อะไรทำให้เราพบกัน

วันที่ 30 พย. พ.ศ.2558

อะไรทำให้เราพบกัน


           คู่รักบางคู่มีความเชื่อเรื่องบุพเพสันนิวาส จริงๆ แล้วเรื่องราวของบุพเพสันนิวาสนี้มีจริง คนที่เป็นคู่ชีวิตกันจำนวนไม่น้อย ถ้าได้ย้อนไปดูอดีตชาติจะพบว่าชาติก่อนๆ เขาเคยเป็นคู่ครองกันมา ชาตินี้จึงมาพบกันอีก และได้เป็นคู่ครองกันอีกครั้ง บุพเพสันนิวาสมีผลแต่ไม่ใช่ทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะความรักจะเกิดขึ้นด้วยเหตุ 2 ประการคือ
    
    ประการแรกในอดีตเคยเป็นคู่ครองกันมา เรียกว่า " บุพเพสันนิวาส " ประการต่อมาคือ มีการอุปถัมป์เกื้อกูลกันในชาตินี้ ทั้งสองคนได้เกื้อกูลอุปถัมภ์ มีน้ำใจซึ่งกันและกัน เกิดความผูกพันจนกลายเป็นความรัก  แล้วได้อยู่ครองชีวิตคู่ร่วมกันอย่างนี้ก็มีเหมือนกัน ขอยกตัวอย่าง เรื่องราวของ "โฆษกะ" ในช่วงเวลาที่ความรักเกิดของคนที่มีบุพเพสันนิวาสผูกพันกันมา เรื่องมีอยู่ว่า โฆษกะเป็นลูกเลี้ยงของท่านเศรษฐี พ่อเลี้ยงไม่ชอบใจนัก จึงหาทางกลั่นแกล้งให้เดินทางไปหาลูกน้องของตน พร้อมกับให้พกจดหมายไปฉบับหนึ่ง ส่งถึงลูกน้องหวังจะให้ลูกน้องฆ่าลูกเลี้ยงของตน โฆษกะอ่านหนังสือไม่ออก พ่อเลี้ยงสั่งอะไรก็ทำตามระหว่างทางโฆษกะแวะพักที่บ้านเศรษฐีชนบท ซึ่งเป็นเพื่อนพ่อเลี้ยงของตน พอโฆษกะไปถึงเศรษฐีชนบทรู้ว่าเป็นลูกเลี้ยงของเพื่อนก็ดีใจ ให้เข้าพักและเรียกหญิงรับใช้นางหนึ่งมาดูแล จัดเตรียมทั้งที่หลับที่นอนข้าวปลาอาหารให้เสร็จสรรพ


            หญิงรับใช้นางนี้ต้องไปดูแลโฆษกะจนเรียบร้อย ทั้งที่ยังทำธุระ ให้ธิดาของเศรษฐีไม่เสร็จเมื่อกลับไปจึงถูกธิดาเศรษฐีต่อว่าหาว่านางเถลไถล หญิงรับใช้จึงบอกกับธิดาเศรษฐีว่า ท่านเศรษฐีใช้ให้ตนเองไปดูแลลูกชายของเพื่อนท่านเศรษฐีที่มาขอพักอยู่ด้วยชื่อว่าโฆษกะ พอธิดาเศรษฐีได้ฟังชื่อโฆษกะเท่านั้น เอง ก็เกิดความรักขึ้นในใจ ยังไม่ทันได้พบหน้า แค่ได้ฟังชื่อเท่านั้นความรู้สึกรักก็วิ่งเฉือนขึ้นมาตั้งแต่ผิวหนังจรดเยื่อกระดูก รุนแรงยิ่งกว่ารักแรกพบเสียอีก เพราะเป็นรักตั้งแต่ยังไม่ได้พบ เนื่องจากโฆษกะและธิดาเศรษฐี เมื่อภพในอดีตเคยเป็นสามีภรรยาเกื้อกูลกันมาก่อน มีใจผูกพันกันมาก มาชาตินี้แค่ได้ฟังชื่อกระแสใจก็ต่อติดขึ้น ความรักวิ่งจากผิวหนังเข้าไปจรดเยื่อในกระดูกเลยทีเดียว ธิดาเศรษฐีจึงให้หญิงรับใช้พานางไปแอบดูโฆษกะซึ่งกำลังหลับอยู่ ธิดาเศรษฐีคอยเฝ้าพินิจโฆษกะ ยิ่งได้เห็นหน้าก็ยิ่งรักยิ่งชอบใจไปใหญ่  เมื่อธิดาเศรษฐีพิจารณาโฆษกะไปมา ก็เหลือบไปเห็น ชายผ้าของโฆษกะแล้วสงสัยว่า ทำไมชายผ้าจึงตุงๆ ธิดาเศรษฐีใจกล้าแอบย่องเข้าไปตอนที่โฆษกะหลับสนิทแกะชายผ้ามาดูก็เห็นเป็นจดหมาย นางจึงคลี่ออกมาดูก็ได้พบความจริง

 

            นางถึงกับตกใจคิดไปว่า " ตายจริงพ่อคนโง่ พกจดหมายฆ่าตัวเองมาด้วย " ในจดหมายเขียนว่า 
" ลูกคนนี้เป็นลูกชั่วชาติ เมื่อมันเดินทางไปถึงแล้วส่งจดหมายนี้ให้เจ้า ขอให้เราจัดการสังหารทิ้งทันที "ธิดาเศรษฐี จึงจัดแจงแปลงสาร กลับเข้าห้องของตนแล้วร่างจดหมายขึ้นใหม่มีใจความว่า " นายบ้านที่รัก นี่คือลูกชายสุดที่รักของข้า เมื่อเขาเดินทางไปถึงและส่งจดหมายนี้ให้เจ้า ขอให้รีบจัดขบวนขันหมากไปสู่ขอธิดาเศรษฐีชนบทมาเป็นคู่ครอง แล้วสร้างเรือนหอให้อยู่พร้อมสรรพโดยเร็วที่สุด " พอธิดาเศรษฐีแปลงสารเสร็จ นางก็นำจดหมายไปเหน็บชายผ้าโฆษกะเหมือนเดิม นี่คือความรักที่ตั้งขึ้นในใจ ของธิดาเศรษฐี เมื่อเคยมีความผูกพันกันมา พอเจอกันปุ๊บก็เกิดความพอใจขึ้นทันทีขอฝากข้อคิดไว้ด้วยว่า เราจะรักใครชอบใครไม่ว่าจะเป็นคู่รักกันก็ตาม หรือแม้แต่แต่งงานเป็นสามีภรรยามีลูกกันแล้วก็ตาม เขาหรือเธอจะดีแสนดีหรือชอบอกชอบใจกัน อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรอธิษฐานว่า " ขอให้ได้เกิดมาเป็นสามีภรรยากันทุกชาติไป " เพราะมันเสี่ยงเกินไป

 

    คนเราครองคู่กัน รักใคร่ชอบพอกัน แต่บุญบาปต่างคนต่างทำไม่เท่ากัน บางทีในชาตินี้เขาอาจจะไปเผลอทำอะไรไม่ดีไว้ แต่เรามาทำดีมาโดยตลอด ชาติต่อไปเราไปเกิดเป็นคนเขาอาจจะไปเกิดเป็นสัตว์แล้วที่เคยอธิษฐานไว้ว่า " ขอให้เกิดมาเป็นสามีภรรยากันทุกชาติไป " ผังชีวิตมันบีบบังคับ พอได้พบกันปุ๊บเกิดความรัก
ใคร่ต่อกันนี่แย่เลย เหมือนพระนางมัลลิกาเทวีมเหสีของพระเจ้าปเสนทิโกศลที่ไปเจอสุนัขในห้องน้ำเข้าถึงกับ
มืออ่อนเท้าอ่อน  ยอมให้สุนัขสมสู่เพราะเคยเป็นสามีเก่าในอดีต แล้วอธิษฐานในทำนองนี้ไว้เพราะฉะนั้นเราไม่ควรตั้งจิตอธิษฐานในลักษณะนี้ถ้าอธิษฐานว่าขอให้เราเป็นกัลยาณมิตรเกื้อกูลกันอย่างนี้พอรับได้ไม่ว่าจะเกิดมาอยู่ในสภาวะใด ก็ยังเกื้อกูลกันไปได้ แต่จะอธิษฐานว่า ขอให้เป็นสามีภรรยากันนั้นเสี่ยงเกินไป

-----------------------------------------------------------------

หนังสือ " The Lover รักเป็นจะเห็นใจ "

พระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ