วิธีสังเกตนิสัยการเงินของคนที่เราหมายปอง

วันที่ 04 ธค. พ.ศ.2558

วิธีสังเกตนิสัยการเงินของคนที่เราหมายปอง

 

       ก่อนที่คนสองคนจะตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ เชื่อว่าคนทั้งคู่ได้ศึกษานิสัยใจคอ และรู้จักกันมาพอสมควรจนตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันจริงๆแล้วการใช้ชีวิตร่วมกันมีหลายมิติ มีทั้งตัวเราและญาติพี่น้องของเรา มีทั้งตัวเขาและญาติพี่น้องของเขา แล้วยังมีทรัพย์สมบัติส่วนตัวของเรากับของเขารวมทั้งรายได้ที่กำลังจะเข้ามาในอนาคตอีกด้วย ในต่างประเทศ คู่รักนิยมทำข้อตกลงก่อนแต่งงานไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้น ถ้าคู่สมรสไม่ได้วางแผนไว้ก่อน อาจจะส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาได้ในภายหลังยิ่งถ้าแต่งงานมีลูกแล้วหย่าร้าง ยิ่งกลายเป็นปัญหาของลูกด้วย

 

    ก่อนอื่นเราควรสังเกตนิสัยการใช้จ่ายเงินของคนที่กำลังจะมาเป็นคู่ชีวิตในอนาคต จริงๆ แล้วทุกคนย่อมมีอุปนิสัยด้านการเงินแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับพื้นฐานชีวิตของแต่ละคนที่ต่างกัน เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่ได้วางแผนด้วยกันไว้ล่วงหน้าปัญหาการเงินของชีวิตคู่ย่อมเกิดขึ้นได้ในอนาคตซึ่งเราสามารถสังเกตอุปนิสัยการใช้เงินของอีกฝ่ายได้ไม่ยากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปัจจุบันเราสามารถสังเกตนิสัยทางด้านการเงินที่แตกต่างกันได้ จาก " วิธีการใช้บัตรเครดิต " 

 

      การใช้บัตรเครดิตของแต่ละคนต่างกัน บางคนมีบัตรเครดิตหลายใบทั้งที่เป็นเพียงมนุษย์เงินเดือน หรืออาจจะมีเพียงธุรกิจขนาดเล็ก ๆ เป็นของตนเอง โดยปกติคนทั่วไปมีบัตรเครดิต 1 - 2 ใบ ก็เพียงพอแล้ว คนที่ใช้บัตรเครดิตหลายๆ ใบ ควรเป็นเพราะทำธุรกิจที่มีเงินสดหมุนเวียนมากโดยส่วนตัวมีเงินในบัญชีธนาคารหลายล้านบาท การใช้บัตรเครดิตหลายใบ ถึงจะไม่มีผลกระทบต่อสถานภาพทางการเงิน ปัจจุบันบัตรเครดิตนั้นทำง่ายด้วยวงเงินที่ไม่มากนักบางคนพอมีบัตรเครดิตหลายใบ ก็ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยได้ด้วยบัตรหลายๆใบ จึงเกิดปัญหาใช้บัตรเครดิตเกินฐานะ คือ ใช้เงินเกินตัว

 

       บางคนคิดว่าตนเองใช้บัตรเครดิตตามวงเงินที่มี ถึงเวลาก็จ่ายหนี้บัตรครบตลอด คิดว่าตนเองมีเครดิตดี แต่ความจริงสถาบันการเงินกลับมองว่า การใช้บัตรเครดิตเกือบเต็มวงเงินหมายความว่า ผู้ถือบัตรเป็นคนมีอุปนิสัยใช้จ่ายมือเติบ เพราะฉะนั้น ผู้ถือบัตรเครดิตเป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงในการใช้จ่ายเกินตัว ซึ่งการใช้บัตรเครดิตนั้น จริงๆเราควรใช้ได้ก็ต่อเมื่อเรามีเงินสดอยู่ในบัญชีแล้ว บัตรกดเงินสดทำให้วิถีชีวิตของหลายคนพังมามากแล้ว เวลาเราต้องการใช้เงินด่วน เราก็กดเงินสดออกมาใช้เวลาจ่ายคืนตามขั้นต่ำดอกเบี้ยก็ทวีคูณขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อไม่พอใช้ก็ต้องไปรูดเงินสดออกมาอีก บริหารเงินไม่ดีก็ล้มละลายเพราะหนี้สินที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากดอกเบี้ยบัตรเครดิตนั้นสูงมาก

 

       ดังนั้น หากจำเป็นต้องนำเงินในอนาคตมาใช้ เราก็ไม่ควรใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตจนเต็มวงเงิน โดยปกติเราควรใช้จ่ายประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ของวงเงินในบัตรเครดิต จึงจะถือว่าผู้ถือบัตรมีวินัยทางการเงิน เพราะฉะนั้นการใช้บัตรเครดิตหลายๆใบไม่ใช่เรื่องโก้หรู แต่จะทำให้เรากลายเป็นคนที่มีความเสี่ยงในการก่อหนี้สูงนอกจากนั้นยังมีผลต่อการยื่นกู้เงินเรื่องหลักๆในชีวิต เช่น กู้เงินซื้อบ้านหรือทำธุรกิจในอนาคตของเราด้วย

-----------------------------------------------------------------

หนังสือ " The Lover รักเป็นจะเห็นใจ "

พระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ