชืดจนแทบไม่มีรสวันหนึ่ง ชาวบ้านนำเกลือห่อใบตองมาถวายเป็นจำนวนมากวิเทหดาบสแบ่งเกลือให้คันธารดาบส และใช้ส่วนหนึ่งสำหรับตนเอง แต่เมื่อเห็นว่ายังเหลืออยู่

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%877.png

 

               จึงนำไปซ่อนไว้ในกอหญ้าเก็บไว้ก่อนดีกว่า วันไหนอาหารจืดจะได้มีเกลือใช้หลายวันผ่านไป ชาวบ้านนำอาหารมาถวายตามปกติ แต่ครั้งนี้ไม่มีเกลือมาให้วิเทหดาบสจึงเดินไปหยิบห่อใบตองที่ซ่อนไว้ ก่อนนำมาให้สหาย “ท่านอาจารย์ วันนี้มีเกลือแล้ว เชิญท่านรับเถิด” คันธารดาบสมองห่อเกลือด้วยความสงสัย“วันนี้ชาวบ้านไม่ได้ถวายเกลือ แล้วท่านนำมันมาจากไหน?”“ข้าเก็บไว้ตั้งแต่วันก่อน เห็นว่าเหลือมาก จึงเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น” ทันใดนั้น สีหน้าของคันธารดาบสก็เคร่งขรึมขึ้น“วิเทหะเอ๋ย... ท่านละทิ้งนครอันยิ่งใหญ่ ทรัพย์สมบัติมหาศาล และหมู่บ้านถึงหนึ่งหมื่นหกพันแห่งมาแล้ว แต่บัดนี้กลับยังหวงแหนเกลือเพียงเล็กน้อยอีกหรือ?”

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%878.png

 

               วิเทหดาบสชะงักคำพูดนั้นทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกตำหนิอย่างรุนแรง“ท่านอาจารย์!” เขาตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ท่านเองก็เคยกล่าวว่าจะละทิ้งการปกครองผู้อื่น แล้วหันมาดูแลตนเองมิใช่หรือ? เหตุใดวันนี้จึงกลับมาตำหนิข้าอีก?”บรรยากาศระหว่างทั้งสองเริ่มตึงเครียดคันธารดาบสตอบอย่างหนักแน่น“เพราะเรากล่าวสิ่งที่ถูกต้อง เราไม่ได้ต้องการปกครองท่าน แต่ต้องการเตือนให้ท่านเห็นสิ่งที่กำลังยึดติด”“แต่คำพูดของท่านทำให้ข้าเจ็บใจ!” วิเทหดาบสโต้กลับ “แม้คำเตือนจะมีประโยชน์เพียงใด หากทำร้ายความรู้สึกผู้อื่น ก็ควรระมัดระวังมิใช่หรือ?”

 

              คันธารดาบสนิ่งฟัง ก่อนกล่าวว่า“คำตักเตือนที่ถูกต้องอาจไม่ถูกใจผู้ฟัง แต่หากเราหลีกเลี่ยงความจริงเพียงเพราะกลัวผู้อื่นไม่พอใจ แล้วใครเล่าจะช่วยชี้ให้เห็นความผิดพลาด?”วิเทหดาบสเงียบลง“คนที่มีปัญญาย่อมรู้จักรับฟังคำตักเตือน” คันธารดาบสกล่าวต่อ “เพราะหากไม่มีผู้ชี้แนะ มนุษย์ก็อาจหลงผิดเหมือนกระบือตาบอดที่เดินอยู่กลางป่า”คำพูดนั้นทำให้วิเทหดาบสเริ่มทบทวนตนเองเขานึกถึงพระราชวังอันยิ่งใหญ่ ทรัพย์สมบัติมหาศาล และทุกสิ่งที่เคยสละทิ้งมา

 

            เรายอมทิ้งสมบัติทั้งอาณาจักรได้... แต่เหตุใดจึงยังยึดติดกับเกลือเพียงห่อเดียว?เมื่อคิดได้เช่นนั้น ความโกรธในใจก็ค่อย ๆ สงบลงวิเทหดาบสก้มศีรษะลงด้วยความละอาย“ท่านอาจารย์ ข้าผิดไปแล้ว”เขาพนมมือขึ้น“ข้าไม่ควรปล่อยให้ความโกรธบดบังปัญญา คำตักเตือนของท่านเป็นประโยชน์ต่อข้าแท้ ๆ แต่ข้ากลับมองไม่เห็น”คันธารดาบสมองสหายด้วยความเมตตาวิเทหดาบสกล่าวต่อ“นับแต่นี้ หากข้าทำสิ่งใดไม่เหมาะสม ขอท่านโปรดตักเตือนข้าอีกเถิด”

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%879.png

 

          เมื่อความเข้าใจกลับคืนมา ทั้งสองจึงปรองดองกันดังเดิมต่อมา ฤๅษีทั้งสองเดินทางกลับสู่ป่าหิมพานต์ ตั้งใจศึกษาธรรมและฝึกสมาธิ จนบรรลุฌานและอภิญญา และเมื่อสิ้นอายุขัย ต่างก็ได้ไปบังเกิดในพรหมโลกเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องนี้แก่เหล่าภิกษุ ณ พระวิหารเชตวัน เพื่อเตือนสติเรื่องการสะสมสิ่งของเกินความจำเป็นแล้ว พระองค์ทรงประชุมชาดกว่า

วิเทหดาบสในครั้งนั้น คือพระอานนท์ในปัจจุบัน

ส่วนคันธารดาบสผู้มีปัญญา ก็คือพระองค์เองในอดีตชาติ 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร

* * ชาดก 500 ชาติ แนะนำ * *

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล