ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๘ ถ้าอีก ๑๐ วันจะถึงวันปวารณา

วันที่ 28 เมย. พ.ศ.2565

ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๘ ถ้าอีก ๑๐ วันจะถึงวันปวารณา

ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๘

คำแปลพระบาลีที่เป็นพุทธบัญญัติ
        “วันเพ็ญที่ครบ ๓ เดือนในเดือนกัตติกา ยังไม่ถึงอีก ๑๐ วัน อัจเจกจีวรเกิดขึ้นแก่ภิกษุ ภิกษุสำคัญว่าเป็นอัจเจกจีวร พึงรับไว้ได้ ครั้นรับแล้วพึงเก็บไว้ได้จนตลอดสมัยที่เป็นจีวรกาล ถ้าเธอเก็บไว้ยิ่งไปกว่านั้น เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์”

เนื้อความย่อในหนังสือนวโกวาท
         “ถ้าอีก ๑๐ วันจะถึงวันปวารณา คือตั้งแต่ขึ้น ๖ ค่ำเดือน ๑๑ ถ้าทายกจะถวายผ้าจำนำพรรษา ก็รับเก็บไว้แต่ถ้าเก็บไว้เกินกาลจีวรไป ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์กาลจีวรนั้นดังนี้ถ้าจำพรรษาแล้วไม่ได้กรานกฐิน นับแต่วันปวารณาไปเดือนหนึ่ง คือ ตั้งแต่วันแรมค่ำหนึ่งเดือน ๑๑ ถึงกลางเดือน ๑๒ ถ้าได้กรานกฐิน นับแต่วันปวารณาไป ๔ เดือน คือตั้งแต่แรมค่ำหนึ่งเดือน ๑๑ ถึงกลางเดือน ๔”

อธิบายความโดยย่อ
        ในสิกขาบทนี้มีคำที่พึงทำความเข้าใจ ๒ คำ คือ ผ้าจำนำพรรษา และ อัจเจกจีวร 

        ผ้าจำนำพรรษา เรียกว่า วัสสาวาสิกา เป็นผ้าที่เขาถวายแก่ภิกษุผู้จำพรรษาแล้วคือถ้ายังไม่ได้กรานกฐิน แต่ได้รับอานิสงส์จำพรรษา เริ่มตั้งแต่แรม ๑ ค่ำเดือน ๑๑ ไปจนถึงขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๒ เป็นเวลา ๑ เดือน ถ้าได้กรานกฐินแล้วย่อมได้รับอานิสงส์กฐิน ก็ยืดเวลารับผ้าต่อไปได้อีก ๔ เดือน ตั้งแต่แรม ๑ ค่ำเดือน ๑ ไปจนถึงขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๔ รวมเป็น ๕ เดือนช่วงนี้จัดเป็นกาลจีวร

        อัจเจกจีวร แปลว่า ผ้ารีบด่วน, จีวรรีบร้อน ท่านอธิบายไว้ว่า

        “บุคคลที่ประสงค์จะไปในการรบก็ดี บุคคลที่ประสงค์จะไปต่างถิ่นก็ดี บุคคลที่เจ็บไข้ก็ดี สตรีที่มีครรภ์ก็ดี บุคคลที่ยังไม่มีศรัทธามามีศรัทธาเกิดขึ้นก็ดี บุคคลที่ยังไม่เลื่อมใสมามีความเลื่อมใสเกิดขึ้นก็ดี ถ้าส่งตัวแทนไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า นิมนต์ท่านผู้เจริญมา ข้าพเจ้าจักถวายผ้าจำนำพรรษา ผ้าที่เขาถวายเช่นนี้ ชื่อว่า อัจเจกจีวร”

        ดังนั้น อัจเจกจีวร ก็คือผ้าจำนำพรรษาเฉพาะที่ทายกรีบร้อนถวายก่อนถึงเวลารับผ้าจำนำพรรษาหรือกาลจีวรนั่นเอง 

        อัจเจกจีวร ทรงให้รับก่อนเวลาจีวรกาลได้แต่ทรงกำหนดว่ารับเก็บไว้ได้ไม่เกินกลางเดือน ๑๒ สำหรับผู้มิได้กรานกฐิน หากกรานกฐินแล้วรับเก็บไว้ได้จนถึงกลางเดือน ๔ พ้นจากนั้นไป เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์

เจตนารมณ์ของสิกขาบทข้อนี้
        สิกขาบทนี้ทรงบัญญัติไว้เพื่อรักษาศรัทธาของชาวบ้านที่มีศรัทธาจะถวายจีวรภิกษุแต่มีกิจจำเป็นรีบด่วนไม่อาจอยู่ถวายในเวลาจีวรกาลได้จึงขอถวายก่อน และเพื่อให้ภิกษุรู้จักประมาณในการใช้ในการเก็บรักษา เพราะเมื่อเกินเวลาจีวรกาลไปแล้ว ผ้าเหล่านั้นก็จะถูกทิ้งขว้างมิได้รับการดูแลอีก

อนาปัตติวาร
        ในสิกขาบทนี้ท่านแสดงภิกษุผู้ได้รับยกเว้นไม่ต้องอาบัติไว้คือ 
        (๑) ภิกษุอธิษฐานในภายในสมัย 
        (๒) ภิกษุวิกัปไว้ในภายในสมัย 
        (๓) ภิกษุสละไป 
        (๔) จีวรหายไป 
        (๕) จีวรฉิบหายไป 
        (๖) จีวรถูกไฟไหม้
        (๗) โจรชิงเอาไป
        (๘) ภิกษุถือวิสาสะ 
        (๙) ภิกษุผู้วิกลจริต 
        (๑๐) ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติหรือภิกษุอาทิกัมมิกะ ได้แก่ พวกภิกษุเมืองสาวัตถี

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0013084014256795 Mins