อาหาร คือ ยาหลัก

วันที่ 01 มิย. พ.ศ.2561

อาหาร คือ ยาหลัก
 

สุขภาพนักสร้างบารมี , สุขภาพ , การดื่มน้ำ , ร่างกาย , ชีวิต , ระบบภายในร่างกาย , กระดูก , โรค , โรคภัยไข้เจ็บ , สุขภาพร่างกาย , วิธีรักษาสุขภาพ , โครงสร้างพื้นฐานร่างกาย , อาหาร , ยา , ปัสสาวะ อุจจาระ , สมุนไพร , น้ำซุป , ปฏิบัติธรรม , การดูแลตัวเอง , นั่งสมาธิ , ฟัน , น้ำ , Healthy , living , food , body , Health , ดูแลสุขภาพ , อาหาร คือ ยาหลัก

         มีบางคนป่วยพร้อม ๆ กับเพื่อนด้วยโรคเดียวกัน แต่หายป่วยเร็วกว่า เช่น นอนหลับสักตื่นเดี๋ยวก็หายแล้ว ขณะที่เพื่อนบางคนยังต้องนอนอีกสามวันห้าวันจึงหายป่วย หรือเป็นๆ หายๆ

          สังเกตดู ก็ได้พบว่า คนไหนก็ตาม ที่ เป็นคนประเภทถ้าป่วยขึ้นมาแล้วก็จะนอนซมอย่างเดียวไม่ยอมกินข้าวไม่ยอมดื่มน้ำ ไม่ยอมลุกขึ้นเดิน ไม่ยอมลุกขึ้นนั่ง แถมอั้นปัสสาวะอั้นอุจจาระอีกต่างหาก ในศูนย์พยาบาลของวัดเรา หลวงพ่อพบบ่อยๆ เวลาเจ้าหน้าที่เขาเอาอาหารมาส่งที่เตียงคนไข้ คนไข้บางคนก็ไม่สนใจจะกิน ปล่อยตั้งทิ้งไว้อย่างนั้นไม่ยอมแตะต้องเลยคนไข้ประเภทนี้จะป่วยเรื้อรังหายยาก เพราะป่วยทั้งกายและใจ

           แต่ใครก็ตามที่ป่วยไข้แล้ว  อดทนแน่ใจปฏิบัติตนอย่างถูกต้องเหมาะสม เช่น เมื่อถึงเวลากินก็กิน จะกินได้มากน้อยเท่าไรก็ฝืนกินเข้าไป เวลาปวดปัสสาวะหรืออุจจาระก็ไม่อั้นเอาไว้ฝืนเดินไปเข้าห้องนํ้า ถึงเวลานอนก็นอน หลับไม่หลับก็ฝืนหลับตานอน คนไข้ประเภทดูแลตัวเองเป็นอย่างนี้จะหายเร็ว

         เป็นบุญของหลวงพ่อเอง ที่ตั้งแต่เล็กมาไม่เคยถูกตามใจขณะป่วยไข้เลย  โยมพ่อเอาวินัยทหารมาอบรมให้ป่วยแสนป่วยเพียงใดก็ตาม พอได้เวลากินข้าว บางทีก็โยมพี่สาวบ้าง บางทีก็โยมแม่บ้าง จัดข้าวปลาอาหารมาให้เมื่อไม่อยากกินก็ปล่อยวางเอาไว้เฉยๆ เหมือนอย่างที่คนอื่นเขาเป็นกัน

         แต่เมื่อโยมพ่อเห็นเข้า ก็เอ็ดลั่นบ้านเลยว่า "ถึงเวลาทำไมไม่กิน" ก็ตอบท่านไปว่า "ไม่หิวและก็ไม่อยากกิน"

              ท่านก็จะมีประกาศิตออกมาทันทีว่า "จะหิวหรือไม่หิวจะอยากหรือไม่อยาก เมื่อถึงเวลาแล้ว ต้องกิน"

             ทำไม  ก็เพราะไม่ว่าจะป่วยหรือไม่ก็ตาม  เมื่อถึงมื้ออาหารร่างกายจะขับน้ำย่อยออกมา  อาจจะมากหรือน้อยโดยอัตโนมัติถ้าเราไม่ใช้น้ำย่อยนั้นนอกจากมันจะกัดกระเพาะอาหารของเราแล้วมันก็จะเสียและเกิดเป็นลมตีขึ้นมา ทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนเอิ๊กอ๊าก ๆในที่สุดจะกลายเป็นว่า เริ่มต้นป่วยด้วยโรคหนึ่ง แล้วยังมีโรคแทรกซ้อนอันเกิดจากการกินอาหารผิดเวลาเพิ่มขึ้นอีกโรคหนึ่งด้วย

            ยิ่งกว่านั้นหลวงพ่อยังจำคำของโยมพ่อตั้งแต่ยังเล็กได้ท่านพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า "ยาที่ดีที่สุดในโลก ไม่มีอะไรเกินข้าวปลาอาหารที่เรากินเข้าไป สิ่งนี้คือยาหลัก ยาอะไร ๆ ที่มีในโลกนี้เป็นเพียงยาเสริมช่วยให้เราหายป่วยหายไข้แต่ยาหลักก็คือข้าวปลาอาหารที่เรากินอยู่ทุกวันนั่นเอง เพราะฉะนั่นไม่ว่าเราจะกินยาอะไรก็ตาม ถ้าไม่ได้กินข้าวปลาอาหารแล้วฟื้นยาก แม้ป่วยหนักท่านก็จะบอกว่าให้แน่ใจกินเข้าไปเถอะลูก อย่างน้อยก็เอาไปรองห้องไว้ไม่ให้น้ำย่อยกัดกระเพาะ ไม่ให้น้ำย่อยเสียเปล่า และที่สำคัญก็คือ เพื่อไม่ให้ระบบย่อยอาหารรวน ทั้งนี้เพราะเมื่อน้ำย่อยหลั่งออกมาแล้วไม่ถูกใช้ วันหลังก็จะไม่หลั่งออกมาหรือหลั่งผิดเวลา" ซึ่งจะมีผลเสียตามมา อีกเยอะ

         เมื่อเล็กๆ เราก็ไม่เข้าใจ แต่ก็ต้องฝืนกิน ไม่กินเดี๋ยวโดนดุ หลวงพ่อจึงถูกฝึกไม่ให้ตามใจตัวเองมาตั้งแต่เล็ก ไม่ว่าจะเจ็บป่วยเพียงใดก็ตาม ถึงเวลาก็ต้องกิน แล้วก็เลยได้อานิสงส์ คือไม่ว่าจะป่วยมากน้อยเพียงไหน อย่างมากก็นอน ไม่เคยเกินวันสองวัน โรคภัยไข้เจ็บก็เผ่นหนีไปหมด เพราะหลวงพ่อป่วยเฉพาะกาย แต่ใจไม่ได้ป่วยตาม

             ดังนั้น  คนประเภทที่ป่วยแล้วใจตก  ท้อแท้  นอนซมไม่พยายามกระดุกกระดิก  ทำตัวเหมือนคนใกล้ตาย คนประเภทนี้อย่าว่าแต่เวลาป่วย แม้เวลาทำงานตามปกติก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ แต่ใครถ้าถึงเวลากิน แม่ไม่หิวก็ต้องกิน เพียงแต่นึกๆให้อยากกิน เดี๋ยวก็กินไต้ ถึงเวลานอนแม่ไม่ง่วงก็ข่มตานอนได้คนประเภทนี้กำลังใจ กำลังสติปัญญามหาศาลเพียงไหนลองคิดดูแล้วจะมีอะไรอีกที่เขาทำไม่สำเร็จ