ช่วยหนูด้วย

วันที่ 15 พค. พ.ศ.2562

นิทานก่อนนอน
เรื่อง ช่วยหนูด้วย

ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี  ในนิคมแห่งหนึ่ง ณ แคว้นกาสีนั้น  ได้มีเศรษฐีมีสมบัติมากอยู่คนหนึ่ง ฝังเงินไว้ ๔๐ โกฏิ. ภรรยาของเขาตายไปแล้ว เพราะความห่วงในทรัพย์ จึงเกิดเป็นหนู อยู่บนกองทรัพย์  ตระกูลนั้นทั้งหมดถึงความย่อยยับไป
โดยลำดับด้วยประการฉะนี้ ผู้สืบสายก็ขาดตอน แม้บ้านนั้นก็ถูกทอดทิ้งไว้จนรกร้าง ไม่มีใครใส่ใจเหลียวแล  
ครั้งนั้นนายช่างแกะสลักคนหนึ่ง เข้าไปขุดหินในบ้านเก่านั้นมาสลัก.
ฝ่ายนางหนูนั้นเที่ยวหากิน เห็นนายช่างบ่อยเข้า  ก็บังเกิดความรัก คิดว่า ทรัพย์ของเรามากมาย อย่าต้องฉิบหายเสียไปเสียเปล่าเลย  เราจะอยู่ร่วมกับบุรุษนี้ใช้จ่ายทรัพย์นี้ 
วันหนึ่ง นางจึงคาบทรัพย์ ๑ กษาปณ์ เข้าไปหานายช่างสลัก 
นายช่างสลักเห็นนางแล้ว ก็ปราศรัยด้วยวาจาน่ารัก กล่าวว่า แม่คุณเอ๋ย คาบเอากษาปณ์มาทำไมเล่า ? 
นางตอบว่า พ่อคุณ ท่านจงรับกษาปณ์นี้ไปใช้ส่วนตน แล้วนำเนื้อมาเผื่อฉันบ้าง 
นายช่างรับคำแล้ว เอากษาปณ์ไปสู่พระนคร ซื้อเนื้อมาสกหนึ่ง แล้วนำมาให้นาง 
นางรับเอาเนื้อไปสู่ที่อยู่ของตน เคี้ยวกินตามพอใจ นับแต่นั้นมา หนูก็ให้กษาปณ์แก่นายช่างทุกวัน โดยทำนองนี้แล แม้นายช่างก็นำเนื้อมาให้หนูทุกวันเช่นกัน.
อยู่มาวันหนึ่ง แมวจับนางหนูนั้นได้ ครั้งนั้นนางหนูพูดกับมันว่า เพื่อนเอ๋ย ท่านอย่าฆ่าเราเลยนะ 
แมวถามว่า เหตุไรเราจึงจะไม่ฆ่า เราหิว อยากกินเนื้อ ไม่อาจจะไว้ชีวิตเจ้าได้ 
นางหนูถามว่า ก็ท่านอยากจะได้กินเนื้อเพียงวันเดียวเท่านั้น หรืออยากจะได้กินตลอดไป ? แมวตอบว่า เมื่อได้เราก็อยากได้กินตลอดไป 
นางหนูจึงพูดว่า ถ้าเช่นนั้น เราจักให้เนื้อท่านตลอดไป ท่านจงปล่อยเราเถิด 
ทีนั้นแมวก็กำชับหนูว่า ถ้าเช่นนั้น เจ้าอย่าลืมเสียล่ะ แล้วก็ปล่อยไป ตั้งแต่นั้น นางหนู
ก็แบ่งเนื้อที่นายช่างสลักนำมาให้ตนเป็นสองส่วน ให้แมวส่วนหนึ่ง กินเองส่วนหนึ่ง 
อยู่มาวันหนึ่ง นางถูกแมวตัวอื่นจับได้อีก นางหนูก็ต้องร้องขอให้มันทำข้อตกลงทำนองเดียวกัน แล้วให้ปล่อยตน ตั้งแต่นั้น ก็ต้องแบ่งเนื้อออกเป็นสามส่วน ครั้นถูก แมวอื่นจับได้อีก ก็คงขอร้องให้ปล่อยตน ด้วยวิธีนั้นแหละ ตั้งแต่นั้นมา ก็ต้องแบ่งนี้ออกเป็น ๔ ส่วน 
ต่อมาถูกแมวอื่นจับได้อีก ก็ขอร้องให้ปล่อยตนด้วยวิธีนั้นอีก นับแต่นั้นมา ก็ต้องแบ่งกินกันถึง ๕ ส่วน นางหนูกินส่วนที่ ๕ เพราะมีอาหารน้อยจึงลำบาก ซูบผอม มีเนื้อและเลือดน้อย.
นายช่างเห็นนางหนูแล้ว กล่าวว่า แม่คุณเอ๋ย ทำไมจึงซูบเซียวเหี่ยวแห้งไปเล่า ? ครั้นนางหนูบอกเหตุแล้ว ก็กล่าวว่า ทำไมไม่บอกฉัน  ฉันจักช่วยทำกิจในเรื่องนี้เอง ปลอบนางหนูให้เบาใจแล้ว กระทำรูถ้ำด้วยแก้วผลึกใส นำมามอบให้ สั่งว่า แม่คุณ เจ้าจงเข้าไปสู่ถ้ำนี้ นอนเสีย แล้วตวาดแมวที่พากันมา ด้วยวาจาที่หยาบคาย 
นางหนูก็เข้าถ้ำนอน ครั้นแมวตัวที่หนึ่งมาหานาง กล่าวว่า เจ้าจงให้เนื้อแก่เรา 
นางหนูก็ตวาดมันว่าไอ้แมวชั่วตัวร้าย  ข้าเป็นขี้ข้าคอยหาเนื้อให้เจ้าหรือ ถ้าอยากกินเนื้อ จงไปกินเนื้อลูก ๆของเจ้าสิ 
แมวไม่รู้ว่า นางนอนในถ้ำแก้วผลึก ด้วยอำนาจความโกรธ จึงวิ่งไปโดยเร็ว ด้วยหมายจักจับหนูให้ได้ เลยเอาทรวงอกกระแทกเข้ากับถ้ำแก้วผลึก หัวใจของมันแตกทันที ตาทั้งคู่ถลนออกมา มันสิ้นชีวิตตรงนั้นเอง แล้วร่วงไปในที่รก ๆ ข้างหนึ่ง ด้วยอุบายนี้ แมวทั้ง ๔ แม้แต่ละตัว ๆ ต่างก็พากันสิ้นชีวิตหมด นับแต่นั้นมาหนูก็ปลอดภัย  จึงให้กษาปณ์ ๒ - ๓ กษาปณ์แก่นายช่างทุก ๆ วัน ต่อมาก็ได้มอบทรัพย์ทั้งหมดให้แก่ นายช่างเพียงผู้เดียว ด้วยเหตุนี้ ทั้งคู่มิได้ทำลายไมตรีกันจนสิ้นชีวิต แล้วต่างก็ไปตามยถากรรม.

จบเรื่อง ช่วยหนูด้วย
ประเด็นน่าสนใจ
    ๑ หากทำในสิ่งที่ถนัด หรือมีความชำนาญ ย่อมเกิดประโยชน์สูงสุด นางหนูไม่อาจสู้แมวได้ แต่นายช่างทำได้ อาศัยความชำนาญทำถ้ำแก้วผลึก ก็สามารถจัดการกับแมวทั้ง ๕ ตัวได้ โดยที่ไม่ต้องไปไล่จับเลย  ฉะนั้นหากใช้คนให้ถูกกับงาน ผลงานย่อมออกมาดี
    ๒ ผูกพันด้วยผลประโยชน์ นี่เป็นเงื่อนไขที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เมื่อมีประโยชน์ให้กัน การคบหา การให้ความช่วยเหลือจึงเกิดขึ้น  ไม่เพียงแต่คนกับคนเท่านั้น กระทั่งสัตว์กับสัตว์ หรือคนกับสัตว์ก็เช่นกัน แมวยอมให้ชีวิตแก่หนู เพราะผลประโยชน์  นายช่างที่ช่วยหนูก็เพราะผลประโยชน์  หนูที่ยอมมอบทรัพย์ให้ก็เพราะผลประโยชน์  ดังนั้นหากต้องการให้ผู้อื่นช่วยเหลือ ต้องคำนึงถึงสิ่งที่ผู้ช่วยเหลือนั้นจะได้รับจากเราว่าเหมาะสม คู่ควรกับการที่จะช่วยเหลือเราหรือไม่

Cr.ขุนพลไร้เงา
พบกันใหม่โอกาสหน้า