พ่อค้าเรือข้าว

วันที่ 27 มิย. พ.ศ.2560

พ่อค้าเรือข้าว

 

พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) , พระผู้ปราบมาร , หลวงพ่อวัดปากน้ำ , วัดปากน้ำภาษีเจริญ , หลวงปู่สด , หลวงพ่อสด , ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย , วิชชาธรรมกาย , ธรรมกาย , ตามรอยพระมงคลเทพมุนี , ประวัติหลวงพ่อสด , ประวัติพระมงคลเทพมุนี , พ่อค้าเรือข้าว

 

                      สมัยเป็นฆราวาสหลวงพ่อต้องเป็นพ่อค้าข้าวแทนบิดาที่สิ้นชีวิตลง เมื่อหลวงพ่ออายุได้เพียง ๑๔ ปี

                      พ่อค้าวัย ๑๔ ปี ค้าขายข้าวขึ้น - ล่อง ระหว่างสองพี่น้องกับกรุงเทพเดือนหนึ่ง ๒ - ๓ ครั้ง นับเป็นภาระที่หนักมากทีเดียว

                       ชีวิตของหลวงพ่อสมัยเป็นเด็กๆ ในฐานะพ่อค้าข้าวนั้นเป็นอย่างไร อยากจะกล่าวถึงชีวิตของทิดชิ้น บ้านอยู่อยุธยา ที่มีอาชีพเป็นพ่อค้าเรือข้าวเหมือนกัน มาเล่าไว้พอเป็นแบบให้นึกถึงชีวิตของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ในสมัยนั้นได้บ้าง

                       ทิดชิ้นเป็นพ่อค้าเรือข้าว ที่กู้เงินมา ซื้อเรือกระแซงสำหรับบรรทุกข้าวขาย ใช้เวลาเพียงแค่ ๔ - ๕ ปี จากเรือกระแซงลำเดียว ก็เพิ่มขึ้นเป็น ๓ ลำ กิจการค้าข้าวของทิดชิ้นเป็นไปด้วยดี

                       ทิดชิ้นจะออกไปติดต่อขอซื้อข้าวตามถิ่นต่างๆ ในท้องทุ่งเสนา จ.อยุธยา เพื่อนำไปบดข้าวตรวจดูว่าข้าวสวยหรือไม่สวย แล้วจึงตกลงต่อรองราคากันและกัน หากตกลงกันยุ้งหนึ่งแล้ว ข้าวยังไม่เต็มลำเรือ ก็ต้องติดต่อ ซื้อหาจากยุ้งบ้านอื่นๆ เรื่อยไปกว่าจะตระเวนซื้อจนหมดฤดูตวงข้าวก็กินเวลาหลายเดือน

                       กำไรที่ทิดชิ้นได้มาจากการค้านี้ ก็คือ "ข้าวออก" ซึ่งเป็นข้าวที่ได้มาจากการค้าอย่างนี้ คือ การซื้อข้าวจากภาวนา จะใช้วิธีตวงด้วยถัง คิด ๑๐๐ ถัง เป็น ๑ เกวียนแต่เมื่อนำเอาข้าวเลือกไปขายที่โรงสี ทางโรงสีจะชั่งเป็นกิโลกรัม คิด ๑,๐๐๐ กิโลกรัมเป็น ๑ เกวียน เมื่อเอาข้าวที่ ซื้อเป็นถังจำนวน ๑ เกวียน ไปชั่งจะได้น้ำหนักถึง ๑,๑๐๐- ๑,๑๕๐ กิโลกรัม เท่ากับได้กำไรเกวียนละ ๑๐๐  -๑๕๐ กิโลกรัม "ข้าวออก" จึงเป็นตัวทำเงินให้แก่พ่อค้าข้าวอย่างทิดชิ้นได้ (ปัจจุบันเลิกการตวงถังแล้ว)

                        ชีวิตพ่อค้าเรือข้าว นอกจากจะเปิดโลกให้ทิดชิ้นมีหูตากว้างไกล มีเพื่อนฝูง ลูกค้าในหลายพื้นที่แล้ว ยังมีเหตุการณ์ที่ทำให้ทิดชิ้นได้รู้รสชาติของคนค้าข้าว ที่ต้องรอนแรม ไปตามที่ต่างๆ อย่างแจ่มแจ้งมากขึ้น

                        ในวันที่พี่สาวของทิดชิ้นใกล้จะสิ้นใจ แม้ทิดชิ้นจะห่วง แต่ก็ต้องนำข้าวไปเข้าคิวชั่งที่โรงสี โดยต้องออกจากบ้านตั้งแต่ตีสาม โยงเรือข้าว ๒ ลำเข้าด้วยกัน ให้ลูกสาวถือท้ายส่วนตัวเองขับเรือนำ ( สมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำไม่ได้ใช้เรือยนต์อย่างนี้ แต่ใช้ถ่อใช้แจวกัน)

                        เมื่อเรือวิ่งมาได้ระยะหนึ่ง ก็เห็นเรือสองตอนจอดนิ่งอยู่ริมฝัง ดูท่าทางเหมือนเรือจะเสียทิดชิ้นก็วิ่งเรือผ่านไป พอออกมาถึงปากคลอง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีบ้านเรือนอยู่เต็มสองฝังคลอง เรือสองตอนที่เห็นจอดอยู่ก็วิ่งตามมา แล้วเลยแซงหน้าเรือทิดชิ้น ไปดับเครื่องอยู่ข้างหน้าทิดชิ้นก็แปลกใจอยู่ที่เห็นเรือลำเดิมนั้น แต่ก็ไม่ได้นึกเฉลียวใจอะไร จนกระทั่งเรือวิ่งมาได้อีกระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นที่เปลี่ยวปลอดบ้านเรือน

                        เรือสองตอนลำเดิมโผล่มาขนาบข้างเรือของทิดชิ้น แล้วคนบนเรือก็พยายามจะข้ามมาทิดชิ้นเห็นท่าไม่ดี จึงเร่งเครื่องเรือเต็มที่ พร้อมใช้เท้าถีบกราบเรือสองตอนให้ถอยห่างออกไป พลางตะโกนว่า

                         "เฮ้ย พวกเอ็งจะเอายังไงนี่"

                         คนบนเรือก็ถามสวนมาว่า "บ้านแพนไปทางไหนละ" ทิดชิ้นแปลกใจ เพราะคนท้องทุ่งภาคกลางนี้จะต้องรู้จักบ้านแพนดี เพราะเป็นชุมทางค้าขายสินค้าและท่าเรือเมล์ กับทั้งนึกถึงพิรุธของเรือลำนี้ จึงรวบรวมกำลังถีบเรือสองตอนให้ห่างออกไป แล้วกระโดดเข้าไปคว้ามีดในเรือ คนบนเรือสองตอนคงคิดว่า ทิดชิ้นเข้าไปคว้าปืน จึงถอยเรือออกห่างไป

                         ทิดชิ้นก็ไม่รู้ว่าคนเหล่านี้จะมาปล้นเรือหรือเปล่า เพราะส่วนใหญ่นักปล้นเรือมัก ซุ่มปล้นเรือขาล่องกลับมาจากโรงสีมากกว่า แต่มันก็เป็นเหตุการณ์ตื่นเต้นที่ผ่านเข้ามาในชีวิตพ่อค้าเรือข้าวของทิดชิ้น

                         ส่วนชีวิตพ่อค้าเรือข้าวของเด็กน้อยอายุ ๑๔ ปี อย่างหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ สมัยเป็นฆราวาสนั้น ก็ผ่านเหตุการณ์ร้ายคล้ายอย่างนี้มาเหมือนกัน

                         เมื่อค้าข้าวมาได้ ๕ ปี จนมีอายุได้ ๑๙  ปี หลวงพ่อได้เล่าเหตุการณ์ครั้งนั้น ไว้ดังปรากฏในบันทึกว่าท่านเกือบโดนโจรปล้น ที่คลองบางอีแท่นทำให้ท่านได้คิดและตัดสินใจออกบวชตลอดชีวิต จนที่สุดได้บรรลุธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้รู้เรื่องราวของชีวิตไปตามความเป็นจริง

                         ชีวิตของความยากลำบากในการแสวงหาทรัพย์ ย่อมพบกันแล้วทุกคน แต่จะมีใครสักคนที่ได้คิดอย่างชีวิตของหลวงพ่อวัดปากน้ำ กระทั่งได้ตัดสินใจออกบวชและค้นคว้าธรรมอย่างจริงจัง จนได้พบ "วิชชาธรรมกาย" นำมาสอนให้กับชาวโลกได้รู้จักความจริงแท้ของชีวิต

                         ชีวิตของทิดชิ้นเป็นตัวอย่างของชีวิตหลายๆ ชีวิตในโลก ที่แม้จะพบความยากลำบากในชีวิต แต่ก็ไม่พบการตัดสินใจที่จะทำชีวิตให้สูงขึ้นกว่านี้ได้อย่างไร

                         ชีวิตของหลวงพ่อวัดปากน้ำเป็นชีวิตของบัณฑิตผู้มีปัญญา แม้จะมีชีวิตผ่านโลกมาเพียง ๑๙  ปี แต่ก็มีการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่ ในการมุ่งแสวงหาความเจริญยิ่งขึ้นไปให้กับชีวิต นั่นคือการออกบวชเพื่อแสวงหาความจริงแท้ของชีวิตทำให้ไม่ต้องดำเนินรอยตายตามไปอย่างกับบิดาและปุรพชนของท่าน

                         หลวงพ่อท่านมีชีวิตที่ประเสริฐกว่า เพราะได้เข้าถึงสิ่งที่ประเสริฐ คือ "ธรรมกาย" และได้สั่งสอนเผยแผ่ "วิชชาธรรมกาย" ที่ท่านค้นพบ เพื่อชาวโลกจะได้ไม่ต้องดำเนินชีวิตซ้ำรอยปุรพชน คนรุ่นเก่าๆ ให้ได้มีชีวิตใหม่ที่พบแสงสว่างของชีวิตได้

                         จุดพลิกชีวิตของหลวงพ่อ จากพ่อค้าเรือข้าวมาเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนา ผู้ปรารถนาแสวงหาวิชชาของพระพุทธเจ้า จนกระทั่งท่านพบได้นั้น นับเป็นตัวอย่างให้ กับชาวโลกได้คิดว่า แล้วชีวิตของท่านละเกิดมาแสวงหาอะไร ?