เรื่อง แรงริษยา

วันที่ 09 กค. พ.ศ.2562


เรื่อง แรงริษยา

            เล่ากันมาว่า ในหมู่บ้านไม่ไกลจากกรุงสาวัตถีเท่าใดนัก มีภรรยาของกุฏุมพีคนหนึ่ง นางเป็นหญิงหมัน. พวกญาติของกุฏุมพีนั้น พากันกล่าวกับเขาว่า ตระกูลของเราไม่อาจขาดผู้สืบเชื้อสายได้ ภรรยาของเจ้าเป็นหมัน ฉะนั้นพวกเราเห็นสมควรว่าจะนำหญิงสาวคนอื่นมาให้เจ้า.
            กุฏุมพีนั้น ยังมีความอาลัยรักในภรรยาของตนอยู่ เขาไม่ปรารถนาภรรยาคนอื่นเลย  จึงบอกปฏิเสธพวกญาติเสีย
            ฝ่ายภรรยาของกุฎุมพี  ครั้นทราบเรื่องนั้นเข้าจึงกล่าวกะสามีว่า พี่ ฉันเป็นหมัน ไม่อาจให้กำเนิดบุตรได้  พี่ควรจะนำหญิงอื่นมาเป็นภรรยาเถิด วงศ์ตระกูลของท่านจะได้ไม่ขาดสูญ.
            กุฎุมพีกล่าวว่า อย่าเลยน้องรัก  พี่ไม่ต้องการหญิงอื่นดอก  เขาพยายามปฏิเสธอย่างนี้หลายครั้ง แต่เมื่อถูกภรรยารบเร้าบ่อยๆ เข้า  ก็จำต้องแต่งงานกับหญิงอื่น.
            เพียงไม่นาน ภรรยาคนใหม่ก็ตั้งครรภ์ ภรรยาหลวงซึ่งปกติจะมีความริษยาอยู่แล้ว  เห็นดังนั้น จึงคิดว่า  เมื่อใดหญิงนี้คลอดบุตร  เมื่อนั้นนางจะเป็นใหญ่ในเรือนนี้ทันที ส่วนเราจะไม่ต่างอะไรกับนางทาสี อย่ากระนั้นเลย  เราควรจะทำให้แท้งลูกเสีย  เมื่อใคร่ครวญอยู่  ได้เห็นอุบายอย่างหนึ่ง  จึงเกลี้ยกล่อมปริพาชิกาคนหนึ่งให้ทำยาให้ภรรยาน้อยกิน
            นางปริพาชิกามีปกติเป็นผู้เห็นแก่ลาภ เมื่อได้รับคำไหว้วานจากภรรยาหลวง ก็ตกปากรับคำกระทำตามนั้น ในที่สุดแผนนั้นสำเร็จ ภรรยาน้อยแท้งบุตรจริงๆ   อนุภรรยาเมื่อทราบว่าตนแท้งบุตรแล้ว  ก็บอกเรื่องนั้นให้มารดาของตนทราบ  มารดาสั่งให้ประชุมพวกญาติทันที เล่าเรื่องทั้งหมดให้พวกญาติทราบ.
            ญาติเหล่านั้นถามภรรยาหลวงผู้เป็นหมันว่า  เจ้าทำให้หญิงนี้แท้งบุตรไปหรือ
            ข้าพเจ้ามิได้ทำ  นางมีนางแท้งเองตากหาก
            หากเจ้าไม่ได้ทำ กล้ากล่าวคำสาบานหรือไม่  ญาติคนหนึ่งกล่าวขึ้น
            ได้  พวกท่านจงฟังข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าขอเอ่ยอ้างความสัตย์ต่อหน้าทุกท่านในที่นี้ว่า  หากข้าพเจ้าทำให้หญิงนี้แท้ง ขอให้ข้าพเจ้าตกไปสู่อบายในภพเบื้องหน้า   ให้ถูกความหิวกระหายครอบงำอยู่ตลอด ขอให้คลอดบุตรทั้งเช้าทั้งเย็น  ครั้งละ ๕ คน แล้วกินเสีย ถึงกระนั้นก็ยังไม่อิ่ม ขอให้ข้าพเจ้ามีกลิ่นเหม็นเป็นนิจ และถูกแมลงวันไต่ตอม.
            นางกล่าวโดยไม่มีความละอายแต่อย่างใด  ไม่นานนักนางก็ทำกาละบังเกิดเป็นนางเปรต มีรูปร่างอัปลักษณ์ สมดังที่นางได้เอ่ยอ้างคำสาบานไว้ทุกประการ  อยู่ในที่ไม่ไกลบ้านนั้น
            เวลานั้น พระเถระ ๘ รูป ออกพรรษาในชนบท มายังกรุงสาวัตถี เพื่อเฝ้าพระศาสดา ได้เข้าไปพักในราวป่าอันสมบูรณ์ด้วยร่มเงาและน้ำ ไม่ไกลจากบ้านนั้น.
            ลำดับนั้น นางเปรตได้ปรากฏตัวให้พระเถระทั้งหลายเห็น. พระเถระเหล่านั้นได้เห็นนางเปรตพร้อมกันทั้งหมด ต่างก็รู้สึกประหลาดใจต่อภาพที่ปรากฏต่อหน้า พระสังฆเถระได้ซักถามนางเปรตนั้นว่า เจ้าเปลือยกาย มีรูปพรรณอัปลักษณ์ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้ง แมลงวันจับเป็นกลุ่ม เจ้าเป็นใครมายืนอยู่ในที่นี้
            นางเปรตถูกพระมหาเถระถามอย่างนั้น เมื่อจะประกาศตน เพื่อจะให้เหล่าสัตว์เกิดความสลดจึงได้กล่าวว่า  ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าเป็นเปรต ถึงทุคติ  เกิดในยมโลก เพราะกระทำกรรมชั่วไว้ จึงต้องจากโลกนี้ไปสู่เปตโลก. เวลาเช้าข้าพเจ้าคลอดบุตร ๕ คน เวลาเย็นอีก ๕ คน แล้วกินลูกเหล่านั้นทั้งหมด  ถึงลูก ๑๐ คนเหล่านั้น ก็ไม่อาจบรรเทาความหิวของข้าพเจ้าได้เลย   หัวใจของข้าพเจ้าเร่าร้อนหมกมุ่น  เพราะความหิว ข้าพเจ้าไม่ได้ดื่มน้ำที่ควรดื่ม ขอท่านจงดูข้าพเจ้าผู้ถึงความวอดวายเช่นนี้เถิด.
            พระเถระได้ฟังดังนั้น ให้รู้สึกสงสารนางเปรตอย่างจับใจ  และเมื่อประสงค์จะถามถึงกรรมที่นางเปรตนั้นกระทำ จึงกล่าวว่า  เมื่อก่อน เธอทำความชั่วอะไรไว้ด้วยกาย วาจา และใจหรือ เธอมากินเนื้อบุตรทั้งหลาย เพราะวิบากแห่งกรรมอะไร.
            เมื่อก่อน หญิงร่วมสามีของข้าพเจ้าคนหนึ่งมีครรภ์  ข้าพเจ้าคิดชั่วต่อนาง มีจิตคิดประทุษร้าย   ได้ทำนางแท้งบุตร นางมีครรภ์ ๒ เดือนเท่านั้น ครรภ์ก็ไหลออกเป็นโลหิต เวลานั้น มารดาของเขาโกรธข้าพเจ้า เชิญพวกญาติมาประชุมซักถาม ให้ข้าพเจ้ากล่าวคำสาบาน  และขู่เข็ญให้ข้าพเจ้ากลัว  ข้าพเจ้าได้กล่าวคำสาบานและมุสาวาทอย่างร้ายกาจว่า ถ้าข้าพเจ้าทำชั่วอย่างนั้น ขอให้ข้าพเจ้ากินเนื้อบุตรเถิด ข้าพเจ้ามีกายเปื้อนด้วยโลหิตกินเนื้อบุตรทั้งหลาย เพราะวิบากแห่งกรรมคือการทำให้ครรภ์ตกและการพูดมุสาวาททั้ง ๒ นั้น.
ครั้นประกาศวิบากแห่งกรรมของตนอย่างนี้แล้ว จึงได้กล่าวกะพระเถระทั้งหลายอีกว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญทั้งหลาย  ข้าพเจ้าเป็นภรรยาของกุฎุมพีคนหนึ่งในบ้านนี้เอง เป็นหญิงมีความริษยาเป็นปกติ กระทำกรรมชั่วจึงบังเกิดในกำเนิดเปรตอย่างนี้  ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอโอกาส ขอท่านทั้งหลายจงไปยังเรือนของกุฎุมพีคนนั้นเถิด กุฎุมพีนั้นจักถวายทานแก่ท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายพึงให้เขาอุทิศทักษิณานั้นแก่ข้าพเจ้า เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าพเจ้าจะหลุดพ้นจากเปตโลกนี้.
            พระเถระทั้งหลายได้ฟังดังนั้นแล้ว เมื่อจะอนุเคราะห์นางให้พ้นจากสภาพของความเป็นเปรต  ได้เข้าไปบิณฑบาตยังบ้านกุฎุมพีนั้น.
            กุฎุมพีเห็นพระเถระทั้งหลายแล้ว เถิดความเลื่อมใส ต้อนรับพวกท่านด้วยน้ำใจอันดี รับบาตร นิมนต์ให้นั่งบนอาสนะ ได้ถวายของฉันและของขบเขี้ยวอันประณีต.
            พระเถระทั้งหลายบอกเรื่องราวนั้นแก่กุฎุมพี แล้วให้เขาอุทิศทานแก่นางเปรต ในขณะนั้น นางเปรตเมื่อได้รับผลแห่งทักษิณาทานที่กุฏุมพีอุทิศให้  ก็พ้นจากความเป็นเป็นเปรต พ้นจากทุกข์นั้น ได้รับสมบัติอันน่าปรารถนา   จากนั้นได้แสดงตนแก่กุฎุมพีในเวลาราตรี.
            ฝ่ายพระเถระทั้งหลายไปยังกรุงสาวัตถีโดยลำดับ กราบทูลความนั้นแก่พระผู้มีพระภาคเจ้า.  พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงธรรมแก่บริษัทผู้ประชุมพร้อมกัน  โดยยกเรื่องนั้นขึ้นเป็นเหตุ. ในเวลาจบเทศนา มหาชนได้รับความสลดใจ เว้นขาดจากความริษยาและความตระหนี่. เทศนานั้นได้มีประโยชน์แก่มหาชนด้วยประการฉะนี้แล.

จบเรื่อง แรงริษยา

"บาปแม้เพียงนิดอย่าคิดทำ ส่วนบุญกุศลทำไปเถิดประเสริฐนัก"

Cr.ขุนพลไร้เงา
พบกันใหม่โอกาสหน้า