เรื่อง ของรักของหวง

วันที่ 10 กค. พ.ศ.2562

เรื่อง ของรักของหวง

ในอดีตกาล  ฤาษีสองพี่น้อง บำเพ็ญสมณธรรมอยู่ที่อาศรมริมฝั่งแม่น้ำคงคา ฤาษีผู้น้องมีปกติอยู่ด้วยธรรมคือเมตตาวิหารธรรม ด้วยอานุภาพแห่งเมตตา ครั้งนั้น มณีกัณฐนาคราชขึ้นจากแม่น้ำคงคา เนรมิตเพศเป็นเทวดา เข้าไปหาฤาษีผู้น้อง นั่งฟังธรรม ครั้นฟังแล้ว ชื่นชมยินดี บังเกิดความเลื่อมใสในฤาษี เมื่อจะกลับได้ละเพศเทวดา กลับร่างเป็นพญานาควงขนด ๗ รอบ แผ่พังพานใหญ่อยู่บนศีรษะของฤาษี
เพราะความกลัวนาคราชนั้น ฤาษีผู้น้องได้ซูบผอม เศร้าหมอง มีผิวพรรณคล้ำ มีผิวเหลืองขึ้น มีตัวสะพรั่งด้วยเอ็น ฤาษีผู้พี่เห็นฤาษีผู้น้องดังนั้น จึงได้ไต่ถามว่า เหตุไรเธอจึงซูบผอม เศร้าหมองมีผิวพรรณคล้ำ มีผิวเหลืองขึ้น ๆ มีตัวสะพรั่งด้วยเอ็น
ท่านพี่ มณีกัณฐนาคราชขึ้นจากแม่น้ำคงคา เข้ามาหาข้าพเจ้า ณ สถานที่นี้ ครั้นแล้ววงรอบข้าพเจ้าด้วยขนด ๗ รอบ แผ่พังพานใหญ่บนศีรษะ เพราะความกลัวนาคราชนั้น ข้าพเจ้าจึงได้ซูบผอม เศร้าหมองมีผิวพรรณคล้ำ มีผิวเหลืองขึ้น ๆ มีตัวสะพรั่งด้วยเอ็น
เธอไม่ต้องการให้นาคราชนั้นมา ใช่หรือไม่
ใช่ ข้าพเจ้าไม่ต้องการให้นาคราชนั้นมา
เธอเห็นนาคราชนั้นมีอะไรพิเศษบ้าง
ข้าพเจ้าเห็นมีแก้วมณีประดับอยู่ที่คอ
ถ้าเช่นนั้น เธอจงขอแก้วมณีกะนาคราชนั้นว่า ท่านจงให้แก้วมณีแก่ข้าพเจ้า ๆ ต้องการแก้วมณี
ครั้นมณีกัณฐนาคราชขึ้นจากแม่น้ำคงคาเข้าไปหาฤาษีผู้น้อง หยุดอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว
ฤาษีผู้น้องได้กล่าวขอแก้วมณี กะมณีกัณฐนาคราชว่า ขอท่านจงให้แก้วมณีแก่ข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าต้องการแก้วมณี
มณีกัณฐนาคราชรำพึงว่า ภิกษุขอแก้วมณี ภิกษุต้องการแก้วมณี แล้วได้รีบกลับไป
แม้ครั้งที่สอง มณีกัณฐนาคราชขึ้นจากแม่น้ำคงคาเข้าไปหาฤาษีผู้น้อง
ฤาษีผู้น้องเห็นมณีกัณฐนาคราชมาแต่ไกลได้กล่าวขอแก้วมณี กะมณีกัณฐนาคราชว่า ขอท่านจงให้แก้วมณีแก่ข้าพเจ้า ๆ ต้องการแก้วมณี
มณีกัณฐนาคราชรำพึงว่า ภิกษุขอแก้วมณี ภิกษุต้องการแก้วมณี แล้วได้กลับแต่ที่ไกลนั้นเทียว
แม้ครั้งที่สาม มณีกัณฐนาคราชกำลังจะขึ้นจากแม่น้ำคงคา
ฤาษีผู้น้องได้เห็นมณีกัณฐนาคราชกำลังโผล่ขึ้นจากแม่น้ำคงคา ก็ได้กล่าวขอแก้วมณีกะมณีกัณฐนาคราชว่า ขอท่านจงให้แก้วมณีแก่ข้าพเจ้า ๆ ต้องการแก้วมณีขณะนั้น
มณีกัณฐนาคราชได้กล่าวตอบฤาษีผู้น้องว่า     ข้าวน้ำ ที่ดียิ่ง มากหลาย บังเกิดแก่ข้าพเจ้า เพราะแก้วมณีดวงนี้ ข้าพเจ้าจะให้แก้วนั้นแก่ท่านไม่ได้ ท่านเป็นคนขอจัด ข้าพเจ้าจะไม่มาสู่อาศรมของท่านอีกแล้ว.  ท่านขอแก้วกะข้าพเจ้า ทำให้ข้าพเจ้าสะดุ้งกลัว ดังคนหนุ่มถือดาบซึ่งลับดีแล้วบนหินลับ ข้าพเจ้าจะไม่ให้แก้วนั้น แก่ท่าน ๆ เป็นคนขอจัด ข้าพเจ้าจักไม่มาสู่อาศรมของท่านอีกแล้ว.
ครั้งนั้นมณีกัณฐนาคราชได้หลีกไป พลางรำพึงว่า ภิกษุขอแก้วมณี ภิกษุต้องการแก้วมณี ได้หลีกไปอย่างนั้นแล้ว ไม่กลับมาอีกเลย
ต่อมาฤาษีผู้น้องได้ซูบผอม เศร้าหมอง มีผิวพรรณคล้ำมีผิวเหลืองขึ้น ๆ มีตัวสะพรั่งด้วยเอ็นยิ่งกว่าเก่า เพราะไม่ได้เห็นนาคราชผู้น่าดูนั้น
ฤาษีผู้พี่ได้เห็นฤาษีผู้น้องมีอาการดังนั้น จึงได้ถามดูว่าเพราะเหตุไรเธอจึงซูบผอม เศร้าหมอง มีผิวพรรณคล้ำ มีผิวเหลืองขึ้น ๆ มีตัวสะพรั่งด้วยเอ็นยิ่งกว่าเก่า
ฤาษีผู้น้องตอบว่า เพราะไม่ได้เห็นนาคราชผู้น่าดูนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นเช่นนี้
ฤาษีผู้พี่ได้กล่าวกะฤาษีผู้น้อง    บุคคลรู้ว่าสิ่งใดเป็นที่รักของเขา ไม่ควรขอสิ่งนั้น อนึ่ง      คนย่อมเป็นที่เกลียดชัง ก็เพราะขอจัด นาคที่ถูกพราหมณ์ขอแก้วมณี จึงไม่มาให้พราหมณ์นั้นเห็นอีกเลย.
จบเรื่อง ของรักของหวง

ประเด็นน่าสนใจ
            ๑ การแสดงออกถึงความชื่นชม ความเลื่อมใส กระทั่งความปรารถนาดีต่อกัน จะอาศัยเพียงความชอบใจ หรือความคิดเห็นของตนว่าสมควรทำนั้นไม่เพียงพอ ต้องคำนึงถึงอีกฝ่ายด้วยว่ายินดีหรือไม่ เหมือนดังที่พญานาคแสดงอาการเลื่อมใสต่อฤาษี แต่ไม่เป็นที่ชอบใจของฤาษีนั่นเอง
            ๒ เหตุแห่งความแตกร้าวจากมิตรมี ๓ ประการคือ
            ๑ ใกล้เกินไป
            ๒ ไกลเกินไป
            ๓ ขอของรักของหวง
            การขอของรักของหวง หรือขอในสิ่งที่ไม่ควรขอ ย่อมไม่เป็นที่ชอบใจของผู้ถูกขอ ผู้ถูกขอย่อมเกิดความลำบากใจ เมื่อไม่ให้ก็เกรงว่าผู้ขอจะไม่พอใจ แต่ครั้นจะให้ก็ไม่ยินดีให้ สุดท้ายมิตรสหายย่อมแตกร้าวกัน เหมือนพญานาคถูกขอของรักของหวง ก็ไม่กลับมาหาพระฤาษีอีกเลย
            ๓ ก่อนทำสิ่งใด คิดให้รอบคอบนั่นเป็นการดี พิจารณาว่าจะเกิดผลตามมาอย่างไร และเมื่อทำไปแล้วต้องยอมรับผลที่ตามมาไม่ว่าจะดีหรือไม่ก็ตาม อย่าได้เสียใจในภายหลัง เพราะนั่นไม่เกิดประโยชน์อันใด เหมือนพระฤาษีที่เสียใจเมื่อพญานาคไม่กลับมา

Cr.ขุนพลไร้เงา
พบกันใหม่โอกาสหน้า