คุณครูไม่ใหญ่เล่าเรื่องหาที่ในที่

วันที่ 05 พค. พ.ศ.2560

คุณครูไม่ใหญ่เล่าเรื่องหาที่ในที่

 

 

         พอหลวงพ่อบวชปุ๊บ ก็เป็นว่าที่สมภารเลย คือรุ่งขึ้นก็คิดจะสร้างวัด ทั้งๆ ที่ยังไม่มีแผ่นดินที่จะรองรับ หลวงพ่อคิดไว้ว่าต้องมีที่ดินสัก 200 ไร่ แต่ไม่ทราบว่าจะหาได้จากไหน จึงบอกกับคุณยาย ซึ่งท่านก็ถามเรียบ ๆ เพราะอัธยาศัยท่านจะเรียบง่าย ท่านถามหลวงพ่อในขณะที่นั่งปฏิบัติธรรมด้วยกันว่า“ท่านจะเอาที่แบบไหน”ก็เรียนท่านว่า “อยากได้ที่ติดน้ำ ไปมาสะดวก เนื้อที่ 200 ไร่ แล้วที่สำคัญ คือ ฟรี เพราะเราไม่มีเงิน” ท่านรับคำอย่างสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่า “ค่ะ” ท่านพูดอยู่คำเดียวแล้วก็นั่งหลับตาทำสมาธิเพื่อหาที่ในที่ โดยนั่งเยื้องๆเฉียงๆ ห่างจากหลวงพ่อสักประมาณ 2 เมตร

         จากนั้นคุณยายท่านก็เซตโปรแกรมเลย เอาติดน้ำ 200 ไร่ ไปมาสะดวก ฟรี ซึ่งคุณยายท่านเห็นในที่ว่าที่ติดน้ำติดถนน ไปมาหาสู่สะดวก ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ

        แต่ช่วงนั้น มีคนเขามาบอกท่านว่ามีที่ดิน 19 ไร่ เขาจะเอามาขาย อยู่ที่จังหวัดปทุมธานี แล้วก็พยายามไปอ้อน ๆให้ท่านไปดูท่านก็ไป ทั้งๆ ที่ท่านก็รู้อยู่แล้วว่า ไม่ใช่ แต่ท่านไม่อยากขัดใจ คือ ว่าไงว่าตามกัน

        พอชวนกันไปดู คุณยายเดินนำหน้าเลย นอกนั้นหนุ่ม ๆ ทั้งนั้นเดินตามหลัง คุณยายท่านเดินไปเหงื่อไหลไคลย้อย บอกโอยเหนื่อยขนาดนี้ ไปมาไม่สะดวก ไม่ใช่หรอก ไม่ใช่ตามผัง เพราะในผังต้องได้ฟรี ถ้าขายผิดสูตรแล้ว ตามผังต้องเป็นท้องนา ติดน้ำ ใกล้ถนน ไปมาสะดวก อันนี้ไม่ใช่

        ต่อมาก็ได้ ข่าวว่ามีที่ 200 ไร่ ที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี หลังจากที่หลวงพ่อบวชได้ 2 เดือน ซึ่ง เจ้าของที่ท่านชื่อ คุณหญิงประหยัด แพทยพงศาวิสุทธาธิบดีโดย คุณถวิล วัติรางกูล นำเรื่องมากราบเรียนคุณยาย เพราะท่านรู้จักคุ้นเคยกับ คุณวรณี สุนทรเวช ซึ่งเป็นลูกสาวของคุณหญิงประหยัด เศรษฐินีซึ่งมีที่ดินจำนวนมาก จากนั้นจึงนัดหมายกันว่าจะไปพบท่าน เพื่อขอซื้อที่แปลงนี้

        เมื่อถึงวันนัดหมาย ตัวแทนของหมู่คณะเรา นำโดย คุณถวิลและหลวงพ่อทัตตชีโว(ขณะนั้นยังไม่ได้บวช) ได้เดินทางไปยังบ้านของคุณหญิงประหยัด อันที่จริงตั้งใจว่าจะขอรับบริจาคที่ผืนนี้ แต่ถ้าท่านไม่ให้ก็จะขอซื้อแทน แต่วันนั้น..เราไม่ทราบมาก่อนเลยว่า เป็นวันคล้ายวันเกิดของคุณหญิงประหยัดพอดี เมื่อไปถึงท่านก็ยิ้มให้ เพราะนึกว่ามางานวันเกิด ท่านถามพวกเราว่ามาทำไม ก็ตอบไปว่าเห็น ท่านมีที่ดินอยู่แปลงหนึ่ง เลยรังสิตไปไม่มากนักจึงอยากจะขอซื้อเพื่อสร้างวัด พูดดังนี้แล้ว ทั้งคุณหญิงประหยัดและอาจารย์วรณีก็นั่งนิ่งเงียบไปพักหนึ่งแต่สำหรับหมู่คณะของเราแล้วช่างเป็นเวลาอันยาวนาน เพราะไม่รู้ว่าท่านจะตอบปฏิเสธหรือตกลง หรือว่าจะไล่เราออกจากบ้านก็ไม่อาจทราบได้

        ในที่สุดท่านก็เอ่ยปากบอกว่า“ไม่ขาย” ทำให้ทุกคน หัวใจแทบสลาย เพราะระดับคหบดีอย่างท่านบอกว่า ไม่ขาย แล้วเราจะทำอย่างไรกันต่อไป คุณหญิงยิ้มแล้วพูด ต่อว่า “ฉันจะยกให้ฟรี” วันนั้นทีมงานของเรากลับมาเล่าให้ฟังว่า หัวใจเต้นระรัวเมื่อเจ้าของที่เปรยว่าฉันไม่ขาย แต่ฉันจะยกให้ ความปีติยินดีก็บังเกิดขึ้นแก่หมู่คณะของเรา

        เมื่อหลวงพ่อมาดูที่ดินเป็นครั้งแรก ก็เป็นการเห็น พร้อม ๆ กันกับท่านเจ้าของที่ดินซึ่งเดินทางมาพร้อมกับ หลวงพ่อเพื่อกล่าวคำถวายผืนแผ่นดินที่ตัวท่านเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะท่านมีที่ดินมากมาย เมื่อมาถึงแล้วท่าน ก็ถามกับนายกองนาว่า “ที่ฉันอยู่ตรงไหน” เพราะมีที่ดิน หลายแห่งจนไม่รู้ว่าแปลงนี้อยู่ตรงไหนแน่ นายกองนาก็พา ท่านมาดูว่าที่ของท่านอยู่ตรงนี้ เป็นผืนที่ดิน 200 ไร่ เมื่อคุณหญิงทำพิธีถวายที่ดินแล้ว เราจึงเริ่มลงมือสร้างวัดกันแต่เนื่องจากที่ดินถูกเวนคืนไป 4 ไร่ จึงเหลือเพียง 196 ไร่ ซึ่งติดน้ำทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทั้งฝั่งคลองสามและคลองแอล

        สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้หลวงพ่อและหมู่คณะทึ่งในความ สามารถของคุณยายไม่ทราบว่าท่านทำได้อย่างไร วันหลังหลวงพ่อจึงมาถามท่านว่า “ยาย... ยาย ทำไงนะ” ท่านตอบว่า “ยายก็ทำเฉย ๆ นั่งนิ่ง ๆ เฉย ๆ แล้วยายก็ดูว่าใครเป็นเจ้าของบุญ” หลวงพ่อชอบใจวิธีของท่านมาก เพียงแค่นั่งเฉย ๆ แล้วตรวจดูว่าใครเป็นเจ้าของบุญ รู้สึกอยากทำเป็นบ้าง คุณยายเฉลยว่า เวลาจะสร้างวัด ท่านก็ใช้วิธี “ดูเฉย ๆ ดูไปเรื่อย ๆ เอามนุษย์ทั้งหลายมารวมกัน แล้วก็ตั้งผังลงไป ยายทำจนชำนาญแล้ว” แสดงว่าคุณยายชำนาญในการหาผู้มีบุญมาก แล้วท่านก็ตั้งผังเหมือนการเซตโปรแกรมคอมพิวเตอร  โดยทำทั้งวันทั้งคืนให้แน่นหนา นี้เป็นส่วนหนึ่งซึ่งถือเป็นผลงานของคุณยายโดยแท้

         หลวงพ่อประทับใจมากที่คุณยายสามารถสร้างวัดพระธรรมกายได้ใหญ่โตถึงเพียงนี้ โดยเริ่มต้นจากไม่มีอะไรเลย และท่านเองก็อ่านหนังสือไม่ออกเขียนไม่ได้ รู้สึกทึ่งว่าทำไมท่านจึงกล้าคิดกล้าทำ แต่ในความจริงแล้วท่านไม่ต้องใช้ความกล้าอะไรเลย เพียงแต่นั่งนิ่ง ๆ เงียบ ๆ เฉย ๆ แค่ถามหลวงพ่อว่าจะเอาอย่างไรแล้วก็หลับตาเท่านั้นเอง