14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์

วันที่ 03 กพ. พ.ศ.2560

วันสำคัญตามเทศกาลต่าง ๆ
วันวาเลนไทน์

14 กุมภา วันวาเลนไทน์ , วาเลนไทน์ , ความรัก , Valentine's , Valentine's Day , LOVE , แต่งงาน , คู่รัก , ดอกกุหลาบ

     วันนักบุญวาเลนไทน์ (อังกฤษ: Saint Valentine's Day) หรือที่มักเรียกว่า วันวาเลนไทน์ (อังกฤษ: Valentine's Day) ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี วันวาเลนไทน์มีการเฉลิมฉลองในหลายประเทศทั่วโลก ส่วนใหญ่เป็นประเทศทางตะวันตก


วันวาเลนไทน์ (Valentine’s Day)
       มีมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน ซึ่งในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันเฉลิมฉลองของจูโน่ซึ่ง เป็นราชินีแห่งเหล่าเทพและเทพธิดาของโรมัน ชาวโรมันรู้จักเธอในนามของเทพธิดา แห่งอิสตรีและการแต่งงาน และในวันถัดมาคือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ก็จะเป็นวันเริ่มต้นงานเลี้ยงของเด็กหนุ่มและเด็กสาว ต่อมาใน รัชสมัยจักรพรรดิคลอดิอัส ที่ 2 (Emperor Claudius II) แห่งกรุงโรม ที่มีกษัตริย์ ใจคอดุร้ายและทรงนิยม การทำสงครามนองเลือด และทรงห้ามการจัดพิธีหมั้นและแต่งงานกันในโรมโดยเด็ดขาด

        โดยขณะนั้นมีนักบุญรูปหนึ่งชื่อว่า “เซนต์วาเลนไทน์” หรือ “วาเลนตินัส” ซึ่งอาศัยอยู่ในกรุงโรม ได้ร่วมมือกับ เซนต์มาริอัส จัดพิธีแต่งงานให้กับ ชาวคริสต์หลายคู่ด้วยความปรารถนาดีของท่านนี้เอง จึงทำให้เขาถูกตัดสินประหารชีวิตโดยเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ก่อนที่เขาจะถูกประหารชีวิตเซนต์วาเลนไทน์ ได้ตกหลุมรักหญิงสาวที่เป็นลูกสาวของผู้คุมที่ชื่อว่า “จูเลีย” ซึ่งได้มาเยี่ยมเขาระหว่างที่ถูกคุมขัง ในคืนก่อนที่วาเลนไทน์จะถูกประหารชีวิตนั้น เขาได้ส่งจดหมายฉบับสุดท้ายถึงจูเลีย อันเป็นที่รัก โดยลงท้ายว่า “From Your Valentine”

        ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 (วันวาเลนไทน์) หรือ พ.ศ.813 ราว 1,738 ปี หลังจากนั้นศพของเขาได้ถูกเก็บไว้ที่ โบสถ์พราซีเดส (Praxedes) ณ กรุงโรม ซึ่ง จูเลีย ได้ปลูกต้นอามันต์ หรืออัลมอลต์สีชมพู ไว้ใกล้หลุมศพของเซนต์วาเลนไทน์ หรือ วาเลนตินัส แด่ผู้เป็นที่รักของเธอ โดยในทุกวันนี้ ต้นอามันต์สีชมพู ได้เป็นตัวแทนแห่งรักนิรันดรและมิตรภาพ อันสวยงาม และคำนี้ก็เป็นคำที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน
 

14 กุมภา วันวาเลนไทน์ , วาเลนไทน์ , ความรัก , Valentine's , Valentine's Day , LOVE , แต่งงาน , คู่รัก , ดอกกุหลาบ

แต่งงานไปทำไม 
       การแต่งงานนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ก่อนที่เราจะแต่งงาน เราต้องคิดกันเสียก่อนว่า เราแต่งไปทำไม หากเราไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ ก็ไม่ควรแต่ง เพียงแค่ความรักที่มีต่อกันนั้น ไม่พอ เพราะตอนหลังอาจกลับใจ ไม่รักกันได้ ถ้าคำนึงถึงเพียงแค่ความรักที่มีต่อกันก็ยังไม่ควรแต่ง จะต้องมีอะไรที่เหนือไปกว่านั้นว่าแต่งไปทำไม

     การแต่งงานคือการทำงานให้ดีขึ้น ทั้งงานทางโลก...คือการหาเลี้ยงชีพด้วยความสุจริต และงานสร้างบุญบารมี เพื่อที่จะขจัดกิเลสให้หมดสิ้นไป หรือสั่งสมบุญบารมี 10 ทัศ แล้วประคองชีวิตด้วยกันทั้งคู่...ด้วยหลักธรรม เพราะชีวิตต้องพบกับอุปสรรค มีแรงกดดัน มีปัญหา เพราะโลกใบนี้มีโลกธรรม 8 ประการ คือ มีลาภ...เสื่อมลาภ มียศ...เสื่อยศ มีสรรเสริญ นินทา มีสุข และมีทุกข์ จึงต้องมีคู่คิด คู่ปรึกษา มาช่วยกันคิดว่าเราจะดำเนินชีวิตกันอย่างไร ให้ปลอดภัย มีชัยชนะ จนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง เหมือนดั่งเช่นในอดีตชาติของพระบรมโพธิสัตว์และคู่ครองของพระองค์ ที่ได้เอื้ออำนวยการสร้างความดีแก่กันและกัน แม้ในชาติสุดท้ายเมื่อเจ้าชายสิตธัตถะออกบวชจนบรรลุธรรม เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว อดีตคู่ครองของพระองค์ คือพระนางพิมพาก็ได้ออกบวช ประพฤติธรรมตามจนบรรลุเป็นพระอรหันต์ในที่สุด

     เพราะฉะนั้นใครที่ยังไม่รู้ว่า แต่งงานไปเพื่ออะไร ก็ยังไม่ควรแต่ง ต้องถามตนเองก่อนว่า แต่งทำไม เมื่อตอบได้แล้ว ควรถามตนเองว่า มีหลักธรรมอันเป็นข้อปฏิบัติที่จะนำไปสู่จุดหมายนั้นแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่มี เราก็ต้องศึกษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะทั้งหมดเป็นความรู้สากลที่ทุกคนศึกษาได้


14 กุมภา วันวาเลนไทน์ , วาเลนไทน์ , ความรัก , Valentine's , Valentine's Day , LOVE , แต่งงาน , คู่รัก , ดอกกุหลาบ

ดอกไม้วันวาเลนไทน์

          กุหลาบสีแดง : เป็นดอกกุหลาบที่แทนความหมายว่า "ฉันรักเธอ"  ถ้ามอบดอกกุหลาบสีแดงให้แก่คู้รักนั้นหมายความว่าคุณจริงจัง และอยากใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกับเค้า - ดอกไม้วันวาเลนไทน์

       กุหลาบสีขาว : เป็นดอกไม้ที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ ในความรักที่ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน - ดอกไม้วันวาเลนไทน์ 

       กุหลาบสีชมพู : เป็นตัวแทนของความโรแมนติกที่สุด แสดงถึงความรักที่กำลังจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ - ดอกไม้วันวาเลนไทน์

        กุหลาบสีเหลือง : ซึ่งสีเหลืองแสดงถึงความสดใส ส่วนมากจะนำไปเยี่ยมผู้ป่วย หรือมอบแทนความรู้สึกดี ๆ ให้แก่เพื่อน - ดอกไม้วันวาเลนไทน์

          ดอกทิวลิปสีแดง : เป็นการแสดงออกถึงความรักอย่างเปิดเผย - ดอกไม้วันวาเลนไทน์

        ดอกคาร์เนชั่นสีชมพู : ใช้แทนความหมายว่า  "ถึงอย่างไรผมก็ยังรักคุณ" หรือ "คุณยังอยู่ในหัวใจฉันเสมอ" - ดอกไม้วันวาเลนไทน์

        ดอกลิลลี่สีขาว :  แสดงถึงความรักที่บริสุทธิ์ เฉกเช่นเดียวกับกุหลาบขาว นอกจากนั้นยังแสดงบถึงความรักที่อ่อนหวานและจริงใจ หรืออาจจะแทนความหมายว่า "ฉันรู้สึกดี ๆ ที่ได้รู้จักและอยู่ใกล้คุณ" - ดอกไม้วันวาเลนไทน์

         ดอกฟอร์เก็ตมีน๊อต : มีความหมายลึกซึ้งว่า รักแท้   หรืออาจะสื่อความหมายว่า ได้โปรดอย่าลืมฉัน และอย่าลืมความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีให้กัน - ดอกไม้วันวาเลนไทน์


14 กุมภา วันวาเลนไทน์ , วาเลนไทน์ , ความรัก , Valentine's , Valentine's Day , LOVE , แต่งงาน , คู่รัก , ดอกกุหลาบ

วันวาเลนไทน์ วันแห่งความรักนวลสงวนตัว
      ในปัจจุบันวัยรุ่นมีค่านิยมเรื่องวันแห่งความรักตามสมัยนิยม  อย่างเช่นวันวาเลนไทน์ ซึ่งตามประวัติแล้วเขาต้องการให้รักเพื่อนมนุษย์ แต่คนรุ่นใหม่ตีความหมายพลาดไป แล้วสร้างค่านิยมใหม่เรื่องความรัก และการมีความสัมพันธ์กัน โดยที่ยังไม่ตกลงนับถือกันเป็นคู่ชีวิต หรือทำเพื่อความสนุกสนาน ถือว่าเป็นค่านิยมที่ผิดทีเดียว เพราะความรักเป็นของสูงส่ง มิใช่ของสำส่อนเหมือนดังที่สัตว์บางประเภทประพฤติอยู่เป็นปกติ

       ในการแก้ไขนั้นเราต้องเลิกค่านิยมนี้ และชักชวนกันศึกษาธรรมะ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ถึงโทษ ความผิดศีล ผิดธรรม หรือแม้กระทั่งผิดกฎหมาย ส่งเสริมค่านิยมที่ถูกต้องในวันวาเลนไทน์ บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อบิดามารดา และสังคม แทนที่จะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องกามารมณ์ หรือสิ่งที่พาให้ใจไขว้เขว ฟุ้งซ่าน เพียงเท่านี้ ชีวิตก็จะมีคุณค่า และเป็นแบบอย่างที่ดีของโลก เพราะหากเรามีความรักที่แท้จริงให้แก่กัน เราย่อมมีความสุขุมเพียงพอที่จะเก็บรักษาสิ่งสำคัญนี้ ไว้เพื่อคนสำคัญของเรา ในโอกาสที่ถูกทำนองคลองธรรม และไม่เป็นการทำร้าย หรือทำลายกัน - วันวาเลนไทน์ วันแห่งความรักนวลสงวนตัว

     วันแห่งความรัก หรือวันวาเลนไทน์  Valentine’s Day แท้จริงแล้วคือวันรักนวลสงวนตัว ตามเจตนารมณ์เดิม ว่าเป็นวันแสดงความรักแก่เพื่อนมนุษย์ ในวันวาเลนไทน์เราควรแสดงความรัก ความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ แต่ในเมื่อยุคสมัยได้บิดเบือนเจตนารมณ์ดั้งเดิมให้กลายเป็นเรื่องของเพศสัมพันธ์ไป เราต้องช่วยกันนำกลับไปสู่จุดดั้งเดิม คือสร้างความเข้าใจ และแบบแผนอันดีงามขึ้นมาใหม่ในวันวาเลนไทน์

  แม้แต่การทดลองอยู่ร่วมกันก่อนแต่งงานนั้นก็ไม่ถูกหลักวิชชา เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องของการทดลองทางวิทยาศาสตร์  แสดงให้เห็นว่ายังขาดความเข้าใจว่า ความรักมีเพื่อสิ่งใด ชีวิตคู่ไม่ใช่ของลองเล่น แต่เป็นสิ่งสูงส่ง เป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ที่จะให้กายละเอียด ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ เพื่อสร้างบารมี และยกฐานะของเรา จากคู่รัก เป็นสามีภรรยา เป็นบิดาบารดา เป็นครู เป็นเทวดา กระทั่งเป็นพระพรหม พระอรหันต์ในบ้าน ยกระดับไปตามขั้นตอน อย่างนี้จึงจะถูกหลักวิชชา


14 กุมภา วันวาเลนไทน์ , วาเลนไทน์ , ความรัก , Valentine's , Valentine's Day , LOVE , แต่งงาน , คู่รัก , ดอกกุหลาบ

ความรักเป็นของสูงส่ง ไม่ใช่ของสำส่อน
      ความรักเป็นของสูงส่ง เพราะเป็นการทำให้หญิงและชายที่ได้รับเลือกมาจากคนทั่วโลกกว่าเจ็ดพันล้านคนได้มาเป็นคู่ชีวิตกัน เพื่อทำหน้าที่กัลยาณมิตร แนะนำ เป็นกำลังใจให้แก่กันและกัน..ในการทำความดี จนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางและเป็นทางมาเกิดของผู้มีบุญที่จะต้องมาเกิด ด้วยความรักอันสูงส่งนี้ เพื่อมาสร้างบารมีในยุคต่อไป

       ในเมื่อเราอยู่ในกามภพ มนุษย์ ต้องอาศัยเกิดในครรภ์มารดา คือต้องมีพ่อ มีแม่ เราไม่สามารถทำไปเพียงเพื่อเล่นสนุกสนาน แต่เป็นหน้าที่ ที่จะให้มนุษย์ได้เกิดมาอย่างมีศักดิ์ศรีและภาคภูมิใจ เกิดมาอย่างสง่างาม ในครรภ์มารดาที่เกลี้ยง สะอาด บริสุทธิ์ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญเพราะเป็นการมาสร้างบารมีของมนุษย์ จึงเป็นเรื่องสูงส่ง ไม่ใช่เรื่องของความสำส่อน เราต้องศึกษาและสั่งสอนตัวเองให้ดีทีเดียว 

      ความสัมพันธ์รัก มีเพียงเพื่อการนี้ เราคงได้ยินมาบ้างแล้วว่าความรักนั้นคู่กับความไคร่ ที่ถูกต้องคือ เราต้องรักก่อน ก่อนที่จะใคร่กัน ซึ่งเป็นการดึงดูดให้สามีเข้าหาภรรยา เพื่อแบ่งปันส่วนหนึ่งแห่งชีวิต ของฝ่ายชายและฝ่ายหญิง เป็นการประกอบธาตุธรรมส่วนหยาบที่จะห่อหุ้มกายละเอียดของผู้ที่จะมาเป็นบุตร และยกฐานะของตนเองจากสามีภรรยา เป็นบิดามารดา เป็นพระอรหันต์ในบ้าน วัตถุประสงค์หลัก ๆ มีเพียงเท่านี้

        เพราะมนุษย์ทั่วไปไม่อาจเกิดจากกระบอกไม้ไผ่ ต้นไม้ หรือดอกไม้ แต่สมัยนี้คนส่วนมากกลับมองข้าม ไม่ได้รักกัน แต่ใคร่ด้วยอำนาจแก่งความกำหนัดยินดีในกาม จึงมีความผิดพลาด และปัญหาเกิดขึ้นมากมาย สิ่งที่เป็นของรัก ของส่วนตัว เราต้องสงวนเอาไว้ ต้องคอยหมั่นสั่งสอนใจตนเองอยู่ตลอดเวลา มิฉะนั้นแล้ว จิตใตจะตกต่ำ เป็นการลดคุณค่าลงมา แม้มนุษย์จำเป็นที่จะต้องถือกำเนิดผ่านบิดามารดา แต่ต้องให้ถึงเวลาอันสมควร ถ้ายังไม่ถึงเวลา แต่ไปล่วงเกินเข้า เรามักจะได้ยินคำกล่าวอ้างว่า เด็กเกิดขึ้นในภาวะที่ไม่พร้อม จึงต้องไปทำแท้ง ก่อเป็นวิบากกรรม ที่จะพัวพันกันต่อไป เพราะฉะนั้นของสงวน ของรัก ของหวงของเรา เราจะส่งมอบให้กันได้ ก็ต่อเมื่อเราตัดสินใจ ที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันสร้างบารมีแล้ว และพร้อมที่จะยกฐานะจากแฟน เป็นสามีภรรยาอย่างถูกต้อง ถูกศีลธรรม และถูกกฎหมาย และจะต้องสูงขึ้นไปอีก ในฐานะบิดามารดา เป็นพรหมและพระอรหันต์ของลูกที่จะเกิดมาต่อไป


14 กุมภา วันวาเลนไทน์ , วาเลนไทน์ , ความรัก , Valentine's , Valentine's Day , LOVE , แต่งงาน , คู่รัก , ดอกกุหลาบ

หลักธรรมที่ทำให้ครองรักกันได้นาน
      การที่เราจะรักษาคู่ครองให้อยู่กับเราได้ เราต้องทำเหมือนกับจับนกไว้ในมือ คือกำหลวมๆ เพราะฉะนั้น เราต้องผูกหย่อนๆ คือต้องมีความยืดหยุ่น จะทำให้อยู่กันไปได้ยาวนาน นอกจากนี้ต้องศึกษาวิธีครองใจ คือมีสังคหวัตถุ 4 ประการ ต้องมีการแบ่งปัน มีการให้ซึ่งกันและกัน (ทาน) มีคำพูดที่ไพเราะ (ปิยวาจา)  ช่วยเหลือเกื้อกูล วางตัวเหมาะสมว่าเราเป็นภรรยา ควรทำอย่างไร เป็นสามีควรทำอย่างไร ไม่เห็นแก่ตัว (อัตถจริยา)  และมีความเสมอต้นเสมอปลาย (สมานัตตตา)  ห้าหากปฏิบัติได้ตามที่แนะนำแล้ว คู่ชีวิตส่วนใหญ่ จะสามารถอยู่ร่วมกันได้ยาวนาน 

     สำหรับบางคู่ แม้ว่าได้ทำตามคำแนะนำดังกล่าวแล้ว ก็ยังไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ มีบ้างเหมือนกัน แต่มีจำนวนน้อย ทั้งนี้ต้องนำกฎแห่งกรรมเข้ามาพิจารณาประกอบ ว่ามาจากเหตุใด ตามกฎแห่งหรรมแล้ว ถ้าสามีภรรยาคู่หนึ่งเคยสร้างบุญร่วมกันมา และเคยอยู่ร่วมกันมาช่วงสั้นๆ เมื่อมาเกิดใหม่ และหมดกำลังบุญที่เคยร่วมสร้างร่วมกันมา ก็จะแยกย้ายจากกันไป นี่กรณีหนึ่ง  อีกกรณีหนึ่ง..อาจะจะเป็นส่วนกรรมของตัวภรรยา เพราะผู้หญิงมักจะมีกรรมเจ้าชู้ติดตัวมา ในสมับที่เป็นผู้ชาย คือไปเจ้าชู้ไว้ในอดีต หรือพ่อแม่ลูกมีกรรมร่วมกัน หรือคล้ายๆกัน ก็มาเกิดอยู่ร่วมกัน เมื่อกรรมส่งผล ทำให้ชีวิตครอบครัวไปไม่รอด

 

รักตัวเอง
        รักอะไรถึงจะไม่มีพิษภัย ก็ต้องรักตัวของเรานี่เอง ก่อนจะรักใคร ให้รักตัวเองก่อน รักตัวเองกับเห็นแก่ตัวนั้น ไม่เหมือนกัน เห็นแก่ตัวคือ...เติมความไม่บริสุทธิ์ให้นเอง เอาตัวของเราไปคิดไม่ดี พูดไม่ดี ทำไม่ดี เพราะเห็นแก่เฉพาะตัวเรา  แต่ถ้ารักตัวเอง...เราจะปรารถนาให้ตัวเราเองมีความสุข จึงต้องสร้างเหตุแห่งความสุข จะเติมแต่ความดี ผ่านมาทางกระบวนการทางความคิด คำพูด การกระทำ ทำแต่ความดี ทั้งกาย วาจา ใจ สิ่งที่ผ่านมาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มีทั้งดี และชั่ว ซึ่งเราจะต้องเลือกว่า จะเอาสิ่งไหนผ่านทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า ถ้าเรารักตัวเอง ต้องเติมความบริสุทธิ์ให้เกิดขึ้นกับตัวเอง รักตัวเอง..อย่างถูกหลักวิชชา ต้องคลายความผูกพัน หยุดนิ่งอยู่ภายใน แล้วจะเป็นสุขด้วยตัวของตัวเอง เหมือนอย่างดวงตะวัน ที่มีความสว่างโดยตัวเอง เรารักตัวเองได้ ฉันใด เราก็จะรักเพื่อนมนุษย์ได้ ฉันนั้น  เราจะไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ดังนั้นการรักตัวเองจึงไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว 

        การเห็นแก่ตัว คือ ไม่รักผู้อื่น และได้ชื่อว่าเบียดเบียนตัวเองด้วย  ฉะนั้นถ้าเราจะรักตัวเองได้ เราจะต้องตกหลุกรักตัวเองเสียก่อน ซึ่งเราจะทำได้ก็ต่อเมื่อ เราลวมือประพฤติปฏิบัติธรรม เพื่อให้ตัวเองมความสุข ให้พ้นจากความทุกข์ และแจ่มแจ้งในเรื่องราวของชีวิต การปฏิบัติธรรมเท่านั้นที่ทำให้เรา เข้าถึงที่พึ่งที่ระลึกภายใน พึ่งได้ทั้งมนปัจจุบัน และในยามที่ใกล้จะละโลก ละโลกไปแล้ว ก็ยังพึ่งได้อีก เกิดมาใหม่ก็พึ่งได้ พึ่งได้ตลอดเส้นทาง ไปจนถึงที่สุดแห่งธรรม 

         ถ้าเราไม่รักตัวเอง ด้วยการไม่ปฏิบัติธรรมแล้ว ก็ถือว่า เป็นคนที่ชอบกลทีเดียว เพราะผู้ที่รักตัวเอง ต้องรับผิดชอบตัวเอง เราจะให้คนอื่นมารับผิดชอบเรานั้น เป็นไปไม่ได้ เวลาเรามีทุกข์ เราก็ทุกข์ ด้วยตัวของเราเอง ไม่สามารถถ่ายเทความทุกข์ไปยังผู้อื่นได้ หรือในยามเจ็บไข้ได้ป่วย ความป่วยก็ยังอยู่ในตัวเรา 

 

ภาพยนตร์ รัก แลก ภพ LOVE OVER