สวดมนต์ภาวนา:บำบัดรักษาโรคได้อย่างไร

วันที่ 22 กพ. พ.ศ.2562

สวดมนต์ภาวนา:บำบัดรักษาโรคได้อย่างไร

สวดมนต์ภาวนา:บำบัดรักษาโรคได้อย่างไร

        โรคหรือความเจ็บป่วยเป็นเรื่องธรรมดาของทุกคน

        ดังบทสวดที่ว่า "พยาธิธัมโมมหิ พยาธิง อะนะตีโต" แปลว่า ''เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปไม่ได้" ไม่มีใครสามารถหลีกพ้นได้

        ฉะนั้น เวลาที่เจ็บป่วยหรือเป็นโรคร้ายแรง อย่าตกใจหรือกลัวตาย

        ให้คิดว่า ''เป็นเรื่องธรรมดา"

        ทุกชีวิตเมื่อเกิดมาแล้ว ต้องรับผลกรรมที่เราทำมา ต่อให้ทำบุญมากแค่ไหน ถ้าเคยทำกรรมกับเจ้ากรรมนายเวรไว้มาก

        หากถึงเวลาที่เขามาทวง ทำอย่างไรเราก็หลีกหนีไม่พ้น

        มันแย่ตรงที่ว่า เราเองก็จำไม่ได้ว่าทำกรรมอะไรไว้บ้างในอดีตที่ผ่านมา

        เราเจ็บป่วยทนทุกข์ทรมาน เพราะเราเคยผิดศีลข้อหนึ่ง คือ เคยเบียดเบียนทำร้ายชีวิตของคนอื่นให้ทุกข์ทรมาน เมื่อกรรมมีกำลังเต็มที่พร้อมให้ผล ประกอบกับเราเหินห่างจากบุญไปนานๆ เมื่อนั้นเราต้องทนทุกข์เจ็บป่วยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

        แต่บุญกุศลที่เราเคยทำ จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา

        ป่วยแล้วเจอหมอดี มีการรักษาที่ถูกต้องทันเวลา

        หรือคนเคยทุกข์เพราะเรื่องรัก โดยคนหลอกลวงหรือทำร้ายจิตใจ ก็เพราะเคยทำผิดศีลข้อสามมาก่อน ทั้งในชาตินี้และชาติที่แล้ว
        เมื่อกรรมให้ผล อย่าไปคิดอาฆาตพยาบาทจองเวรกัน

        ให้หันมาสวดมนต์ภาวนา ทำใจให้สบาย ให้อภัยกับศัตรคู่เวร เพื่อบรรยากาศแห่งความสุขกับตัวเองและสังคมรอบข้าง เมื่อนั้นปัญหาและอุปสรรคทั้งหลายย่อมพ่ายแพ้ไปเอง

        นอกจากนี้เสียงสวดภาษาบาลีที่มีจังหวะการสวดสุงต่ำบ้างเสียงหนักเบาบ้าง ยังช่วยกระตุ้นอวัยวะต่างๆ ให้เกิดการสั่นสะเทือนตามจังหวะเสียงสวด เมื่อต่อมที่ฝ่อถูกกระตุ้นบ่อยๆ เข้า ก็จะกลับคืนสู่สภาพเดิม อาการป่วยก็จะดีขี้น จิตใจรู้สึกดีขึ้น

        ในเรื่องนี้รองศาสตราจารย์ดร.สมพร กันทรดุษฎี เตรียมชัยศรี หัวหน้าภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้อธิบายว่า

        "สมองของเราเมื่อได้รับการกระตุ้นด้วยคลื่นเสียงช้าๆ สมํ่าเสมอประมาณ ๑๕ นาทีขึ้นไป จะทำให้เซลล์ประสาทของระบบประสาทสมอง สังเคราะห์สารสื่อประสาทหลายๆชนิด บริเวณก้านสมองจะหลั่งสารสื่อประสาทชื่อ ซีโรโทนิน (Serotonin) เพิ่มขึ้น ซึ่งมีฤทธิ์คล้ายยานอนหลับ ช่วยการเรียนรู้ ลดความเครียด ลดอาการซึมเศร้า ลดระดับน้ำตาลในเลือด และเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์สารสื่อประสาทอื่นๆ เช่น เมลาโทนิน ซึ้งเปรียบคล้ายกับยาอายุวัฒนะ เพราะจะช่วยยึดอายุการทำงานของเซลล์ประสาทต่างๆ ในร่างกาย ทำให้ชีวิตยืนยาวขึ้น และยังมีคุณสมบัติช่วยให้นอนหลับ เพิ่มภูมิต้านทาน ทำให้เซลล์สดชื่นขึ้น ร่างกายจะรู้สึกผ่อนคลาย ปลอดโปร่ง และไม่เครียด มีภูมิต้านทานเพิ่มขึ้น"

        ดังนั้น การสวดมนต์ จึงต้องสวดออกเสียงดังๆ ให้ชัดเจน ให้ตัวเองได้ยินและคนอื่นได้ยิน อย่าสวดในใจหรือบ่นพึมพำเป็นการฝึกหายใจให้เป็นจังหวะ จึงจะสามารถหายจากโรคภัยได้

        จึงเป็นที่มาของคำว่า "สวดมนต์บำบัด''

        แต่ต้องเข้าใจด้วยว่า การสวดมนต์ภาวนาก็เพื่อให้จิตเป็นสมาธิเป็นกุศล อยู่กับมนต์ที่สวด

        เมื่อจิตสงบเป็นสมาธิย่อมเกิดความสุข ย่อมเป็นการงดเว้นจากความชั่วโดยตรง บาปอกุศลทั้งหลายย่อมอ่อนกำกังลง เป็นการเปิดช่องทางให้ความดีทั้งหลายได้เกิดขึ้น

        เมื่อนั้น โรคและภัยทั้งหลายย่อมหายไปเองอย่างน่าอัศจรรย์