ทำไมชีวิตอยู่ได้ด้วยปัจจัย ๔

วันที่ 31 มีค. พ.ศ.2559

 

 

ทำไมชีวิตอยู่ได้ด้วยปัจจัย ๔
                     

             สิ่งที่บีบคั้นเราตั้งแต่ยังเป็นทารกอยู่ในครรภ์มารดา คือความหิว ความกระหาย การถ่ายของเสียออกจากร่างกาย พอเราหิว เรากระหาย เราก็เตะ ถีบ ดิ้นรนให้แม่รู้ว่าเราหิว ยิ่งครรภ์แก่มากเท่าไหร่ ตัวเราใหญ่ขึ้นเกือบสามกิโลกรัม ทั้งถีบทั้งถองจนท้องแม่ปูดโปนออกมาเป็นรูปข้อศอก รูปเข่า รูปเท้าเรานั่นแหละ ประเคนใส่จนกว่าคุณแม่เราจะตะเกียกตะกายหาอะไรมาดื่มหรือกลืนกินอะไรลงไปให้เราหายหิว จึงจะหยุดอาละวาดยิ่งเด็กผู้ชายยิ่งแรงดีกว่าเด็กผู้หญิงหลายเท่านัก
              ที่สำคัญอย่างน่าประหลาดใจ คืออาละวาดตรงเวลาเหมือนมีนาฬิกาแขวนไว้ในผนังท้อง ถ้าอาหาร เครื่องดื่ม ลำเลียงเข้าไปผิดเวลา ไปสัก ๕นาทีเท่านั้นแหละ เป็นเรื่องทีเดียว เพราะความทุกข์ที่เกิดจากความหิวกระหายตั้งแต่ยังไม่เดียงสา สายสะดือที่ต่อเชื่อมกันไว้พอคุณแม่กิน คุณลูกก็พลอยอิ่มไปด้วย พออิ่มไปสักพักสบายอกสบายใจ ก็ง่วงงุนหลับพาคุณแม่ง่วงหลับพับตามไปอีก
        ลองสังเกตดูหญิงตั้งครรภ์หลังรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ จะง่วงจนทนไม่ไหวต้องเผลองีบหลับ คู่มือคุณแม่ทั้งหลายจึงแนะนำให้พักผ่อนหลังรับประทานอาหารกลางวันสัก ๓๐ นาที เพื่อซ่อมแซมร่างกาย เป็นการชาร์จแบตเตอรี่ให้สดชื่นขึ้น พอเราตื่นขึ้นมาอาหารย่อยเสร็จ จัดแจงปล่อยของเสียฝากให้คุณแม่ช่วยกำจัดออกมาให้อีก ยิ่งครรภ์แก่เท่าไรยิ่งหิวบ่อยเท่านั้น ร่างกายจะอ้วนอุ้ยอ้าย อุ้มทั้งน้ำหนักตัวคุณแม่ที่เริ่มขยายสัดส่วนต่างๆ ทั้งน้ำหนักทารกในครรภ์ เริ่มเกิดอาการปวดหลัง เพราะขาดความสมดุลของท้องที่ยื่นล้ำออกมา เป็นตะคริวที่ขาเพราะแคลเซียมถูกดึงไปใช้สร้างกระดูกให้ลูกน้อยอีกต่างหาก
             นี่เป็นแค่หนังตัวอย่างตอนเรานั่งๆ นอนๆ อยู่ในครรภ์มารดา ยังไม่ได้ลืมตามาผจญภัยเองเลย
 ยังเอาแต่ใจตัวเองโดยความต้องการพื้นฐานของชีวิตเท่านั้น

          พอคลอดจากครรภ์มารดาบอกได้ว่าเราเกิดมาพร้อมกับความทุกข์ ทันทีที่เกิดก็ร้องไห้จ้าออกมา ตกใจแสงไฟสว่างจ้า เสียงคนคุยกัน เสียงเครื่องมือ อุณหภูมิหนาวร้อนไม่พอเหมาะเหมือนอยู่ในครรภ์มารดาเดี๋ยวหิว เดี๋ยวกระหาย เดี๋ยวปวดหนัก เดี๋ยวปวดเบา มันตามบี้ตามบีบเราอย่างนี้ ถึงได้พากันร้องไห้จ้าออกมา ถึงได้บอกว่าเราเกิดมาพร้อมกับความทุกข์ตั้งแต่วันเกิดจนถึงวันนี้ไม่มีเว้นว่างแม้แต่วันเดียวนี่คือความจริงของชีวิตที่เราต้องผจญ
         
ทำไมหนาว เพราะขาดธาตุไฟ จึงต้องหาเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มมาใส่หาที่อยู่อาศัยไว้หลบฝนหลบหนาว
     
ทำไมร้อน เพราะขาดธาตุลม จึงต้องหาเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับฤดูกาลมาสวมใส่ หาพัด หาพัดลม หาเครื่องปรับอากาศ มาใช้ดับความร้อนอบอ้าว
         
ทำไมหิว เพราะขาดธาตุดิน จึงต้องหาอาหารมาใส่ปากใส่ท้องของเราเพื่อดับหิว
         
ทำไมกระหาย เพราะขาดธาตุน้ำ จึงต้องหาน้ำ หาเครื่องดื่ม มาดับความกระหาย

                ความหนาวร้อน อาการหิวกระหายมีมาก ทำให้เกิดธาตุแปรปรวนจึงต้องหายารักษาโรคมาบรรเทาอาการ อันเกิดจากความเกินพอดีที่ร่างกายได้รับมา เพราะฉะนั้นสภาวะของความหนาว ร้อน หิว กระหาย จึงเป็นที่มาของปัจจัย ๔ คือ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม บ้านที่อยู่อาศัย อาหาร/น้ำ และยารักษาโรค ไม่ใช่ว่าเอาปัจจัย ๔ มาพูดเล่นลอยๆ ตั้งแต่เล็กจนโตมาเราไม่ได้ฝึกคิดพิจารณาว่าปัจจัย๔ เหล่านี้มีหน้าที่อะไรกันแน่ นอกจากเราไม่ค่อยได้คิดแล้ว เรายังทำตามใจตัวเองอีกต่างหาก โดยเอาความอยากแบบไร้ขอบเขตเป็นที่ตั้ง

 

 

................................................................................................................

จากหนังสือ ความดีสากล
โดย " พระราชภาวนาจารย์ (เผด็จ ทตฺตชีโว)