จิตไม่หวั่นไหวด้วยโลกธรรม

วันที่ 08 มค. พ.ศ.2559

จิตไม่หวั่นไหวด้วยโลกธรรม

    จิต คือ ธรรมชาติคิดอยู่ในตัวคนเป็นๆ และสามารถสั่งสมอารมณ์ไว้ได้ 
  
 หวั่น คือวิตก กังวล กลัว เพราะความไม่ชอบ 
    ไหว คือ ปราถนาอยากได้ เพราะความชอบ
  
 โลกธรรม คือ เรื่องที่มีอยู่ประจำโลก ใครๆก็หลีกเลี่ยงไม่ได้


    จิตไม่หวั่นไหวด้วยโลกธรรม หมายถึง จิตใจเป็นอุเบกขา วางเฉยได้ มีความมั่นคง หนักแน่น เมื่อเรื่องไม่ชอบใจมากระทบสามารถเฉย ไม่หวั่น หรือเมื่อเรื่องชอบใจมากระทบ ก็เฉย ไม่ไหว มีความไม่ยินดียินร้ายอยู่เป็นธรรมดา ด้วยความรู้เท่าทันว่า มันก็แค่นั้นเอง


โลกธรรม หรือเรื่องที่มีอยู่ประจำโลกนี้ มี 2 ฝ่าย คือ 

1. ฝ่ายที่ทำให้ใจไหว ได้แก่ ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ โลกธรรม 4 ประการนี้ เป็นเรื่องที่คนทั่วไปชอบ เพราะรู้ไม่ทันสภาวะของมันว่าไม่จีรัง คนทั้งหลายจึงแสวงหา หาได้ก็หวงหวงมากก็ห่วง


2. ฝ่ายที่ทำให้ใจหวั่น ได้แก่ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ ได้ทุกข์ นินทา โลกธรรมทั้ง 4 ประการนี้ไม่มีใครชอบ ทั้งเกลียดทั้งกลัวเมื่อมันยังไม่มากระทบก็หวั่นวิตกว่าจะถูกกระทบ ถูกกระทบแล้วก็หวั่นวิตกว่าจะเสียหาย แม้ผ่านไปแล้วก็หวั่นว่าจะกลับมาอีก 

    แต่ทั้ง 8 สิ่งนี้ก็ดี รวมทั้งสรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ก็ดี มีลักษณะประจำอยู่ 3 ประการ เรียกว่าไตรลักษณ์คือ 

1. อนิจจตา คือ ความไม่เที่ยง ไม่ว่าจะมีวิญญาณครองหรือไม่มีวิญญาณครอง ล้วนไม่หยุดอยู่กับที่เปลี่ยนแปลงไปได้เรื่อยๆ ย่อมคร่ำคร่าทรุดโทรมผุพังไปเป็นธรรมดา ขึ้นๆลงๆ
2. ทุกขตา คือ ความเป็นทุกข์ ต้องแตกดับไปเป็นธรรมดา ไม่มีอะไรอยู่ค้ำฟ้า
3. อนัตตา คือ ความไม่ใช่ตัวตน คือ หาตัวตนแท้จริงไม่ได้ บังคับบัญชาไม่ได้ว่าจงเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ไม่เป็นไปตามความพอใจ

 

      คนทั้งหลายมองไม่เห็นไตรลักษณ์ จึงลุ่มหลงยินดียินร้ายหวั่นไหวในโลกธรรรม ต้องตกอยู่ในห้วงทุกข์ตลอดมา พระอริยเจ้าเห็นธรรมภายในซึ่งมีลักษณะ นิจจัง คือ เที่ยง สุขัง คือเป็นสุข อัตตา คือ เป็นตัวตนที่แท้จริง เป็นธรรมชาติที่อยู่เหนือกฏไตรลักษณ์ เห็นพระนิพพานว่าเป็น นิจจัง สุขัง อัตตา จึงไม่ใยดีในโลกธรรมไม่ขุ่นมัว หลงใหล ในโลกธรรม แต่จดจ่ออยู่ในนิพพานเป็นในตัวของท่าน

 

    เพราะฉะนั้น เรื่องประจำโลก 8 ประการนี้ ทุกคนในโลกต้องเจอทุกคน หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดา หรือเป็นพระอริยเจ้าต่างกันแต่ว่าคนธรรมดาเจอแล้วใจย่อมหวั่นไหวเพราะรู้ไม่เท่าทัน ส่วนพระอริยเจ้าเจอแล้วกลับรู้สึกเฉยๆ ไม่หวั่นไหวตาม 

-----------------------------------------------------------------

หนังสือ " เปิดไปอ่านความสุข "

ส. ผ่องสวัสดิ์

ชมรมนักคิดนักเขียนเพื่อสันติภาพโลกและมูลนิธิพัฒนาเยาวชนต้นแบบศีลธรรม