จูฬนิกาสูตร

วันที่ 03 มีค. พ.ศ.2563

จูฬนิกาสูตร1
ว่าด้วยโลกธาตุขนาดเล็ก


               ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่
สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้รับฟังเรื่องนี้มาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคว่า..


"อานนท์ สาวกชื่อว่าอภิกูของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิขีสถิตอยู่ในพรหมโลก ใช้เสียง
ประกาศให้ สหัสสีโลกธาตุรู้เรื่องได้ " 2     ส่วนพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง
สามารถใช้พระสุรเสียงประกาศให้รู้เรื่องได้ไกลเท่าไร พระพุทธเจ้าข้า”


พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อานนท์ นั้นเป็นเพียงสาวก ส่วนตถาคตทั้งหลายประมาณไม่ได้


แม้ครั้งที่ ๒ ท่านพระอานนท์ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า


“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้รับฟังเรื่องนี้มาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคว่า..


“อานนท์ สาวกชื่อว่าอภิกูของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิขีสถิตอยู่ในพรหมโลก ใช้เสียง
ประกาศให้ สหัสสีโลกธาตุรู้เรื่องได้" ส่วนพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสามารถ
ใช้พระสุรเสียงประกาศให้รู้เรื่องได้ไกลเท่าไร พระพุทธเจ้าข้า”


พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อานนท์ นั้นเป็นเพียงสาวก ส่วนตถาคตทั้งหลายประมาณไม่ได้”


แม้ครั้งที่ ๓ ท่านพระอานนท์ก็ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า


“ข้าแต่พระองค์ผู้จริญ ข้าพระองค์ได้รับฟังเรื่องนี้มาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคว่า..


“อานนท์ สาวกชื่อว่าอภิกูของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิขสถิตอยู่ในพรหมโลก  ใช้เสียง
ประกาศให้ สหัสสีโลกธาตุรู้เรื่องได้ ส่วนพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสามารถ
ใช้พระสุรเสียงประกาศให้รู้เรื่องได้ไกลเท่าไร พระพุทธเจ้าข้า”


พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “เธอได้ฟังเพียงเรื่องสหัสสีโลกธาตุขนาดเล็ก3 เท่านั้น"


พระอานนท์กราบทูลว่า “ข้าแต่พระผู้มีพระภาค บัดนี้เป็นเวลา ข้าแต่พระสุคต บัดนี้เป็น
เวลาแห่งเทศนาที่พระองค์จะพึงตรัส ภิกษุทั้งหลายได้สดับพระธรรมเทศนาของพระผู้มีพระภาค
แล้วจักทรงจำไว้”


พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อานนท์ ถ้าเช่นนั้น เธอจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว"

ท่านพระอานนท์ทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสเรื่องนี้ว่า


             อานนท์ สหัสสีโลกธาตุเท่าโอกาสที่ควงจันทร์และดวงอาทิตย์โคจรสองทิศทั้งหลายให้
สว่างรุ่งโรจน์ ในสหัสสีโลกธาตุนั้น มีดวงจันทร์ ๑,๐๐๐ ดวง มีดวงอาทิตย์ ๑,๐๐๐ ดวง มี
ขุนเขาสิเนรุ ๑,๐๐๐ ลูก มีชมพูทวีป ๑,๐๐๐ มีอปรโคยานทวีป ๑,๐๐๐ มีอุตตรกุรุทวีป ๑,๐๐๐ มี
ปุพพวิเทพทวีป ๑,๐๐๐ มีมหาสมุทร ๔,๐๐๐ มีท้าวมหาราช ๔,๐๐๐4 มีเทวโลกชั้นจาตุ-
มหาราช ๑,๐๐๐ มีเทวโลกชั้นดาวดึงส์ ๑,๐๐๐ มีเทวโลกชั้นยามา ๑,๐๐๐ มีเทวโลกชั้นดุสิต

๑,๐๐๐ มีเทวโลกชั้นนิมมานรดี ๑,๐๐๐ มีเทวโลกชั้นปรนิมมิตวสวัตดี ๑,๐๐๐ มีพรหมโลก
๑,๐๐๐ นี้เรียกว่าสหัสสีโลกธาตุขนาดเล็ก


              โลก ๑,๐๐๐ คูณด้วยโลกธาตุขนาดเล็กนั้น นี้เรียกว่า สหัสสีโลกธาตุขนาดกลาง5 โลก
๑,๐๐๐ คูณด้วยสหัสสีโลกธาตุขนาดกลางนั้น นี้เรียกว่า สหัสสีโลกธาตุขนาดใหญ่6


             อานนท์ ตถาคตเมื่อมุ่งหมายจึงใช้เสียงประกาศให้สหัสสีโลกธาตุขนาดใหญ่รู้เรื่องได้
หรือใช้เสียงประกาศให้รู้เรื่องได้เท่าที่มุ่งหมาย


            พระอานนท์ทูลถามว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระผู้มีพระภาคพึงใช้พระสุรเสียงประกาศ
ให้สหัสสีโลกธาตุขนาดใหญ่รู้เรื่องได้หรือใช้พระสุรเสียงประกาศให้รู้เรื่องได้เท่าที่มุ่งหมาย
อย่างไร”


            พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “อานนท์ พระตถาคตในโลกนี้พึงแผ่รัศมีไปทั่วสหัสสี
โลกธาตุขนาดใหญ่ได้ เมื่อใด หมู่สัตว์จึงจำแสงสว่างนั้นได้ เมื่อนั้น พระตถาคตพึงเปล่งพระ-
สุรเสียงให้สัตว์เหล่านั้นได้ยิน อานนท์ พระตถาคตพึงใช้พระสุรเสียงประกาศให้สหัสสีโลกธาตุ
ขนาดใหญ่รู้เรื่องได้หรือใช้พระสุรเสียงประกาศให้รู้เรื่องได้เท่าที่มุ่งหมายอย่างนี้แล”


           เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ท่านพระอานนท์จึงได้กราบทูลคำนี้ว่า “เป็นลาภ
ของข้าพระองค์หนอ เป็นโชคของข้าพระองค์หนอที่ข้าพระองค์มีพระศาสดาผู้ทรงมีฤทธิ์อย่างนี้
มีอานุภาพอย่างนี้”


           เมื่อท่านพระอานนท์กราบทูลอย่างนี้แล้ว ท่านพระอุทายีจึงได้กล่าวกับท่านพระอานนท์
ดังนี้ว่า “ท่านอานนท์ ถ้าพระศาสดาของท่านทรงมีฤทธิ์อย่างนี้ มีอานุภาพอย่างนี้ ในข้อนี้ท่านได้
ประโยชน์อะไร”

           เมื่อท่านพระอุทายีกล่าวอย่างนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคจึงตรัสกับท่านพระอุทายีดังนี้ ว่า
“อุทายี เธออย่าได้กล่าวอย่างนั้น ๆ ถ้าอานนท์ยังไม่หมคราคะมรณภาพไปอย่างนี้ไซร้ เพราะจิตที่
เลื่อมใสนั้น เธอจะครอบครองความเป็นเจ้าแห่งเทวดาในหมู่เทวดา ๗ ครั้ง จะครอบครองความ
เป็นมหาราชในชมพูทวีปนี้แล ๗ ครั้ง อุทายี แต่อานนท์จักปรินิพพานในปัจจุบันชาตินี้แล “


จูฬนิกาสูตร จบ



              จากพระสูตรนี้ จะเห็นได้ว่าองค์ประกอบของทุกจักรวาลมีเหมือน ๆ กัน คือ มีดวงจันทร์
ดวงอาทิตย์ ภูเขาสิเนรุ มีชมพูทวีป อปรโคยานทวีป อุตตรกุรุทวีป ปุพพวิเทหทวีป มีมหาสมุทร
มีท้าวมหาราช มีสวรรค์ ๖ ชั้น และพรหมโลก ซึ่งถึงแม้ว่าในพระสูตรนี้มิได้กล่าวถึง อรูปพรหม
และอบายภูมิก็ตาม แต่ในที่นี้ก็หมายรวมถึงอรูปพรหมและอบายภูมิด้วย


            ขนาดของจักรวาล คือขนาดที่รัศมีของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์แผ่ไปถึง ส่วนขนาดของ
โลกธาตุนั้นมีหลายขนาดด้วยกัน กล่าวคือ สหัสสีจูฬนิกาโลกธาตุ (โลกธาตุอย่างเล็กมี ๑,๐๐๐
จักรวาล) ทวิสหัสสีมัชฌิมิกาโลกธาตุ (โลกธาตุขนาดกลางมีล้านจักรวาล) และติสหัสสีมหาส-
หัสสีโลกธาตุ (โลกธาตุขนาดใหญ่มีแสนโกฏิจักรวาล)

 

เชิงอรรถอ้างอิง

1อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต, มจร. เล่ม ๒๐ / ๓๐๕
2ใช้เสียงประกาศให้สหัสสีโลกธาตุรู้เรื่องได้ ในที่นี้หมายถึงแสดงธรรมให้ได้ยินเสียง พร้อมกับเปล่งรัศมี จากสรีระกำจัดความมืดเกิดแสงสว่างได้ไกลถึง ๑,๐๐๐ จักรวาล

3สหัสสีโลกธาตุขนาดเล็ก หมายถึงโลกธาตุที่มี ๑,000 จักรวาล
4มีท้าวมหาราช ๔,๐๐๐ ในที่นี้หมายถึงในโลกธาตุที่มี ๑,๐๐๐ จักรวาลนั้น แต่ละจักรวาลมีท้าวมหาราช อยู่ ๔ องค์

5สหัสสีโลกธาตุขนาดกลาง หมายถึง โลกธาตุที่มี ๑,๐๐๐,๐๐๐ จักรวาล
6สหัสสีโลกธาตุขนาดใหญ่ หมายถึงโลกธาตุที่มี ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิจักรวาล (๑ ล้านล้านจักรวาล)

 

 Total Execution Time: 0.0022973815600077 Mins