กำลังใจจากยาย

วันที่ 10 สค. พ.ศ.2563

กำลังใจจากยาย

                  ๑๗.๐๐น. พี่อารีพันธุ์ต้องพาคุณยายไปที่เรือนอีกหลังหนึ่งเพื่อให้ท่านอาบน้ำ เวลาที่คุณยายไม่อยู่ที่เรือนหลังนี้ ข้าพเจ้าจะมารับบุญทำความสะอาดที่นี่

 

                   ขั้นตอนการทำความสะอาดเริ่มต้นจากกล่องใส่ผ้าม่านด้านบน ผ้าม่าน ขอบหน้าต่าง และถ้าภายในห้องมีจิ้งจกหลงเข้ามาเมื่อไร ข้าพเจ้าจะต้องจับมันออกไปให้ได้

 

                   การจับจิ้งจกนั้น ถ้ามันอยู่สูงติดเพดานก็ต้องเอาไม้กวาดเขี่ยให้มันลงมาที่พื้น พอลงมาที่พื้นแล้วก็โยนผ้าให้คลุมตัวมัน ไม่ให้มันรอดผ้าไปได้ แล้วค่อย ๆ เอามือไปรวบชายผ้านั้น ให้จิ้งจกมันเข้าไปอยู่ในผ้า จากนั้นก็นำไปปล่อยที่นอกกุฏิ

 

                    บางครั้งจิ้งจกตกใจ ถึงกับสลัดหางของมันให้ขาดออกจากตัว เพื่อให้เราสนใจหางแทนตัวของมันจากนั้นมันก็หนีไปไหนต่อไหนได้ ข้าพเจ้าเพิ่งมารู้จักวิธีเอาตัวรอดของจิ้งจกก็ที่นี่เอง

 

                   หลังจากทำความสะอาดด้านบนเรียบร้อยแล้ว  จึงเก็บเศษฝุ่นที่ลงมาด้านล่าง การเก็บฝุ่นจะใช้
ไม้กวาดไม่ได้ เพราะการกวาดนั้นจะทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายมากขึ้น ต้องใช้ผ้าชุบน้ำบิดให้แห้งถูถอยหลังไปเรื่อย ๆ ผ้าด้านที่เปื้อนฝุ่นจะพับกลับเข้าไปอยู่ด้านใน  สลับด้านผ้าไปสลับมาจนกระทั่งใช้ผ้าครบทุกด้าน

 

                  วันนี้...ถูยังไม่เสร็จเลย แต่คุณยายกลับมาที่ห้องแล้ว ท่านเดินมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม...แล้วท่านก็พูดว่า "ขยันจังเว้ยไอ้หลานน้อย" ข้าพเจ้ารู้ว่า พี่อารีพันธุ์ยังอยู่กับคุณยายเลยไม่ได้หันไปหาท่าน ยังคงถูต่อไปเรื่อย ๆ การถูห้องในครั้งนี้ ข้าพเจ้าสังเกตเห็นว่า ถ้าดูด้วยตาเปล่าพื้นห้องนี้ไม่สกปรกเลย เพราะมองไม่เห็นฝุ่นแม้สักนิดเดียว แต่เมื่อใดที่เราเอาผ้าขี้ริ้วที่สะอาดมาถูห้อง  เราก็จะเห็นฝุ่นนั้นติดเต็มผืนผ้า จึงได้ข้อคิดสอนตัวเองว่า "แม้บางครั้งเราอาจไม่มีความรู้สึกนึกคิดที่ไม่ดีอยู่ในใจเลย แต่กิเลสที่ตกตะกอนนั้นยังคงมีอยู่ ถ้าใจเราใสสะอาดจริงก็จะมองเห็นได้ เหมือนผ้าขี้ริ้วที่สะอาดผืนนี้ที่ทำให้มองเห็นสิ่งสกปรกได้ชัดเจน"


                   ขณะที่ข้าพเจ้าถูมาใกล้บริเวณเก้าอี้นวมที่คุณยายนั่งอยู่ ท่านเอื้อมมือมาแตะแผ่นหลังของข้าพเจ้าและท่านก็พูดว่า "เอาบุญกับยายนะไอ้หลานน้อย เราทำอะไรไว้ เราก็ได้อย่างนั้นแหละ"


                   ข้าพเจ้ารับรู้ว่าสิ่งที่คุณยายพูดนั้น คือ กำลังใจที่เต็มเปี่ยมที่บอกให้รู้ว่า ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตามในบุญสถานแห่งนี้


สิ่งที่เราได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุด
สิ่งนั้นก็คือ...บุญนั่นเอง


"สิ่งที่มีค่ามากที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่เราจับต้องได้ด้วยกาย
หรือมองเห็นได้ด้วยตา
แต่ถ้าใจของเรารับรู้ได้สิ่งนั้นย่อมมีค่ามากกว่าสิ่งใด ๆ"

 

จากหนังสือ ดวงจันทร์กลางดวงใจ

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0034994165102641 Mins