ความหมายของด้ายสายสิญจน์

วันที่ 20 พค. พ.ศ.2561

ระเบียบปฏิบัติการประกอบพิธีกรรม
ระเบียบปฏิบัติการใช้ด้ายสายสิญจน์


พระรัตนตรัย , พุทธศาสนิกชน , ระเบียบปฏิบัติของชาวพุทธ , วัฒนธรรมชาวพุทธ , ชาวพุทธ , ประเพณีชาวพุทธ , culture , ระเบียบปฏิบัติการประกอบพิธีกรรม , ระเบียบปฏิบัติการใช้ด้ายสายสิญจน์ , ที่บูชาพระรัตนตรัย , หิ้งพระ , ที่บูชาพระ , ห้องพระ , พระพุทธเจ้า , พระสงฆ์ , พระธรรม , Buddhist practice  , สมาธิ , Meditation  , ทำบุญ , ด้ายสายสิญจน์ , สายสิญจน์ , ความหมายของด้ายสายสิญจน์

ความหมายของด้ายสายสิญจน์

         คําว่า "สายสิญจน์" หรือ "ด้ายสายสิญจน์"  หมายถึง เส้นด้ายที่นํามาใช้ในพิธีรดนํ้าเพื่อความเป็นสิริมงคลในงานพิธีมงคลต่าง ๆ

          คําว่า "สิญจน์" แปลว่า การรดนํ้า การเทนํ้า การราดนํ้า การสาดนํ้า ได้แก่ การทําพิธีรดนํ้าที่ประกอบด้วยการร่ายเวท-มนตร์คาถา เพื่อความเป็นสิริมงคลตามความนิยมเชื่อถึอของลัทธิศาสนาพราหมณ์

          ด้ายสายสิญจน์นี้ นิยมใช้ด้ายดิบ นํามาจับทบเข้าตามแบบของการจับด้ายสายสิญจน์ เมื่อจับครั้งแรกสําเร็จเป็นด้ายสายสิญจน์ ๓ เส้น นิยมใช้วงในการทําพิธีเบิกโลงสําหรับใส่ศพครั้นจับอีกครั้งสําเร็จเป็นด้ายสายสิญจน์ ๙ เส้น นิยมใช้ในงานพิธีมงคลทั้งหลายทั่วไป

         การใช้ด้ายสายสิญจน์ในงานพิธีมงคลต่างๆ นั้น แม้จะเป็นความนิยมเชื่อถึอตามลัทธิศาสนาพราหมณ์ก็ตาม แต่ในทางพระพุทธศาสนาก็ไม่ทรงห้าม คงอนุโลมคล้อยดามประเพณีนิยมของพุทธศาสนิกชนทั้งหลายในยุคนั้นๆ ซึ่งเคยเป็นผู้เคารพนับถือลัทธิศาสนาพราหมณ์มาก่อน

        ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ขัดต่อโลก คือ ไม่ขัดขวางความนิยมเชื่อถือของชาวโลกที่ประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ทั้งความนิยมชื่อถือแบบนี้ก็ไม่ถึงกับเป็นการฝืนธรรม คือ ไม่ใช่ความเชื่อถือที่ขัดแย้งต่อหลักสัจธรรมในทางพระพุทธศาสนาโดยตรงเป็นเพียง แต่ความเชื่อถือเช่นนี้ ยังห่างจากหลักสัจธรรมเท่านั้น

            ความจริง ความนิยมเชื่อถือเกี่ยวกับเรื่องพีธีกรรมต่างๆ เช่น พีธีเรียกขวัญ พิธีเชิญขวัญ พิธีทําขวัญ พิธีโกนจุก พิธีทําขวัญนาค เป็นต้น ที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลายนิยมประพฤติปฏิบัติจัดทําสืบต่อกันมาแต่โบราณกาลจนกระทั้งสิงปัจจุบันนี้ล้วนเป็นเรื่องของลัทธิศาสนาพราหมณ์ทั้งสิ้น ไม่ใช่คําสอนทางพระพุทธศาสนา ไม่ใช่เนี้อหาสาระ ไม่ใช่แก่นไม่ใช่สัจธรรมจัดได้ว่าเป็นเพียงเปลือก เป็นเพียงกระพี้ของพระพุทธศาสนาแม้โดยแท้

         ถึงกระนั้น พิธีกรรมต่างๆ ที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลายนิยมเชื่อถือเหล่านั้น ก็นับได้ว่ามีความสําคัญไม่น้อย และมีความจําเป็นอย่างยิ่งสําหรับพุทธศาสนิกชนทั้งหลายผู้ที่มีศรัทธายังไม่มั่นคง ยังง่อนแง่นคลอนแคลน ยังนิกําลังใจไม่เข้มแข็งพอจึงจําเป็นจะต้องอาคัยเกาะพิธีรีตองต่างๆ ไปพลางๆ ก่อน

           อุปมาเหมือนบรรดาบุคคลทั้งหลายที่เดินขึ้นบันไดอาคารบ้านเรือน บุคคลที่มีกําลังกายอ่อนแอ ไม่แข็งแรง ได้แก่ เด็กและคนทุพพลภาพ หรือคนชราทุพพลภาพ ย่อมนิความจําเป็นจะต้องอาคัยเกาะราวบันไดขึ้นลง ส่วนบุคคลที่มีร่างกายแข็งแรงก็ไม่มีความจําเป็นจะต้องอาศัยเกาะราวบันได ขึ้นลงได้อย่างสะดวกสบาย ฉันใด

            ในบรรดาพุทธศาสนิกชนทั้งหลายผู้นิยมเชื่อถือพิธีรีตองต่างๆ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน พุทธศาสนิกชนผู้ได้รับการศึกษาอบรมในทางพระพุทธศาสนายังน้อย ยังเช้าไม่ถึงสัจธรรมชื่อว่ายังเป็นผู้มีกําลังใจไม่เข้มแข็ง ยังมีจิตใจไม่มั่นคง จึงจําเป็นจะต้องอาศัยเกาะพิธีรีตองต่างๆ ไปพลางๆ ก่อน ส่วนพุทธศาสนิกชนผู้ที่ได้รับการศึกษาอบรมจนมีความเข้าถึงสัจธรรมแล้ว ก็ไม่มีความจําเป็นจะต้องอาศัยเกาะพิธีรีตองเหล่านั้นอีกต่อไป ฉันนั้น

 

ประโยชน์ของพิธีกรรมต่าง ๆ

           ธรรมดาต้นไม้ที่มีแก่นทั้งหลาย ใช่ว่าจะมีแก่นมาแต่เริ่มเกิดขึ้นเป็นลําต้น ก็หามิได้ แก่นย่อมเกิดมีชึ้นภายหลังทั้งสิ้นและก่อนที่จะมีแก่นเกิดขึ้นภายในลําต้นได้ก็จําเป็นจะต้องอาศัยเปลือก อาศัยกระพี้ ห่อหุ้มป้องกันอยู่ภายนอก ถ้าต้นไม้ปราศจากเปลือกและกระพี้เสียแล้ว จะมืแก่นเกิดขึ้นไม่ได้เลยฉันใด

           สัจธรรมทางพระพุทธศาสนา ก็ฉันนั้นเหมือนกัน กล่าวคือพระพุทธศาสนาเปรียบเหมือนต้นไม้มีแก่น สัจธรรมเปรียบเสมือนแก่นของต้นไม้ พิธีรีตองต่าง ๆ ซึ่งเนื่องมาจากลัทธิศาสนาพราหมณ์เปรียบเสมือนเปลือกและกระพี้ของต้นไม้

          ถ้าพุทธศาสนิกชนทั้งหลายผู้มีจิตใจยังไม่เข้มแข็งพอ ไม่อาศัยเกาะพิธีรีตองเป็นเคริ่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้หันเข้าหาพระพุทธศาสนาแล้ว ก็ไม่มีโอกาสจะได้รับการศึกษาอบรมทางพระพุทธศาสนา และไม่มีโอกาสจะประพฤติปฏิบัติตนเข้าถึงสัจธรรมทางพระพุทธศาสนาได้เลย ฉันนั้น

 

ความนิยมในการใช้ด้ายสายสิญจน์

          การใช้ด้ายสายสิญจน์ เกี่ยวกับพิธีบําเพ็ญกุศลทางพระพุทธศาสนานั้น นิยมไข้ทั้งงานพิธีมงคลและงานพิธีอวมงคล

          ในงานพิธีอวมงคลเกี่ยวกับศพ ไม่นิยมใช้ด้ายสายสิญจน์วงรอบอาคารบ้านเรือน แต่นิยมใช้เป็นสายโยงจากศพมาถึงอาสน์สงฆ์ เพื่อไห้พระสงฆ์พิจารณาบังสุกุลเท่านั้น

           ส่วนในงานพิธีมงคลต่างๆ เช่น งานพิธีท่าบุญขึ้นบ้านใหม่ งานพิธีทําบุญบ้านเรือนประจําปี เป็นต้น นิยมใช้ด้ายสายสิญจน์วงรอบตัวอาคารบ้านเรือนด้วย โดยมีความนิยมในการวงด้ายสายสิญจน์ ดังนี้

              ถ้าอาคารบ้านเรือน มีรั้วหรือกําแพงถ้อม นิยมวงด้ายสายสิญจน์รอบรั้วหรือกําแพงรอบบริเวณทั้งหมด

           ถ้าบ้านเรือนไม่มีรั้ว หรือกําแพงล้อม หรือมีแต่บริเวณกว้างขวาง หรือมีอาคารสิ่งปลูกสร้างที่ไม่เกี่ยวกับพิธีมงคลอยู่ในบริเวณนั้นด้วย นิยมวงสายสิญจน์เฉพาะรอบตัวอาคารบ้านเรือนที่ประกอบพิธีมงคลเท่านั้นก็พอ

            ถ้างานพิธีมงคลนั้น ไม่เกี่ยวกับพิธีท่าบุญอาคารบ้านเรือนโดยตรง เช่น งานมงคลสมรส เป็นต้น ทั้งเจ้าภาพก็ไม่ประสงค์จะวงด้ายสายสิญจน์รอบตัวอาคารบ้านเรือนด้วย ก็นิยมวงด้ายสายสิญจน์เฉพาะรอบฐานพระพุทธรูปที่โต๊ะหมู่บูชาในบ้องประกอบพิธีแล้วโยงมาวงรอบภาชนะนํ้ามนต์ วางกลุ่มด้ายสายสิญจน์ใส่พานไว้ด้านซ้ายของโต๊ะหมู่บชา ด้านขวาของอาสน์สงฆ์ เพียงเท่านี้ก็ได้