ความดีสากลกับผลทางสังคม

วันที่ 24 พค. พ.ศ.2559

ความดีสากลกับผลทางสังคม

 

ผลกระทบทางสังคม

๑.   ปฏิบัติความดีสากลจนเป็นนิสัย จะควบคุมตนเองได้

๒.   เศรษฐกิจจะควบคู่ไปกับจิตใจ ย่อมมีความมั่นคงพอ

      เมื่อภาวะเศรษฐกิจกับจิตใจมีความมั่นคงพอ   การปฏิบัติหน้าที่การงานกับการดูแลคนรอบข้างในทิศทั้ง ๖ จะทำได้ไม่ขาดตกบกพร่อง ปราศจากความลำเอียง เพราะฝึกมามากพอจนควบคุมทีมได้ ตัดสินก็ถูก ตัดใจก็ได้ แถมรวมใจคนได้โดยอัตโนมัติ เพราะคนดีจะเลื่อนไหลมาหา ไม่ใช่ฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไรมาสุมหัว" คนกลุ่มนี้เองจะควบคุมชุมชนได้จริง

   สุดท้ายมาดูข้อบกพร่องของตนเอง ต่อครอบครัวและต่อการทำงาน จากการใช้แบบสอบถาม สุ่มถามคนหลากหลายอาชีพทั้งหญิงชายที่ไปปฏิบัติธรรมถือศีล ๘ ในวัด ผลออกมาใน ๖ อันดับแรกดังนี้

ความดีสากลกับผลทางสังคม

ความบกพร่องของตนเอง

๑. ใช้จ่ายเงินสุรุ่ยสุร่าย ซื้อของเกินความจำเป็น บ้านช่องรกรุงรัง 
๒. ไม่ชอบสวดมนต์ นั่งสมาธิ ใจฟุ้งซ่านง่าย 
๓. มองเห็นแต่ความผิดผู้อื่นมากกว่าตนเอง ชอบโทษผู้อื่น 
๔. พูดจาไม่ไพเราะ กิริยา มารยาทแข็งกระด้าง โกรธง่ายหายยาก
๕. ไม่มีระเบียบ ไม่ค่อยตรงต่อเวลาในการนัดหมาย
๖. สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า / เบียร์ / ไวน์ ชอบดูคลิปต้องห้ามบ้าง

 

ความบกพร่องของตนเองต่อคนในครอบครัว

๑. จัดของในบ้านไม่ค่อยเป็นระเบียบ วางของไม่เป็นที่เป็นทาง 
๒. ไม่ฟังความคิดความเห็นของคนในครอบครัว ฉันต้องเป็นใหญ่อยู่เสมอเลย คิดว่าความคิดของตัวเองเท่านั้นที่ถูก และชอบทะเลาะกับคนในครอบครัว
๓. หงุดหงิด ใจร้อน พูดจาไม่ค่อยดีกับพ่อแม่ รวมทั้งคนในครอบครัว 
๔. ไม่มีเวลาให้ครอบครัว จัดสรรเวลาไม่ดี ปล่อยเวลาให้ผ่านไปแบบไร้ประโยชน์ 
๕. ชอบสะสมข้าวของ มัวแต่เสียดาย กระบุงขาด กระจาดพัง จัดของในบ้านให้เป็นระเบียบไม่สำเร็จ ไม่แจก ไม่ให้ใครเพราะหาไม่เจอ จนของเก่า ขาด หรือหมดอายุไป
๖. สื่อสารกับคนในครอบครัวน้อยเกินไป เกิดความไม่เข้าใจกันไม่พยายามอธิบาย หนีปัญหาแทนการแก้ปัญหา เพราะรำคาญ

 

ความบกพร่องของตนเองต่อการทำงาน

๑. ทำงานไม่รอบคอบ ไม่ติดตามงาน ไม่รับผิดชอบ ไม่ตรงต่อเวลา 
๒. ทำงานแบบดินพอกหางหมู ไฟลนก้น เช้าชาม เย็นชามตามแต่เจ้านายสั่ง 
๓. หงุดหงิดง่าย เครียดมาจากบ้าน มาทะเลาะกับเพื่อนที่ทำงาน 
๔. ที่ทำงานมีความสะอาดน้อยไป สกปรกมากไม่จัดเอกสารให้เป็นระเบียบไม่คัดแยกให้เป็นสัดส่วน 
๕. ไม่กล้าแสดงออกในการพูด เพราะสรุปงานได้ไม่ชัด ขาดหลักเกณฑ์ในการมองงานให้ทะลุ 
๖. ขาดการสนใจใฝ่เรียนรู้ ชอบอ่านเรื่องไร้สาระ ชอบแชท เฟซบุ๊ค อินสตาแกรม ท่องเว็บในที่ทำงาน

     ถามว่าแก้ความบกพร่องเหล่านี้ได้อย่างไร ต้องทำให้ใจมันใสพอเริ่มที่ทำความสะอาดให้ได้ ทั้งกาย ทั้งวัตถุ ทำสมาธิ ใจก็จะสะอาด ถ้ายังล้างมือให้สะอาดไม่ได้ ยากที่จะล้างหน้าให้สะอาด เพราะมือเราพลิกซ้าย ขวา หน้า หลัง ได้อย่างใจนึก ไม่ต้องเอากระจกมาส่องยังล้างได้ไม่สะอาด แล้วจะเอามือที่สกปรกมาล้างหน้าให้สะอาด ย่อมเป็นไปได้ยาก มือสะอาดทุกนิ้วจะสวย ทุกเล็บสีชมพูใสอย่างกับไข่มุก แต่เพราะเราทำความสะอาดเล็บไม่พอจึงไปเอาสีมาทาเล็บ เดี๋ยวนี้มีสารพัดสี มองไม่ออกว่าเล็บคนหรือเล็บผี เคลือบไปหลายๆชั้นพอล้างออกด้วยน้ำยา เล็บจริงที่มีสุขภาพดีแต่เดิมกลายเป็นเล็บคนป่วยสีเหลืองอมโรค 
เจ้าตัวต้องทาสีทับบลงไปเพราะอายเขา 

    สังเกตไหมว่าจริงๆแล้ว บริเวณที่ล้างให้สะอาดของมือยากที่สุดอยู่ตรงไหน ที่ลายมือ ร่องนิ้วกับปลายนิ้วแต่ละนิ้ว เลยทำให้กลายเป็นพาหะพาเชื้อโรคไปติดกันข้ามประเทศมามากแล้ว หน้าเหมือนกัน ล้างให้สะอาดยาก เลยเหี่ยวย่นยานง่าย ต้องอาศัย พอก โปะ เข้าไปมากๆ เพื่อหลอกตัวเอง เมื่อล้างหน้าไม่สะอาดก็ล้างก้นไม่สะอาด เพราก็ต้องเอามือที่ล้างไม่เกลี้ยงไปล้างก้นอีก สรุปว่าเมื่อตัวเองทั้งตัวยังล้างไม่สะอาดแล้วไปหยิบไปทำอะไรจะให้สะอาดได้สมใจเป็นไปไม่ได้ เพราะความสังเกต ความพิถีพิถันยังมีรไม่พอ ก็จะได้แค่เกรดผ้าเช็ดพื้นอยู่นั้นแหล่ะ

 

................................................................................................................
จากหนังสือ ความดีสากล
โดย พระราชภาวนาจารย์   วิ.(เผด็จ ทตฺตชีโว)