วิหาระทานะคาถา

วันที่ 20 เมย. พ.ศ.2559

 

วิหาระทานะคาถา

สีตัง อุณหัง ปะฏิหันติ     ตะโต วาฬะมิคานิ จะ
สิริงสะเป จะ มะกะเส     สิสิเร จาปิ วุฏฐิโย
ตะโต วาตาตะโป โฆโร     สัญชาโต ปะฏิหัญญะติ
เลนัตถัญจะ  สุขัตถัญจะ      ฌายิตุง จะ วิปัสสิตุง
วิหาระทานัง สังฆัสสะ     อัคคัง พุทเธหิ วัณณิตัง
ตัส๎มา หิปัณฑิโต โปโส     สัมปัสสัง อัตถะมัตตะโน
วิหาเร การะเย รัมเม     วาสะเยตถะ พะหุสสุเต
เตสัง อันนัญจะ ปานัญจะ     วัตถะเสนาสะนานิ จะ
ทะเทยยะ อุชุภูเตสุ     วิปปะสันเนนะ เจตะสา
เต ตัสสะธัมมัง เทเสนติ     สัพพะทุกขาปะนูทะนัง
ยัง โส ธัมมะมิธัญญายะ     ปะรินิพพาตะยะนาสะโวติ ฯ

 

 

คำแปล ความหมาย วิหารทานคาถา

     เสนาสนะที่อยู่อาศัย ย่อมป้องกันความเย็นและความร้อน และสัตว์ร้าย งูและยุง และฝนที่เกิดขึ้นในฤดูหนาว และต่อจากนั้น ลมและแดดอันกล้าเกิดขึ้นแล้ว ก็ย่อมพอบรรเทาไปได้,

     การถวายกุฏิวิหารแก่สงฆ์ เพื่อเป็นที่อยู่หลีกเร้น เพื่อความสุข เพื่อเพ่งพิจารณาธรรม เพื่อเห็นแจ้งในธรรม พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่า เป็นทานอันเลิศ,

     เพราะเหตุนั้นแล บุรุษผู้เป็นบัณฑิต เมื่อเล็งเห็นประโยชน์ตน พึงสร้างกุฏิวิหารอันรื่นรมย์ ถวายให้แก่ภิกษุผู้เป็นพหูสูตรได้ยินได้ฟังมามากและปฏิบัติดี ได้อยู่อาศัยเถิด,

     อนึ่ง พึงถวายข้าว น้ำ ผ้า และเสนาสนะที่อยู่อาศัย แก่ท่านเหล่านั้นด้วยน้ำใจอันเลื่อมใสในท่านทั้งหลายผู้ซื่อตรง,

     และภิกษุทั้งหลายเหล่านั้น ย่อมแสดงธรรมที่ควรรู้ในโลกนี้อันเป็นเครื่องหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง อันเป็นเหตุให้ไม่มีอาสวะกิเลสได้เข้าสู่นิพพานแก่ผู้ถวายเสนาสนะนั้น ดังนี้แล ฯ

 

 

อนาถบิณฑิกเศรษฐี มหาเศรษฐีคู่บุญพระศาสนา
อุบาสกผู้เป็นเลิศในการถวายทาน

วิหารทานเป็นทานอันเลิศ 1/2


วิหารทานเป็นทานอันเลิศ 2/2

 

 


** อ้างอิงจาก หนังสือสวดมนต์แปล วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) อ.เมือง จ.อุทัยธานี
*  พระธรรมเทศนาโดยพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย)