บุพกิจแห่งอุปสมบท คือ

วันที่ 17 ตค. พ.ศ.2562

บุพกิจแห่งอุปสมบท คือ

บุพกิจแห่งอุปสมบท คือ

     ๑.ให้บรรพชา (ข้อนี้จึงทำในเมื่ออุปสัมปทาเปกขะเป็นคฤหัสถ์มาถ้าเป็นสามเณรอยู่ก่อนแล้วไม่ต้องทำ)

     ๒. ขอนิสัย ฯ

     ๓. ถืออุปัชฌายะ ๆ

     ๔. ขนานชื่อมคธแห่งอุปสัมปทาเปกขะ

     ๕. บอกนามอุปัชฌายะ ฯ

     ๖. บอกบาตรจีวร ฯ

     ๗. สั่งให้อุปสัมทาเปกขะออกไปยืนข้างนอก มีกำหนดห่างจากท้ายหัตถบาสสงฆ์ ๑๒ ศอก เป็นอย่างน้อย ฯ

     ๘. ภิกษุรูปหนึ่งสมมติตนเป็นผู้ซักซ้อมอันตรายิกธรรม แก่อุปสัมปทาเปกขะ ฯ

     ๙. เรียกอุปสัมปทาเปกขะเข้าในสงฆ์ ฯ

     ๑๐. ให้ขออุปสมบท

     ๑๑. ภิกษุรูปหนึ่งสมมติตน สอบถามอันตรายิกธรรมแก่อุปสัมปทาเปกขะในสงฆ์

     ในกิจเหล่านี้เป็นหน้าที่ของอุปัชฌายะที่จะต้องฝึกสอนก่อนตั้งแต่แรกและเมื่อบวชจะต้องตรวจตราเครื่องบริขารที่จำเป็นของภิกษุขาดไม่ได้คือจีวรกับบาตรให้มีพร้อมถ้าบกพร่องเป็นหน้าที่ของอุปัชฌายะจะหาให้และต้องทำเสร็จก่อนสวดประกาศบุพพกิจเหล่านี้ นอกจากบรรพชา หากจะบกพร่องไปบ้าง ท่านไม่นับเป็นวิบัติ

     ในการอุปสมบท เมื่อทำบุพพกิจเสร็จแล้วพึงสวดกรรมวาจาตั้งญัตติหนหนึ่ง สวดอนุสสาวนา ๓ หน เรียกว่า ญัตติจตุตถกัมม์

     ถ้าหากพระสงฆ์ให้อุปสมบทไม่พร้อมด้วยสมบัติเหล่านั้นไซร้ ก็ชื่อว่าเป็นอันให้อุปสมบทวิบัติ คืออุปสมบทไม่เป็นภิกษุ

     นอกจากนี้ กล่าวตามระเบียบบริหารคณะสงฆ์ พระอุปัชฌายะต้องสอบสวนกุลบุตรให้ได้คุณลักษณะตามที่บัญญัติไว้ในสังฆาณัติ ระเบียบพระอุปัชฌายะ พุทธศักราช ๒๔๗๗ มาตรา ๑๔ ดังนี้

     (๑) เป็นคนมีหลักฐาน มีอาชีพชอบธรรม ไม่ใช่คนจรจัด ไม่มีหลักฐาน

     (๒) เป็นสุภาพชน มีความประพฤติดีไม่เป็นนักเลง เที่ยวเตร็ดเตร่ไม่มีความเสียหายในทางอื่น เช่น ติดฝิ่น ติดสุรา เป็นต้น ฯ

     (๓) มีความรู้อ่านออกและเขียนหนังสือไทยได้ โดยมีประกาศนียบัตรหรือหนังสือรับรองซึ่งทางราชการออกให้เป็นคู่มือ

     (๔) เป็นผู้ปราศจากบรรพชาโทษ และร่างกายสมบูรณ์ อาจบำเพ็ญสมณกิจได้ ไม่เป็นคนชราไร้ความสามารถ หรือทุพพลภาพหรือพิกลพิการ ฯ

     (๕) มีสมณบริขารครบถ้วนและถูกต้องตามวินัย ฯ

     (๖) เป็นผู้สามารถกล่าวคำขอบรรพชาอุปสมบทได้ด้วยตนเอง และถูกต้อง ไม่วิบัติ ฯ