อานิสงส์ของการไม่นอกใจสามี

วันที่ 18 พย. พ.ศ.2558

อานิสงส์ของการไม่นอกใจสามี
 

อานิสงส์ของการไม่นอกใจสามี

 

      อายตนนิพพานคือเป้าหมายที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายและพระอรหันตเจ้าทั้งปวงได้เข้าถึงแล้ว ท่านเหล่านั้นเป็นผู้ถึงความเต็มเปี่ยมไปด้วยบรมสุขอันเป็นอมตะ ไม่มีเกิด ไม่มีแก่ ไม่มีตาย ไม่มีการไป ไม่มีการมา ไม่มีการเคลื่อนย้ายอีกต่อไปแล้ว อายตนนิพพานเป็นจุดสุดท้ายของทุกๆ ชีวิตที่จะไปอยู่ที่ตรงนั้น สรรพสัตว์ทั้งหลายที่เกิดมาในแต่ละภพละชาติต่างมีเป้าหมายอย่างนี้เหมือนกัน เพียงแต่ถูกอาสวกิเลสมาห่อหุ้มดวงจิต ปิดบังไม่ให้รู้แจ้งเห็นจริงในเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต นับเป็นความโชคดีที่เราทั้งหลายได้มารู้จักหนทางอันประเสริฐ ที่จะทำให้เราได้รู้แจ้งเห็นจริงในสิ่งเหล่านี้


* มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน ปฐมปติพพตาวิมาน ความว่า
 

“สจฺเจ ฐิตา โมสวชฺชํ ปหาย
ทาเน รตา สงฺคหิตตฺตภาวา
อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปสนฺนจิตฺตา
สกฺกจฺจ ทานํ วิปุลํ อทาสึ
 
     เราดำรงมั่นอยู่ในคำสัตย์ ละการกล่าวเท็จ ยินดีในการให้ทาน ชอบอุทิศตนสงเคราะห์ผู้อื่น
มีใจเลื่อมใส เมื่อบริจาคข้าวและนํ้า ได้ถวายทานอันไพบูลย์โดยเคารพ
เพราะบุญนั้น ผลแห่งบุญอันไม่มีประมาณจึงสำเร็จแก่เรา”

 
     คำกล่าวนี้ เป็นคำกล่าวของเทพธิดาองค์หนึ่ง ที่พูดออกมาด้วยความปีติในอานุภาพแห่งบุญที่ตนเองได้ทำเอาไว้ ความดีที่ตั้งใจปฏิบัติมายาวนานในสมัยที่เคยเกิดเป็นมนุษย์ ได้ส่งผลให้เป็นผู้ที่ถึงพร้อมด้วยทิพยสมบัติอันประณีต เทพธิดาองค์นี้เป็นพยานยืนยันได้ดีถึงผลแห่งการทำความดี ซึ่งผลแห่งการกระทำนั้นไม่ได้สูญหายไปไหน ยังคงรอคอยส่งผลให้กับผู้กระทำอยู่เสมอ เหมือนหมู่ญาติที่รอคอยการกลับมาเยือนของบุคคลผู้เป็นที่รักยิ่งของตน
 
     การทำความดีด้วยการตั้งอยู่ในคำสัตย์นั้น หมายถึง ได้ปฏิบัติตนให้ตั้งอยู่ในความซื่อสัตย์ เป็นคนตรง มีคำพูดที่เป็นอรรถเป็นธรรม เป็นอรรถหมายถึง เป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น เป็นธรรมหมายถึง ก่อให้เกิดแต่สิ่งที่ดีงาม ที่เป็นธรรมล้วนๆ บริสุทธิ์ล้วนๆ ไม่มีสิ่งอื่นใดที่เป็นบาปอกุศลเข้ามาเจือปน การที่จะได้ชื่อว่าเป็นบุคคลผู้ตั้งอยู่ในคำสัตย์นั้น จะต้องเป็นผู้ที่ยึดมั่นในคำพูดของตนเอง และสามารถปฏิบัติได้ตามที่พูดอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แม้แต่อมนุษย์หรือเทวดาทั้งหลายก็ไม่สามารถที่จะติเตียนได้ และการที่เป็นผู้ยินดีในการให้ทานนั้น เป็นการขจัดความตระหนี่ออกไปจากใจของตนเอง ผู้ที่ให้บ่อยๆ ให้เป็นประจำจนเป็นอุปนิสัย จะมีใจที่กว้างใหญ่ไม่มีประมาณ เป็นทางมาแห่งสิริมหาสมบัติทั้งปวงแก่ผู้นั้น 
 
     เหมือนเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งสมัยพุทธกาล มีตัวอย่างของผู้ที่ตั้งมั่นอยู่ในความดีเช่นนี้ ดังหญิงคนหนึ่งที่อยู่ในเมืองสาวัตถี นางเป็นหญิงที่มีจิตใจดีงามมาตั้งแต่เด็ก ครั้นแต่งงานมีครอบครัว ก็เป็นคนที่มีความอดทนและมีเหตุผล ได้ปฏิบัติดูแลสามีด้วยความเคารพ เมื่อสามีให้คำแนะนำอะไรก็ตาม นางรับฟังด้วยความเคารพยำเกรง และก็นำมาแก้ไขปรับปรุงตนเองอยู่เสมอ เป็นหญิงที่มีความซื่อสัตย์ต่อสามีมาก เมื่อสามีมาชี้ขุมทรัพย์ด้วยการตักเตือนก็น้อมรับ แม้บางครั้งจะรู้สึกโกรธบ้าง แต่นางเป็นผู้ไม่ลุแก่อำนาจโทสะ ไม่หุนหันพลันแล่น จะนิ่งๆ เก็บอารมณ์ความรู้สึกได้ดี และรอคอยเวลาที่ต่างคนต่างใจใสดีแล้ว จึงจะชี้แจงเหตุผล ไม่กล่าวถ้อยคำหยาบ จะพูดแต่เรื่องจริงและเป็นประโยชน์เท่านั้น
 
     การปฏิบัติตัวเช่นนี้ นับเป็นคุณธรรมความดีที่หาได้ยากและทำได้ยาก ในขณะเดียวกันนางก็เป็นผู้ที่ไม่เคยขาดการให้ทานเลย เป็นกุลสตรีที่มีสัมมาทิฏฐิ เชื่อเรื่องบุญเรื่องบาป มีความเลื่อมใสที่เต็มเปี่ยมในพระรัตนตรัย ให้ทานเป็นประจำสมํ่าเสมอ โดยจะหาโอกาสเดินทางไปที่มหาวิหารเชตวันเพื่อไปฟังธรรมและสร้างมหาทานบารมีเป็นประจำไม่เคยว่างเว้นเลย  
 
     เนื่องจากชีวิตของมนุษย์มีความไม่แน่นอน มรณภัยจะมาถึงเมื่อไรก็ได้  วันหนึ่งขณะนางทำหน้าที่แม่บ้านเหมือนทุกวันที่ผ่านมา นางเกิดล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน สิ้นชีวิตลงทันที
 
     ด้วยอานุภาพแห่งการสร้างความดีที่นางเป็นผู้ตั้งมั่นในความสัตย์และหมั่นทำบุญไม่เคยขาด ส่งผลให้ไปบังเกิดบนภพดาวดึงส์ มีทิพย์วิมานที่สวยงามมารองรับ อาณาบริเวณรอบวิมานนั้น จะมีฝูงนกกระเรียน นกยูง หงส์และนกดุเหว่าที่เป็นทิพย์ชุมนุมกันอยู่มากมาย พากันส่งเสียงร้องอย่างไพเราะเสนาะโสต มหาวิมานก็ดารดาษไปด้วยทิพยบุปผชาติอันวิจิตรสวยงาม เหล่าเทพบุตรเทพธิดาทั้งหลายมักจะพากันมาสมาคมกับเทพธิดานี้ 
 
     พระมหาโมคคัลลานะอริยสาวกผู้เป็นเอตทัคคะในทางมีฤทธิ์ได้เที่ยวจาริกไปในเทวโลกอยู่เป็นประจำ วันหนึ่ง ในขณะที่เหาะมา ท่านเห็นวิมานทองของเทพธิดาองค์นี้ ผู้มีรัศมีกายที่สว่างไสวมาก รุ่งเรืองโดดเด่นเช่นพระอาทิตย์ เป็นรัศมีที่เย็นตาเย็นใจ ทั้งมหารัตนะทั้งหลายก็มากมาย ส่องประกายระยิบระยับไปทั่วอาณาบริเวณวิมาน เหล่าเทพยดาทั้งปวงก็แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยือนเทพธิดานี้ไม่ขาดเลย พระเถระปรารถนาจะทราบบุพกรรมของเธอ จึงถามขึ้นว่า
 
     "ดูก่อนเทพีผู้มีอานุภาพมาก นกกระเรียน นกยูงทอง หงส์และดุเหว่าอันเป็นทิพย์ ส่งเสียงร้องอย่างไพเราะชุมนุมกันมากมาย วิมานก็ดารดาษไปด้วยดอกไม้ทิพย์สุคนธ์ เทพบุตรเทพธิดาต่างมาสมาคมกับเธอผู้นั่งอยู่ในวิมานนั้น เหล่าเทพผู้มีฤทธิ์ต่างสำแดงฤทธิ์ นางอัปสรผู้เป็นบริวารก็ฟ้อนรำขับร้องอยู่ข้างๆ ให้เธอได้บันเทิงใจ ดูก่อนเทพีผู้มีอานุภาพมาก ตัวเธอเองก็เต็มเปี่ยมด้วยเทวฤทธิ์ ในสมัยครั้งที่เป็นมนุษย์ เธอได้สร้างบุญพิเศษอะไรไว้"
 
     เทพธิดาตอบว่า "สมัยที่ดิฉันได้เกิดเป็นมนุษย์นั้น ดิฉันเป็นผู้มีความซื่อตรง มีวาจาสัตย์ ไม่คิดนอกใจสามี ได้ถนอมนํ้าใจสามีเหมือนมารดาถนอมบุตรผู้เป็นที่รัก แม้บางครั้งดิฉันจะรู้สึกไม่พอใจ ดิฉันก็จะไม่ลุแก่อำนาจอารมณ์ จะไม่กล่าวคำหยาบคาย ตั้งอยู่ในสัจจะอย่างเคร่งครัดขนาดเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ละการกล่าวเท็จโดยสิ้นเชิง เป็นผู้ยินดีในการให้ทานไม่เคยขาดเลย ชอบอุทิศตนเองเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่เห็นแก่ความยากลำบาก มีจิตใจเลื่อมใสในพระรัตนตรัยไม่คลอนแคลน ได้ถึงพระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะจนตลอดชีวิต เมื่อจะบริจาคข้าวและนํ้าก็ได้ถวายทานอย่างเต็มกำลังด้วยความเคารพ ไม่มีความตระหนี่เลย เพราะบุญนั้นส่งผลให้ดิฉันมีวรรณะที่งดงามอย่างนี้ มหาสมบัติอันเป็นทิพย์ที่น่าใคร่น่าปรารถนาจึงบังเกิดขึ้น พระเถรเจ้าผู้มีอานุภาพมาก ผลแห่งบุญนี้น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก เพราะบุญที่ดิฉันได้กระทำในครั้งนั้น ทำให้ดิฉันสมบูรณ์บริบูรณ์ด้วยทิพยสมบัติทั้งหลายอย่างนี้"
 
     เมื่อพระมหาโมคคัลลานะได้ฟังเรื่องราวการทำความดีของเทพธิดาแล้ว ท่านก็ชื่นชมอนุโมทนา แล้วกลับไปกราบทูลพระบรมศาสดา พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงยืนยันถ้อยคำทั้งหมดของเทพธิดาว่าเป็นความจริงอย่างนั้นทุกประการ แล้วพระองค์ยังตรัสสอนให้พุทธบริษัทดำรงตนอยู่ด้วยการทำความดีเช่นนี้ด้วย 
 
     เราจะเห็นว่า ผลแห่งการทำความดีนั้นไม่ได้สูญหายไปไหน การปฏิบัติตนของเราในทุกๆ เรื่อง มีผลโดยตรงต่อตัวเราเองทั้งนั้น หลายท่านยังต้องใช้ชีวิตครองเรือนกันอยู่ ก็ขอให้ดูแบบอย่างเทพธิดาองค์นี้ ที่รู้ว่าการเป็นศรีภรรยาต้องประพฤติปฏิบัติตนอย่างไร ต้องเป็นผู้ไม่เห็นแก่อารมณ์ชั่ววูบคืออดเปรี้ยวไว้กินหวานอย่างไรบ้าง เวลามีเรื่องราวกระทบกระทั่งกัน ขอให้ใช้สติใคร่ครวญให้ดี อย่าลุอำนาจโทสะ ให้พูดคุยกันด้วยใจใสๆ มีแต่ความเมตตาปรารถนาดีต่อกัน และตั้งอยู่ในความดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย ถ้าทำได้อย่างนี้ เราก็จะเป็นครอบครัวแก้วครอบครัวธรรมกายกันทุกๆ ครอบครัว

 

พระธรรมเทศนาโดย : พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย)
* มก. เล่ม ๔๘ หน้า ๙๒