ความอดทนสงบวิเวก คือ อาวุธ

วันที่ 08 ตค. พ.ศ.2558

ความอดทนสงบวิเวก คือ อาวุธ

    "กุลบุตรใดไม่มีความพยาบาท ไม่เบียดเบียน มีความสงบวิเวกเป็นอาวุธ มีความอดทนเป็นเกราะ กุลบุตรนั้นย่อมเป็นไปเพื่อความเกษมจากโยคะ ฌานอันยอดเยี่ยมภายใน เกิดขึ้นในบุคคลเหล่าใด บุคคลเหล่านั้นเป็นนักปราชญ์ ย่อมพ้นไปจากโลก โดยความแน่ใจว่ามีชัยชนะโดยแท้"...พราหมณสูตร


 
    การเดินทางไกลในสังสารวัฏ เพื่อไปสู่อายตนนิพพาน ต้องอาศัยกำลังใจที่สูงส่ง อาศัยกำลังบุญบารมี ที่มากมายมหาศาล จึงจะไปถึงจุดหมายได้ เหมือนเรือจะข้ามฟากมหาสมุทร ต้องมีการตระเตรียมสัมภาระให้พร้อม เพราะภัยในมหาสมุทรมีมากมาย ทั้งภัยจากสัตว์ร้าย ภัยจากคลื่นลมมรสุม และภัยจากสิ่งที่เราไม่คาดคิดมาก่อน ส่วนการเดินทางข้ามทะเลทุกข์แห่งสังสารวัฏนั้น ก็ต้องอาศัยเสบียงในการเดินทาง คือ บุญกุศล ถ้ามีบุญบารมีไม่มากพอ ก็ไม่สามารถจะข้ามพ้นชาติ ชรา และมรณะไปได้ จะต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ร่ำไป


 
    บารมีที่สำคัญที่นักสร้างบารมีทั้งหลายต้องมีอยู่ในจิตใจ คือ ขันติบารมี ขันติ คือ ความอดทนเป็นตบะอย่างยิ่ง ที่จะนำเราก้าวไปสู่จุดหมายปลายทางของชีวิต เพราะในขณะเดินทางไกลจะต้องเจอปัญหา และอุปสรรคนานัปการ ถ้าหากว่าเรามีความอดทนแล้ว แม้มรสุมร้ายจะถาโถมเข้ามากระทบนาวาชีวิต ระลอกแล้วระลอกเล่า เราก็ยังยืนหยัดสู้ต่อไป ไม่ยอมให้นาวาชีวิตลำนี้ล่มเสียกลางทะเล


 
    พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงสรรเสริญขันติธรรมว่าเป็นเลิศ เป็นหลักเป็นประธานที่ทำให้เกิดคุณ คือ ศีล สมาธิ กุศลธรรมทุกอย่างจะเจริญขึ้นมาได้ ก็เพราะอาศัยขันติเป็นพื้นฐาน ผู้มีขันติธรรมอยู่ในใจ ได้ชื่อว่าเป็นผู้ย่างขึ้นสู่หนทางสวรรค์และนิพพานโดยแท้ พระพุทธองค์ยังทรงสรรเสริญอีกว่า "ยกเว้นปัญญาแล้ว เราตถาคตสรรเสริญว่า ขันติเป็นเลิศ" เพราะฉะนั้น ขันติบารมีจึงเป็นบารมีที่เราจะต้องสั่งสมไว้ให้มาก ให้ติดตามตัวเราไปทุกภพทุกชาติ

 

พุทธพจน์ สอนใจ
จากส่วนหนึ่ง ของ รายการธรรมะเพื่อประชาชน
โดย พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธมฺมชโย)