วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ สังคมเปลี่ยนไป แนวทางการใช้ชีวิตเปลี่ยนตามพระพุทธศาสนามีคำแนะนำอย่างไร ?

หลวงพ่อตอบปัญหา
เรื่อง : หลวงพ่อทัตตชีโว

วารสาร , อยู่ในบุญธันวาคม , อานิสงส์แห่งบุญ , นิตยสาร , หนังสือธรรมะ , วัดพระธรรมกาย ,  หลวงพ่อตอบปัญหา , พระราชภาวนาจารย์ (หลวงพ่อทัตตชีโว) , สังคมเปลี่ยนไป แนวทางการใช้ชีวิตเปลี่ยนตามพระพุทธศาสนามีคำแนะนำอย่างไร

สังคมเปลี่ยนไป แนวทางการใช้ชีวิตเปลี่ยนตามพระพุทธศาสนามีคำแนะนำอย่างไร ?

    สังคมมนุษย์ยุคโซเชียลเน็ตเวิร์กในทุกวันนี้ มีโคชช่วยแนะนำแนวทางการใช้ชีวิตหลายรูปแบบมาก จนบางครั้งก็ไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดีอยากทราบว่า ในพระพุทธศาสนามีคำแนะนำแนวทางการใช้ชีวิตที่เป็นมาตรฐานบ้างหรือไม่ว่าควรเป็นอย่างไร ?


ANSWER คำตอบ

         ก่อนจะตอบคำถามนี้ ให้เรามาใคร่ครวญดูให้ดีก่อนว่า ชีวิตคืออะไร ?

       ๑. ชีวิต คือ การเป็นอยู่ในอัตภาพนี้ในโลกนี้ ในระยะเวลาหนึ่ง ปัจจุบันนี้ใครจะมีชีวิตอยู่เกินร้อยปีก็หาได้ยาก แทบจะนับคนได้สุดท้ายแล้วชีวิตก็ดับไป และแล้วก็ย้อนกลับมาเกิดใหม่ในภพภูมิใหม่ มีชีวิตใหม่กันอีก

     ๒. ชีวิตประกอบไปด้วยทุกข์ ซึ่งเราเคยทำความเข้าใจกันมาแล้วว่า ทุกข์ในโลกนี้แบ่งออกได้เป็น ๔ ประเภท

      พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นชีวิตแรกของสัตวโลกที่กำจัดทุกข์ให้สิ้นไปหลุดพ้นจากทุกข์ไปได้ ไม่มีการเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป

        ทุกข์นำมาซึ่งความเดือดร้อน ความหิวกระหาย ความทุรนทุรายแก่ชีวิต เมื่อทุกชีวิตประกอบไปด้วยทุกข์ ๔ การดำเนินชีวิตให้เป็นอยู่อย่างดีและสามารถพัฒนาได้ จึงเป็นไปเพื่อดับทุกข์หรือปราบทุกข์ ๔ นั่นเอง

       จากตรงนี้เราก็พอทราบกันแล้วว่า เรา จะดำเนินชีวิตไปเพื่อวัตถุประสงค์อะไร ดังนั้นวิธีการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องจึงเปน็ การประกอบการงานต่าง ๆ เพื่อปราบทุกข์ ๔


ทุกข์ ๔ ประกอบด้วย
      ๑. ทุกข์จากสรีระ ๒. ทุกข์จากการอยู่ร่วมกัน ๓. ทุกข์จากการทำมาหาเลี้ยงชีพหรือการประกอบอาชีพ ๔. ทุกข์จากกิเลส

       วิธีการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องประกอบด้วย
๑. วิธีดำเนินชีวิตเพื่อการปราบทุกข์จากสรีระ  ๒. วิธีดำเนินชีวิตเพื่อการปราบทุกข์จากการอยู่ร่วมกัน ๓. วิธีดำเนินชีวิตเพื่อการปราบทุกข์จากการประกอบอาชีพ ๔. วิธีดำเนินชีวิตเพื่อการปราบทุกข์จากกิเลส


วิธีดำเนินชีวิตเพื่อการปราบทุกข์จากสรีระ
      สิ่งแรกที่จะต้องทำคือ ความดีสากล ๕ ประการ เพื่อเราจะได้รักษาศีล ๔ ข้อแรกในศีล ๕ ไว้ได้ เพราะความดีสากล ๕ ประการนั้น สะอาด ทำให้ไม่ต้องฆ่า ระเบียบ ทำให้ไม่ต้องลัก สุภาพ ทำให้ไม่ประพฤติผิดในกามตรงเวลา ทำให้ไม่พูดเท็จ แล้วก็ฝึก สมาธิทำให้มีกำลังใจที่จะทำความดีสากลให้ต่อเนื่องสม่ำเสมอ

      ผู้ที่ฝึกทำการงานตามความดีสากลอย่างนี้ ในที่สุดจะทำงานบ้านทุกอย่างได้จะเป็นผู้มีทั้งสติ ปัญญา ความรู้ ความสามารถมีความพร้อมที่จะอุปการะพี่ ๆ น้อง ๆ ได้ หรือตั้งแต่เล็กก็สามารถเป็นกำลังของครอบครัวได้

      แม้แต่บุคคลที่เป็นคนดีมีประโยชน์ต่อโลกอย่างมิตรแท้ประเภทมิตรมีอุปการะ ก็ได้รับการบ่มเพาะจากวิธีนี้ คือ ความดีสากล ๕ ประการ เช่นกัน

      นอกจากนี้ยังมีเรื่องการใช้ทรัพย์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนให้แบ่งทรัพย์ออกเป็น ๔ ส่วน โดยให้นำทรัพย์ ๑ ใน ๔ ส่วนนั้นแบ่งไว้ใช้ดูแลสุขภาพคือปราบทุกข์จากสรีระโดยทำควบคู่ไปกับการทำความดีสากล ๕ ประการ


วิธีดำเนินชีวิตเพื่อการปราบทุกข์จากการอยู่ร่วมกัน
      การอยู่ร่วมกับบุคคลที่แวดล้อมใกล้ชิดไม่ว่าจะเป็นบุคคลในทิศใดจากทิศ ๖ เราก็ต้องทำความดีสากล ๕ ประการกับท่านเหล่านั้นด้วย คือทำความดีกับทุก ๆ คน

       ในขณะเดียวกัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนให้นำทรัพย์อีก ๒ ส่วน จากในทั้งหมด ๔ ส่วนนั้น มาใช้เพื่อการประกอบอาชีพและการผูกมิตร เพื่อปราบทุกข์จากการอยู่ร่วมกัน

      การผูกมิตรในที่นี้ก็คือ การใช้ทรัพย์เพื่อดูแลบุคคลใกล้ชิดทั้งในครอบครัวและในสังคมใครเดือดร้อนก็ช่วยกันไป การช่วยเหลือกันไปมาเช่นนี้ทำให้การอยู่ร่วมกันมีประโยชน์สุขเกิดขึ้น ลดความเดือดร้อนจากการกระทบกระทั่งของผู้ที่อยู่ร่วมกัน จากตรงนี้น้ำใจของมิตรแท้ผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขก็ถูกบ่มเพาะขึ้นมา


วิธีดำเนินชีวิตเพื่อการปราบทุกข์จากการประกอบอาชีพ
      ในการทำงานอาชีพ บุคคลที่แวดล้อมขยายวงกว้างมากขึ้น เพิ่มจำนวนอย่างมากมายมีทั้งเจ้านาย มีทั้งลูกน้อง บุคคลทั้งหมดที่เราเกี่ยวข้อง เราก็ต้องปฏิบัติความดีสากลต่อทุกคน

    ยิ่งต้องดูแลลูกน้อง เราก็จะได้เรียนรู้ประสบการณ์อะไรอีกสารพัด ที่บังคับให้เราต้องเพิ่มพูนความรู้ความสามารถและคุณธรรมจึงจะสามารถดูแลแนะนำลูกน้องให้ทำงานสำเร็จเรียบร้อยได้ การงานเหล่านี้ได้บ่มเพาะให้คุณสมบัติมิตรแท้ผู้แนะนำประโยชน์เกิดขึ้น


วิธีดำเนินชีวิตเพื่อการปราบทุกข์จากกิเลส
       กิจในการกำจัดกิเลส เช่น จัดเวลาสวดมนต์ก่อนนอน พอใจเป็นกลางเราจะพบว่าในวันนี้ที่เราทำงานมาทั้งวันเกิดอะไรขึ้นบ้างเราทำอะไรที่ผิดพลาดลงไปบ้างหรือไม่ ไปสะดุดใครเขาบ้างหรือไม่ วันรุ่งขึ้นจะได้ปรับความเข้าใจขอโทษกันไป เมื่อทำอย่างนี้เราจะไม่ก่อศัตรูและยังลดทิฐิมานะไปได้อีกด้วย หรือวันนี้ทำงานประสบผลสำเร็จ ก็จะได้สำรวจตรวจตราดูให้รู้แน่แก่ใจ ว่าที่เราทำสำเร็จมาได้ เพราะได้รับการสนับสนุนจากใครบ้าง เพราะการที่จะทำอะไรสำเร็จลำพังคนเดียวนั้นไม่มีหรอกจะต้องมีมือสนับสนุน เมื่อสำเร็จแล้วต้องขอบคุณ นึกถึงผู้สนับสนุนเราให้ดี วันหน้าจะได้พึ่งพากันต่อไปอีก ความดีสากลที่เราประพฤติเพื่อการนี้ ได้บ่มเพาะตัวเราให้เป็นมิตรแท้มีใจรักใคร่    

      นอกจากนั้น ทรัพย์ที่ยังเหลืออีก ๑ ส่วนจาก ๔ ส่วน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนให้แบ่งออกมาเก็บไว้ใช้ยามอันตราย


อันตรายมี ๒ ประเภท
      ประเภทที่ ๑ อันตรายในวัฏสงสาร
      พระพุทธองค์ทรงสอนให้นำทรัพย์ส่วนนี้ออกมาทำบุญ ซึ่งเป็นการฝากทรัพย์ไว้ในพระพุทธศาสนา เป็นการสั่งสมเสบียงบุญให้ติดตามตัวไปข้ามภพข้ามชาติ เพราะเข้าใจภัยในวัฏสงสาร

       ประเภทที่ ๒ อันตรายในชีวิตของผู้อื่น
    พระพุทธองค์ทรงสอนให้นำทรัพย์ส่วนนี้ออกไปสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์ที่ประสบเหตุเภทภัยตกทุกข์ได้ยากในช่วงสถานการณ์ไม่ปกตินอกจากนั้นในช่วงสถานการณ์ปกติ ก็นำทรัพย์ส่วนนี้ออกแบ่งปันในสังคม เช่น การจ่ายภาษีก็จัดเป็นการใช้ทรัพย์ในส่วนนี้ด้วย

      มีข้อคิดประการหนึ่งที่สำคัญในการดำเนินชีวิต มีความจริงอยู่ว่า มนุษย์เราอยู่กันเป็นสังคม เราอยู่ตามลำพังโดยไม่สนใจทุกข์ร้อนของใครไม่ได้ วันหนึ่งเราจะต้องมีเหตุให้จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยกัน เพราะแต่ละคนล้วนมีปัญหาทุกข์ ๔ ด้วยกันหมดทั้งสิ้น ต่างกันแค่มากหรือน้อยกว่ากันเท่านั้น

       จริงอยู่ว่า เราอาจจะแก้ปัญหาทุกข์ ๔ ของเราได้ลงตัวระดับหนึ่งแล้ว ขณะที่เพื่อน ๆ อีกหลายคนยังแก้ไขไม่ได้ สมมุติว่าเราแกล้งทำมองไม่เห็น คิดว่าธุระไม่ใช่ แต่เชื่อไหมว่าผ่านไปอีกสักระยะ ความเดือดร้อนของเพื่อนคนนั้นมีสิทธิ์จะลุกลามมาหาเรา เช่น เขาอาจจะมาขอกู้เงินบ้าง เขาอาจจะไปทำอาชีพที่ผิดกฎหมายบ้าง เขาอาจจะไปคบหาคนพาลบ้าง เพียงแค่นี้สังคมรอบตัวเราก็จะเกิดปัญหาการอยู่ร่วมกันขึ้นมาทันที

       ดังนั้น พระพุทธองค์จึงทรงสอนว่า เราทำความดีคนเดียวไม่ได้ ต้องชักชวนผู้อื่นทำความดีด้วย แต่เวลาเราจะชักชวนผู้อื่นทำความดี สิ่งที่ต้องมีคือหลักธรรมเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจ นั่นคือ สังคหวัตถุ ๔ เพราะถ้าไม่มีหลักธรรมนี้ ถึงเราจะลงทุนลงแรง คือ ให้เวลา ให้ทรัพย์สมบัติ ให้ความรู้ความเข้าใจในการแก้ไขปัญหาทุกข์ ๔ ของบุคคลรอบตัวไปมากเท่าไร ก็จะไม่ประสบความสำเร็จในการรักษามิตรแท้ในทิศทั้ง ๖ ไว้ได้เลย เพราะเราช่วยเหลือคน แต่ยึดเหนี่ยวน้ำใจคนไม่เป็นนั่นเอง


        สังคหวัตถุ ๔ ประกอบด้วย ๑. ทาน ๒. ปิยวาจา ๓. อัตถจริยา ๔. สมานัตตตา

ทาน แก้ปัญหาทุกข์ในสรีระ
      ทุกข์ในสรีระ คือ สภาวะที่มนุษย์ประสบกับความหนาว ร้อน หิว กระหาย อุจจาระปัสสาวะ อยู่เป็นประจำ เพราะมนุษย์ขาดแคลนธาตุ ๔ ขาดแคลนปัจจัย ๔ ตลอดชีวิต จึงมีกิจที่จะต้องแสวงหาปัจจัย ๔ เหล่านี้ ในยามที่ขาดแคลนแสวงหาไม่ได้ ยามนั้นหากมีใครยื่นมือยื่นน้ำใจส่งมอบปัจจัย ๔ ที่กำลังขาดแคลนมาให้ มนุษย์จะมีความชื่นใจเกิดขึ้น ทาน คือการให้ จึงมีความสำคัญและยึดเหนี่ยวน้ำใจกันไว้เช่นนี้


ปิยวาจา แก้ปัญหาทุกข์จากการอยู่ร่วมกัน
     ทุกข์จากการอยู่ร่วมกันที่ต้องระมัดระวังการกระทบกระทั่งกันไว้ตลอด และการกระทบกระทั่งที่เกิดขึ้นได้ง่าย และได้มากที่สุดก็เกิดจากคำพูดที่พลั้งเผลอไม่ถนอมน้ำใจกันนี่เอง ดังนั้นปิยวาจา คือ คำพูดที่ทำให้รักกัน ถนอมน้ำใจกัน จึงเป็นกาวใจที่รักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันไว้ได้ และเป็น สิ่งที่ต้องการในการอยู่ร่วมกัน


อัตถจริยา แก้ปัญหาทุกข์จากการประกอบอาชีพ
     ทุกข์จากการประกอบอาชีพ ในการแสวงหาทรัพย์สินเงินทองเพื่อการเลี้ยงชีพนั้นหากยังมีเรี่ยวแรงกำลังกายอยู่ ทุกคนทำงานเองได้ หาเงินได้ แต่อาจจะติดขัดตรงที่ความรู้ความสามารถไม่ถึงหรือไม่มี จากตรงนี้หากผู้รู้มากกว่าจะช่วยทำประโยชน์ให้ด้วยการชี้แนะแนวทาง สอนวิธีการให้ ถ่ายทอดวิชาให้ ก็จะเป็นการช่วยเหลือสนับสนุนให้เขาสามารถประกอบอาชีพด้วยตนเอง อัตถจริยา คือ การประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น จึงเป็นธรรมเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจกันในทิศ ๖ ในลักษณะนี้


สมานัตตตา แก้ปัญหาทุกข์จากกิเลสบีบคั้น
      ทุกข์จากกิเลสที่บีบคั้นใจให้มีพฤติกรรมมีนิสัยไม่ดีต่าง ๆ เราก็อยากจะแก้ไข บางทีเราไม่ทราบด้วยว่านิสัยนี้ไม่ดี การจะแก้ไขข้อบกพร่องได้ก็ต้องอาศัยการชี้บอกจากคนใกล้ชิดในทิศ ๖ ที่เรามีความไว้วางใจ ความเป็นกันเอง ที่เชื่อใจได้ว่าที่เขาพูดออกมา      เพราะเขามีความปรารถนาดีกับเราจริง ความมั่นใจเชื่อใจในตัวบุคคลเกิดจากความประพฤติตนอันสม่ำเสมอของคน ๆ นั้น ได้แก่ธรรมที่เรียกว่า สมานัตตตา

      เพราะเหตุนี้ สังคหวัตถุ ๔ จึงเป็นคุณธรรมที่จำเป็นสำหรับวิธีดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง นั่นก็เพราะทุกข์จากกิเลสในตัวมนุษย์นี้เอง ที่บังคับให้มนุษย์ต้องประสบทุกข์อีก ๓ ประการ การฝึกตนเพื่อแก้ไขทุกข์ ๔ ของตัวเองไปด้วย การปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยสังคหวัตถุ ๔ ไปด้วย ก็จะทำให้เราเกิดบรรยากาศฝึกตัวไปด้วยกัน ทำดีไปด้วยกัน ซึ่งจะเกิดเป็นวิถีชีวิตที่ดีงาม สังคมที่อยู่ตรงนั้นก็จะกลายเป็นสังคมที่น่าอยู่นั่นเองดังนั้น เมื่อเราเข้าใจภาพรวมแนวทางการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องเช่นนี้ เราก็เริ่มต้นด้วยการประพฤติตามความดีสากล ๕ ประการ พร้อมกับปฏิบัติสังคหวัตถุ ๔ ไปด้วย เราก็จะประสบความสำเร็จในการฝึกตนเอง และช่วยเหลือสนับสนุนให้คนในครอบครัว ในที่ทำงาน ในสังคมของเราแก้ทุกข์ ๔ ในตัวของเขาไปด้วยกันได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความต่อเนื่องสม่ำเสมอ ฝึกทำให้ชำนาญจึงจะส่งผลให้วิธีดำเนินชีวิตที่ถูกต้องนี้ประสบผลสำเร็จในการดูแลรักษาชีวิตและพัฒนาชีวิตต่อไปได้

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ ๑๗๐ เดือนธันวาคม ๒๕๕๙

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร