อานิสงส์บูชาเจดีย์ด้วยดอกไม้ ๘ ดอก

วันที่ 12 พย. พ.ศ.2558

อานิสงส์บูชาเจดีย์ด้วยดอกไม้ ๘ ดอก
 

อานิสงส์บูชาเจดีย์ด้วยดอกไม้ ๘ ดอก

 

     การบำเพ็ญบุญกุศลต่างๆ ถือว่า เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งของมนุษย์ทุกคน  เพราะเมื่อเกิดมาในแต่ละภพละชาติ ย่อมมีวัตถุประสงค์เพื่อบ่มบารมีของตนเองให้แก่รอบ เพื่อเพิ่มเติมบุญบารมีให้กับตัวเอง แล้วมุ่งไปสู่พระนิพพาน  หยุดการเวียนว่ายตายเกิดอย่างสมบูรณ์ แต่ทว่า หากเกิดมาแล้วไม่เร่งรีบทำการสั่งสมบุญแล้ว ก็ไม่อาจที่จะทำให้บารมีเต็มเปี่ยมพอที่จะหนุนส่งให้เข้าถึงพระนิพพานได้ แม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ตรัสว่า ความถึงพร้อมด้วยสมบัติทุกอย่างทั้งที่เป็นโลกิยะและโลกุตตระ ย่อมเต็มเปี่ยมได้ด้วยอานุภาพบุญ


มีวาระพระบาลีที่ปรากฏอยู่ใน ปฐมนาควิมาน ความว่า
 

“ อฏฺเฐว มุฏฺฐิปุปฺผานิ     กสฺสปสฺส ภควโต
ถูปสฺมึ อภิโรปยึ         ปสนฺโน สเกหิ ปาเณหิ
 
     ข้าพเจ้ามีใจเลื่อมใส  ยกดอกไม้กำแปดดอกขึ้นบูชาพระสถูปแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า
พระนามว่ากัสสปะ ด้วยมือของตนเอง ด้วยอานุภาพแห่งผลบุญในครั้งนั้น
ทำให้เป็นผู้ที่มีวรรณะงดงามเช่นนี้ ”


     การบูชาของผู้ที่มีใจมุ่งตรงต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยความศรัทธาเลื่อมใสนั้น เป็นหนทางแห่งสวรรค์ และบุญที่บังเกิดขึ้นจะเป็นต้นทางนำพาเราให้เข้าถึงพระนิพพานได้ บัณฑิตนักปราชญ์ทั้งหลายในกาลก่อน เห็นประโยชน์ใหญ่แก่มวลมนุษยชาติ จึงได้ร่วมใจกันสร้างพระเจดีย์ เอาไว้เป็นพุทธสถานให้ผู้มีบุญได้หวนรำลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า อีกทั้งเป็นเครื่องเตือนใจให้ดำรงมั่นอยู่ในคำสอนของพระองค์ท่าน และบัณฑิตนักปราชญ์ ก็เห็นผลบุญอันไม่มีประมาณที่ได้ร่วมกันสร้างพระเจดีย์ขึ้น
 
     มีเรื่องราวที่ปรากฏอยู่มากมายในพระไตรปิฎก ถึงผลแห่งการบูชาพระเจดีย์ที่อำนวยประโยชน์ใหญ่ให้บังเกิดขึ้น ผู้รู้ทั้งหลายในกาลก่อน แม้จะยากลำบากสักเพียงใด ก็ไม่เคยท้อแท้ที่จะสร้างสิ่งนี้เอาไว้ให้เป็นมรดกโลก มีแต่เพียงผู้ที่ยังไม่เข้าใจเท่านั้นที่ขัดขวางการสร้างความดีอย่างนี้ 
 
     เหมือนเรื่องของผู้มีใจบุญท่านหนึ่ง เกิดขึ้นในยุคหลังจากที่พระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว พุทธสาวกทั้งหลายต่างพากันร่วมใจสร้างพระเจดีย์ขึ้น เพื่อเป็นการบูชาพระองค์ท่าน พระเจดีย์ในสมัยนั้นสร้างขึ้นด้วยทองคำบริสุทธิ์ สูงถึง ๑ โยชน์ เมื่อเริ่มสร้างได้มีการบอกบุญเอาทองคำมาร่วมกันก่อสร้าง ในยุคนั้นมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ผู้ใดที่เห็นด้วยก็ทุ่มเททำเพื่อเอาบุญกันอย่างเต็มที่  ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วยหรือไม่ได้สนใจก็ไม่ใส่ใจเลย แต่บางท่านนอกจากไม่เห็นด้วยก็ยังกล่าววาจาจ้วงจาบเสียอีก ก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหลับพุทธศาสนิกชนที่มีใจศรัทธาและมองเห็นบุญที่เกิดขึ้นก็ยังคงมุ้งมั้นทุ่มเทตั้งใจสร้างจนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
 
   
 * ในสมัยนั้น พระเจ้ากาสีพระนามว่ากิงกิ พร้อมด้วยข้าราชบริพาร ชาวนิคมและชาวชนบท ต่างพากันบูชาพระเจดีย์ด้วยดอกไม้ทุกๆ วัน  วันหนึ่งๆ ใช้ดอกไม้จำนวนมาก เมื่อเป็นอย่างนี้ ดอกไม้ทั้งหลายเลยเป็นของที่หายาก และมีราคาค่อนข้างแพง ในครั้งนั้นมีอุบาสกคนหนึ่งเที่ยวตระเวนหาซื้อดอกไม้ในบริเวณที่คนร้อยดอกไม้ไว้ขาย เพื่อจะนำมาบูชาพระเจดีย์  พยายามเที่ยวไปในทุกๆ ที่ก็ยังคงหาดอกไม้ไม่ได้เลย ดอกไม้เกิดขาดตลาดขึ้น แต่ถึงกระนั้น ด้วยแรงศรัทธาที่เต็มเปี่ยม เขาก็ไม่ได้เกิดอาการท้อแท้หรือท้อถอยแต่อย่างใด ได้เที่ยวถามตามท้องถนนต่างๆ ว่า มีใครรู้จักสถานที่ซื้อดอกไม้บ้าง แพงเท่าไหร่เราจะยอมซื้อ
 
     เมื่อหาซื้อในราคาดอกละกหาปณะไม่ได้ ก็เลยถือเงินไปเป็นจำนวนถึงแปดกหาปณะไปที่สวนดอกไม้กล่าวกับเจ้าของสวนว่า “ท่านนายมาลาการ วันนี้เราตระเวนหาซื้อดอกไม้ หวังเพื่อไปบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าที่พระเจดีย์ ยังหาไม่ได้เลย ท่านเองอยู่ในที่นี้ โปรดมอบดอกไม้ ๘ ดอกแลกกับเงิน ๘ กหาปณะนี้เถิด”  นายมาลาการนั้นกล่าวตอบว่า “ท่านเป็นผู้ที่มีศรัทธาอย่างแท้จริง เอาเถิด เราไม่ปรารถนาเงินของท่านหรอก เชิญท่านเข้าไปในสวนเลือกดูดอกไม้เอง แต่เราขอบอกก่อนนะว่า ดอกดีๆ ได้ถูกเก็บไปหมดแล้ว  สุดแล้วแต่กำลังบุญของท่านก็แล้วกันว่า จะยังมีดอกไม้เหลืออยู่บ้างหรือเปล่า”
 
     พออุบาสกนั้นได้รับคำอนุญาตก็กล่าวตอบว่า “ถ้าเช่นนั้น ข้าพเจ้าขออนุญาตเข้าไปเลือกเองเลย”  ครั้นแล้วจึงเดินเข้าไปในสวนดอกไม้ แสวงหาตามลำต้นก็ไม่พบเห็น แต่บทจะได้ก็ไปเจอดอกไม้ที่ร่วงลงกับพื้น ๘ ดอก  เขารู้สึกดีใจมากที่จะได้ดอกไม้ไปเพื่อบูชาพระเจดีย์ จึงก้มลงเก็บดอกไม้  ด้วยมือทั้งสองข้าง ประคองอย่างดีทีเดียว แล้วเดินออกไปกล่าวกับนายมาลาการว่า “ท่านเป็นเจ้าของดอกไม้ โปรดรับเงินของเราด้วยเถิด” 
 
     แต่นายมาลาการกล่าวว่า “ท่านได้ดอกไม้ด้วยบุญของท่านเอง  เราไม่สามารถรับเงินจากท่านได้หรอก” 
 
     แต่อุบาสกกล่าวว่า “หากท่านไม่รับเงินก็เท่ากับว่า เราได้ดอกไม้ไปเปล่าๆ อย่าขัดศรัทธาของเราเลย” แล้วจึงวางกหาปณะไว้ตรงหน้า และถือเอาดอกไม้ทั้ง ๘ ดอกนั้นไป เพื่อมุ่งหน้าไปที่พระมหาเจดีย์
 
     อุบาสกมุ่งหน้ามาถึงพระเจดีย์ด้วยจิตใจที่ร่าเริงเบิกบานยิ่งนัก ได้นำเอาดอกไม้ไปบูชาที่ลานพระเจดีย์ สถานที่ที่พุทธบริษัทได้ตระเตรียมเอาไว้สำหรับรองรับดอกไม้บูชา เขาก้มกราบด้วยเบญจางคประดิษฐ์ มองดูพระมหาเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมกับระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า มีพระรัตนตรัยเป็นอารมณ์ อยู่ในสถานที่นั้นพอสมควรด้วยใจที่เบิกบาน  
 
     ด้วยอานุภาพแห่งบุญที่เกิดจากการบูชาเจดีย์ด้วยดอกไม้ ๘ ดอกในครั้งนั้น เมื่อละจากโลกนี้ไปแล้วก็ได้บังเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีมหาวิมานที่สว่างไสว เท่านั้นยังไม่พอ เทพบุตรอยู่ที่ชั้นดาวดึงส์จนหมดอายุของชาวสวรรค์ แต่ผลแห่งบุญยังไม่หมด ได้อุบัติบนสวรรค์ชั้นสูงๆ ขึ้นไปอีก เที่ยวไปมาอยู่ในเทวโลกอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเวลาผ่านมาถึงสมัยพุทธกาลนี้ เทพบุตรองค์นั้นก็ยังอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ด้วยอานุภาพผลบุญที่เหลือ มหาสมบัติทิพย์ก็ยังคงรุ่งเรืองสว่างไสวแปลกตากว่าเทวดาเหล่าอื่นมากมาย  พระมหาโมคคัลลานะได้เที่ยวจาริกไปบนสวรรค์ เห็นเทพบุตรนี้ขี่ช้างทิพย์เชือกใหญ่สีขาวปลอดเหาะไปทางอากาศพร้อมด้วยบริวารจำนวนมาก ด้วยเทวานุภาพที่ไม่มีประมาณ สว่างไสวไปทั่วทุกทิศด้วยรัศมี พอพระมหาโมคคัลลานะเห็นอย่างนั้นแล้ว ท่านจึงเข้าไปถามว่า
 
     “ดูก่อนเทพบุตรผู้มีอานุภาพมาก ท่านขึ้นขี่ช้างเผือกผ่อง ไม่มีตำหนิ ช้างเชือกประเสริฐนี้ตกแต่งไว้อย่างงดงาม ที่งาทั้งสองข้างเนรมิตสระปทุม มีน้ำใสสะอาด มีดอกปทุมทิพย์บานสะพรั่ง ในดอกปทุมก็มีคณะเทพบรรเลงดนตรีทิพย์มีเสียงไพเราะยิ่งนัก มหาสมบัติทิพย์ของท่านก็ยิ่งใหญ่โอฬารตระการตาเหลือเกิน ในอดีตท่านได้สั่งสมบุญอะไรเอาไว้ “ 
 
     เทพบุตรนั้นดีใจที่ถูกพระเถระถามอย่างนั้น ก็จึงได้เล่าการกระทำของตนเองให้ฟังว่า เมื่อครั้งที่ข้าพเจ้าเป็นมนุษย์ ได้เกิดในสมัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า กัสสปะ  แม้พระองค์ดับขันธปรินิพพานไปแล้ว ครั้งนั้นก็ได้ยกดอกไม้ ๘ ดอกขึ้นบูชาที่พระเจดีย์ของพระองค์ ด้วยอานุภาพบุญนั้นทำให้ได้มหาสมบัติอย่างนี้ พระเถระฟังแล้วก็กล่าวอนุโมทนา
 
     เราจะเห็นได้ว่า อานิสงส์แห่งการสักการะพระเจดีย์นี้ ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ที่จะมองข้าม เพราะเป็นทางมาแห่งมหากุศลอันยิ่งใหญ่ไพศาล บุญที่เกิดขึ้น ไม่ใช่บุญเล็กๆ น้อยๆ อย่างที่เราอาจเข้าใจกัน แต่เป็นบุญใหญ่ เพราะพระเจดีย์เป็นเสมือนตัวแทนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ชึ่งใครก็ตามที่มีจิตเลื่อมใสและได้ทำการสักการบูชาพระเจดีย์ บุญที่ได้รับจะไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันเลยกับการสักการบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าครั้งเมื่อพระองค์ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ เมื่อทุกท่านต่างทราบอย่างนี้แล้ว ก็ควรหาโอกาสมากราบไหว้ สักการบูชามหาธรรมกายเจดีย์ที่ทุกคนต่างได้ช่วยกันสร้างขึ้นมาอย่างดีด้วยปัญญาและศรัทธาที่เต็มเปี่ยมดีแล้ว บุญนี้จะได้ติดตามตัวเราไปทุกภพทุกชาติตราบกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม

 


พระธรรมเทศนาโดย : พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย)
มก. เล่ม ๔๘ หน้า ๔๘๔