แถลงข่าวคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย เรื่องศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซวัลเล่ย์เขาใหญ่

วันที่ 25 มิย. พ.ศ.2559

แถลงข่าวคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย
เรื่องศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซวัลเล่ย์เขาใหญ่

 

 


   ตามที่มีการเสนอข่าวเรื่องศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซวัลเล่ย์ ที่เขาใหญ่นั้น คณะศิษยานุศิษย์ขอเรียนชี้แจงดังนี้

    1.    ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซวัลเล่ย์ ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 6 ตำบลโป่งตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา  ที่ดินมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง ไม่ได้อยู่ในที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ และไม่ได้อยู่ในที่ดิน สปก. และเป็นที่ดินที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั่วไป ไม่จำกัดเฉพาะทำเกษตรกรรม
 
     2.    ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซวัลเล่ย์ ได้ขออนุญาตการก่อสร้างกับทางองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งตาลองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ.2556 โดยมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ในอุปถัมภ์พระราชภาวนาวิสุทธิ์
 
     3.     ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซวัลเล่ย์ มิได้เป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นศาสนสมบัติเพื่อพระพุทธศาสนาและประชาชน  มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของทั้งพระภิกษุ สามเณร ข้าราชการ เยาวชน และประชาชนทั่วไป เพื่อฟื้นฟูศีลธรรมกลับสู่สังคมไทย
 
     4.    ผู้มาปฏิบัติธรรมจะต้องรักษาศีล 8 งดทานข้าวเย็น ห้ามดื่มเหล้า ห้ามสูบบุหรี่ นุ่งขาวห่มขาว ตื่นนอนตั้งแต่เวลา 04.30 น. เพื่อสวดมนต์ นั่งสมาธิ ฟังธรรม มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ห้องนอนเป็นห้องรวม ไม่มีเครื่องปรับอากาศ เตียงไม้ขนาดกว้างเพียง 90 ซม. ใช้ห้องน้ำรวม ที่ดูอาคารมีขนาดใหญ่ เพื่อให้สามารถรองรับผู้มาปฏิบัติธรรมได้จำนวนมาก ครั้งละ 1,500 คน
 
     5.    ขณะนี้ได้มีหน่วยราชการเข้าไปตรวจสอบศูนย์ปฏิบัติธรรมที่มีแนวทางเดียวกับวัดพระธรรมกาย มีการตรวจสอบที่อาจไม่เป็นไปตามครรลองที่ชอบธรรม อาทิ ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบธุดงคสถานล้านนา อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ว่ารุกที่ป่าสงวนหรือไม่ ทั้งที่ธุดงคสถานตั้งอยู่กลางเมือง อยู่ติดมหาวิทยาลัยแม่โจ้  ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบศูนย์ปฏิบัติธรรมที่ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ว่ารุกป่าหรือไม่ ทั้งที่ตั้งอยู่กลางท้องนา ไม่มีป่าสงวนอยู่ในละแวกใกล้เคียงเลย เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับคำสั่งให้มาตรวจก็งงกับคำสั่ง

     คำสั่งอย่างนี้เป็นคำสั่งที่ชอบธรรมหรือไม่  โปรดอย่าลืมว่าหน่วยราชการทั้งหมดจัดตั้งขึ้นด้วยฉันทานุมัติจากประชาชน ดำเนินงานด้วยภาษีอากรของประชาชน เพื่อดูแลทุกข์สุขของประชาชน ผู้บริหารหน่วยงานราชการไม่ควรเข้าใจผิดว่า  ตนเป็นเจ้าของอำนาจจะสั่งการให้ข้าราชการทำอะไรก็ได้
 
     6.    หากการบริหารราชการถูกมองว่าเป็นการลุแก่อำนาจเพื่อจะหาเรื่องรังแกประชาชนและการคณะสงฆ์ ก็เป็นการทำงานที่ขัดต่อนโยบายการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในชาติ ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
 
     7.    คณะศิษยานุศิษย์ขอวิงวอนหน่วยราชการได้โปรดให้ความเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่กลั่นแกล้งประชาชน และขอวิงวอนสื่อมวลชน อย่าตกเป็นเครื่องมือของผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยอคติ เลือกปฏิบัติ ทำงานตามใบสั่งเลย

 

นายองอาจ  ธรรมนิทา
โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย
25 มิถุนายน 2559