ความสุภาพกับการรักษาศีลข้อ ๓

วันที่ 23 พค. พ.ศ.2559

ความสุภาพกับการรักษาศีลข้อ ๓
 

ความสุภาพกับการรักษาศีลข้อ ๓

ศีลข้อ ๓ มีองค์ของศีลอยู่ ๔ ประการ คือ

๑. หญิงหรือชายที่ไม่ควรละเมิด
๒. มีจิตคิดจะเสพเมถุน
๓. ประกอบกิจในการเสพเมถุน
๔. ยังอวัยวะเพศให้ถึงกัน


หญิงต้องห้ามมี ๓ ประเภท

๑. หญิงมีสามี
๒. หญิงที่อยู่ในความปกครองดูแลของบิดามารดาหรือญาติ
๓. หญิงที่ประเวณีหวงห้าม เช่น หญิงที่กฏหมายหวงห้าม หญิงนักบวช


ชายต้องห้ามมี ๒ ประเภท 

๑. ชายที่ไม่ใช่สามีของตน
๒. ชายที่ประเพณีหวงห้าม เช่นชายนักบวช


     จากนิสัยที่บ่มเพาะความสกปรกนำไปสู่ความไม่มีระเบียบ เมื่อไม่มีระเบียบก็หงุดหงิด แล้วท่าทางแห่งความไม่สุภาพก็จะออกมา แท้ที่จริง ความไม่สุภาพคือ การจัดระเบียบทั้งร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียง กิริยา ท่าทาง เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ที่เราเรียกกันว่า "เสื้อ ผ้า หน้า ผม" ไม่เหมาะสม

     ถ้าเด็กวัยรุ่นเป็นเพศเดียวกัน กลุ่มพวกผู้ชายพอเห็นคนเพศเดียวกันนั่งนอนยืนเดินไม่สุภาพ เสื้อผ้าหน้าผมไม่สุภาพ รู้สึกหมั่นไส้แท้ที่จริงตาของตัวเองนั่นแหละหาเรื่องไม่สุภาพก่อน จึงเกิดการกระทบกระทั่งกัน ตะโกนท้าทายกัน ชกต่อยกัน ยกพวกตีกัน ความแตกสามัคคี เริ่มจากอย่างนี้

    ถ้าเป็นต่างเพศ เสื้อผ้าหน้าผมไม่สุภาพ กิริยาท่าทางการนั่งนอนยืนเดินไม่สุภาพ ชายมองไปเห็นหญิงแบบนั้นจิตเริ่มคิด เริ่มมองไปว่าเป็นการให้ท่าให้ทาง เริ่มตั้งแต่การแต่งตัวนุ่งสั้นๆ แหวกเสื้อผ้าเปิดโป๊ เปลือยไหล่ แต่งหน้าทาปากจัดจ้าน เดินเหินบิดตรงนั้นส่ายตรงนี้ คิดไปเรื่อยๆ วาจาก็เริ่มคึกคะนอง พูดจาแทะโลมยิ่งเขาโกรธยิ่งยั่วยุ อยากลิ้มอยากลอง มองเห็นเป็นสิ่งท้าทายเกิดการพนันขันต่อ ท้ายสุดจบลงด้วยการล่วงละเมิด
ทางเพศ

      เกิดอะไรขึ้นในเชิงประจักษ์ คุณแม่วัยใสติดอันดับหนึ่งในเอเชีย ติดอันดับสองของโลก หญิงขายบริการขึ้นชื่อลือกระฉ่อนตามแหล่งท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ

    ทั้งหมดเกิดจากความสกปรก ความไม่มีระเบียบ ความมักง่าย ทำให้ไม่สุภาพ ทำลายศีลข้อ๓ เพราะตนเองไปล่วงละเมิดทางเพศสตรีอื่น ที่มิใช่ภรรยา ส่วนเด็กและสตรีที่ถูกล่วงละเมิดจะโดยยินยอมหรือไม่ นานไปก็เผลอใจไปรักไปชอบคนที่เขามีเจ้าของได้ง่าย เพราะไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว บิดามารดาก็เสียใจ ตนเองก็เสียใจ เสียการเรียน เสียอนาคต ได้ลูกติดท้องมาฝากแม่

     บางคนพอมีเหตุเกิดขึ้นก็เที่ยวไปโทษว่า มีคนปล่อยคุณไสย โทษดวงตก โทษปีชง โทษดาวเคราะห์ โทษฮวงจุ้ย โทษไปสารพัดศาสตร์ยกเว้นโทษตัวเอง คนไทยชอบโทษของประเภทนี้ พากันเซ่นไหว้เสียเงินเสียทองไปไม่รู้ปีละเท่าไหร่ บางคนไปรดน้ำมนต์ ๗ วัด ไปซื้อของ ๗ อย่าง ๙ อย่าง รับดาวดวงนั้นดวงนี้ ไปไหว้ขอพรเทพเจ้าไกลถึงต่างประเทศที่จริงอะไรไม่เข้าท่าเข้าทาง ถ้าไล่เจาะลึกถึงสาเหตุ หาให้พบก็จบแล้ว

   วัดก็เหมือนกัน ลองมีงานบ่อยๆ คนมาเที่ยวเยอะๆ พองานเลิกต่างคนต่างทิ้งเศษกระดาษ เศษขยะ เศษอาหาร เกลื่อนไปหมดทั้งวัด วัดนั้นจะรกสุดๆ รกเพราะคนมาเที่ยวมากเท่าไหร่ขยะก็มากเท่านั้น พระเณรต้องเก็บกวาดดูแลรักษา กวาดกันทั้งอาทิตย์ก็ไม่เสร็จ แรงพระเณรก็มีไม่มากต้องปล่อยให้เป็นขยะกองอยู่ในวัด เพราะคนที่เข้าวัดหลายคนไม่สุภาพ มักง่าย ตั้งใจจะไปทำบุญกลายเป็นทำบาปเสียอีก

    ความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นเสน่ห์ติดตัวคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพการงานให้คนอื่นเกิดความเมตตา ยามตกทุกข์ได้ยากคนอื่นก็พร้อมจะช่วยเหลือเกื้อกูล ทำผิด คนอื่นก็พร้อมให้อภัย จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งก็เป็นที่ชื่นชมของผู้ใหญ่ แม้อยู่ในเพศบรรพชิตด้วยกันก็สร้างศรัทธา สร้างความประทับใจให้กับหมู่คณะและสาธุชน

 

สรุป

- ความไม่สุภาพที่แสดงออกทั้งทางร่างกาย
      กิริยาท่าทาง เสื้อ ผ้า หน้า ผม รวมไปถึงวาจาการโต้ตอบ  ถ้าเป็นเพศเดียวกัน    โดยเฉพาะชายกับชาย ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท การกระทบกระทั่งกันได้โดยง่ายถ้าต่างเพศกัน จะกลายเป็นการยั่วยุ เป็นต้นเหตุให้ลุกลามไปจนเกิดการล่วงละเมิดทางเพศได้ กลายเป็นปัญหาสังคมทุกวันนี้ ส่งเสริมให้ผิดศีลข้อ ๓

- เมื่อการการทะเลาะวิวาทหรือการล่วงละเมิดทางเพศ
    ทำให้เกิดปัญหาสังคมมากมาย ผู้กระทำ เกิดนิสัยไม่ดี อารมณ์ก้าวร้าวกระทบกระทั่งได้ง่าย เป็นผู้มักมากในกาม มองเห็นแต่ความผิดผู้อื่น ได้รับโทษทางกฏหมาย ผู้ถูกกระทำ โทษสังคม โทษผู้อื่น เกิดบาดแผลฝังลึกทางใจ เกิดผลกระทบต่ออนาคตของตนเองและครอบครัว

 

................................................................................................................
จากหนังสือ ความดีสากล
โดย " พระราชภาวนาจารย์   วิ.(เผด็จ ทตฺตชีโว)