ปาฏิหาริย์ธรรมกาย

วันที่ 03 ตค. พ.ศ.2566

 

3-10-66_3b.png

ปาฏิหาริย์ธรรมกาย


                    ปกติข้าพเจ้าไม่ชอบเขียนรายงาน หรือบันทึกใดๆ ทั้งสิ้น ยกเว้นกรณีจำเป็นที่เกี่ยวกับงานในความรับผิดชอบเท่านั้น ที่เป็นเช่นนี้เพราะไม่มีความถนัดทางด้านการขีดเขียน แต่ที่ได้เขียนครั้งนี้จะว่าเป็นความจำเป็นก็ไม่ถูกนัก เพราะข้าพเจ้ามิได้ถูกบังคับหรือจ้างวานแต่อย่างใด แต่เป็นด้วยเหตุจูงใจหลายประการที่จะเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไปเพราะครั้งแรกคิดว่าจะผ่านสิ่งที่พบเห็นนี้ไปเฉยๆ แต่เมื่อภายหลังได้กราบเรียนให้ “หลวงพ่อ” (หลวงพ่อธัมมะชโย) ทราบ ท่านก็ปรารภให้ฟังว่าน่าเสียดายที่คนรุ่นหลังจะไม่มีโอกาสได้ทราบสิ่งเหล่านี้ ก็ทำให้ข้าพเจ้าคิดได้ว่า “จริงสินะ” ในสมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำได้มีเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธานุภาพมากมาย ล้วนแต่เป็นสิ่งที่น่าศึกษาค้นคว้าเพื่อนำมาเผยแผ่ทั้งนั้น เพราะเป็นสิ่งหนึ่งที่จะประกาศถึงสัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่ามีเพียงหนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งเหล่านี้ก็เป็นเพียงแต่คำเล่าลือ โดยไม่มีหลักฐานยืนยันอันก่อให้เกิดความคลางแคลงใจแก่ผู้ได้ยินตลอดมา ซึ่งก็มีข้าพเจ้ารวมอยู่ด้วย เหตุดังกล่าวข้างต้น ข้าพเจ้าเองไม่ประสงค์จะให้เกิดเป็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ข้าพเจ้าได้พบได้เห็นในขณะที่ข้าพเจ้ามีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ทุกประการข้าพเจ้าไม่มีอาการเจ็บป่วยใดๆ หรือไม่ได้มีความคิดหมกมุ่นอยู่กับความคิดหนึ่งความคิดใดอย่างแน่นอน


                    วันนั้น เป็นวันเสาร์ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน ๒๕๒๖ หลังวันทอดกฐิน ๒ อาทิตย์ คุณหญิง (คุณหญิงอุไรวรรณ หงส์ประภาส) ได้ถวายอาหารพระพร้อมกับผู้ที่มาช่วยงานวันทอดกฐิน ณ วัดพระธรรมกาย ข้าพเจ้าได้ไปร่วมงานด้วยในวันนั้น แอ๊ว ได้พาหลานและเพื่อนชาว BANKไปกราบหลวงพ่อและชมวัด บังเอิญในวันนั้นได้มีพิธีแจกประกาศนียบัตรแก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่มารับการอบรม ณ ศาลาจาตุมหาราชิกา ข้าพเจ้าก็ไปที่ศาลาเพื่อร่วมพิธีด้วย ระหว่างที่หลวงพ่อกำลังแจกประกาศนียบัตรอยู่นั้น ข้าพเจ้าก็มีความคิดว่าควรจะพาเพื่อนๆ ไปกราบพระที่โบสถ์ก่อนแล้วค่อยย้อนมากราบหลวงพ่อเมื่อท่านแจกประกาศนียบัตรเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้ชักชวนกันไปโบสถ์ภายในโบสถ์เต็มไปด้วยบรรยากาศที่เย็นสงบประกอบกับความงามของพระประธานทำให้ความเย็นจากภายนอกนี้แผ่ซ่านไปถึงภายในใจทำให้เกิดความสุขสงบเงียบๆ ขึ้น

 

                    ข้าพเจ้าก้มลงกราบพระประธาน และได้อธิษฐานขอให้ท่านได้มาโปรดเพื่อเป็นกำลังใจแก่ข้าพเจ้าในการสร้างบารมี ซึ่งในขณะนั้นข้าพเจ้ามิได้มีความหวังกับคำอธิษฐานแต่อย่างใด เพราะข้าพเจ้าได้เคยมากราบพระประธานนับครั้งไม่ถ้วนนับตั้งแต่เข้าวัดมาประมาณ ๑ ปี ก็มิเคยปรากฏสิ่งผิดปกติดังที่ผู้อื่นเห็นอยู่เนืองๆ แต่ในครั้งนี้เมื่อข้าพเจ้าเงยหน้าขึ้นมองไปยังพระประธาน ข้าพเจ้า ต้องตกตะลึงตาค้างตัวชาไปหมด “นั่นอะไรกันนั่น” ข้าพเจ้าเห็นรูปขาวใสมีรูปลักษณะเหมือนพระประธานทุกอย่างมีขนาดต่างๆ กันมากมายนับไม่ถ้วนอยู่บนผนังโบสถ์ “เอ๊ะ! ข้าพเจ้าสายตาฝาดไปหรือเปล่านะ" ราวกับท่านจะล่วงรู้ถึงความคิดของข้าพเจ้า ภาพเหล่านั้นได้เริ่มเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็วราวกับมีชีวิตสลับไปมาเหมือนกับจะล้อข้าพเจ้าเล่นข้าพเจ้าเพ่งมองให้แน่ใจยิ่งขึ้น กระพริบตาแล้วก็หลับตาเพื่อให้แน่ใจว่าตาของข้าพเจ้ามิได้หลอกตัวเองหรือมิได้เกิดอุปทานคิดไปเอง เมื่อลืมตาขึ้นภาพเหล่านั้นก็ยังปรากฏอยู่ ข้าพเจ้ากวาดสายตาไปรอบๆ ผนังโบสถ์หลังองค์พระเริ่มจากด้านซ้ายขององค์ท่านไปเรื่อยๆ จนไปถึงด้านขวาขององค์ท่านฉับพลันทันใด มีภาพพระประธานอีกภาพหนึ่งผุดเด่นขึ้นมาอย่างชัดเจนเด่นกว่าทุกๆ ภาพ ข้าพเจ้าฝันไปหรือเปล่านี่ ดวงตาของพระประธานองค์นั้นที่กำลังหลับอยู่ค่อยๆ เผย เปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆและนุ่มนวล เมื่อลืมตาเต็มที่แล้ว ข้าพเจ้าได้เห็นดวงตาอย่างชัดเจน ลักษณะกลมป๊อกเป็นตาสองชั้นลูกนัยน์ตากลอกไปมาอย่างมีชีวิต สวยงามมาก สายตาที่ทอดมองมายังข้าพเจ้าช่างอ่อนโยนและเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตายิ่งนัก ข้าพเจ้าชื่นชมและปีติกับภาพนี้อยู่นานพอสมควรจนเพื่อนๆ เอ่ยชวน
กลับก็เลยจ๋าต้องกราบลาท่าน


                    ข้าพเจ้านึกขึ้นได้ในภายหลังว่า ดวงตานี้ช่างเหมือนกับดวงตาของหลวงพ่อราวกับดวงเดียวกันภายหลังจากที่กลับออกมาจากโบสถ์แล้วก็ครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ตลอดเวลา ภาพที่เห็นจริงหรือเป็นเงาหรือว่าเราอุปทานไปเอง ข้าพเจ้าก็เริ่มพินิจพิจารณาตามลำดับถึงสภาวะสิ่งแวดล้อมและภาพในขณะนั้นกล่าวคือ ภาพที่เห็น ได้เห็นส่วนประกอบของภาพอย่างละเอียดละออเหมือนกับภาพนั้นได้มาวางอยู่ตรงหน้าอย่างใกล้ชิดแค่ฝ่ามือ ทั้งๆ ที่ข้าพเจ้าเองอยู่ในระยะห่างกันมากจากผนังโบสถ์เพราะข้าพเจ้านั่งอยู่ตรงกลางโบสถ์ เช่นได้เห็นรอยหยักของพระศกที่เป็นรูปก้นหอย ตา จมูก ปาก รอยขีดตรงเปลือกตาที่เป็นสองชั้น รอยม้วนของจีวร รัดประคตมือที่ประสานกันบนตัก เท้าที่นั่งทับกันในท่านั่งขัดสมาธิ ลำแขนลำตัวที่กลมกลึงลักษณะนุ่มๆสีของภาพเป็นสีขาวใส ถ้าเป็นเงาเราจะเห็นรายละเอียดของภาพได้อย่างไร และสีของเงาจะต้องเป็นสีเทาทีบ ไม่ใช่สีขาวอย่างที่เห็น


                    จากสภาวะสิ่งแวดล้อมในขณะนั้น ถ้าภาพเหล่านั้นจะเกิดจากแสงสะท้อนจากที่ใดๆ หรือมีกระจกเงาสะท้อนอยู่ในบริเวณรอบๆ โบสถ์นั้นแต่ทว่าในขณะนั้นนอกจากคณะของข้าพเจ้าแล้วไม่มีใครอยู่ในบริเวณนั้นอีกเลย ตามผนังโบสถ์ไม่มีสิ่งแปลกปลอมที่จะซ่อนอยู่ได้เพราะเป็นผนังทึบไปหมดและหากเป็นเงาสะท้อนก็จะเกิดเฉพาะด้านที่พระประธานบังแสงอยู่เท่านั้น มิใช่ปรากฏรอบองค์ท่านเต็มผนังไปหมด และยังเคลื่อนไหวไปมาได้อีก เหนือสิ่งอื่นใดภาพนี้ยังลืมตาได้ คงไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนใดในโลกนี้ที่จะสร้างเงาให้มีส่วนละเอียดของภาพเหมือนของจริง ตาที่ลืมได้และเคลื่อนไหวได้ นอกจากอำนาจแห่งพุทธานุภาพที่ข้าพเจ้าได้ประจักษ์แล้วด้วยตนเองในโบสถ์วัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นวัดที่ได้สืบทอดและประกาศพระสัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างแน่วแน่มั่นคงประหนึ่งขุนเขาใหญ่ตั้งลงแล้วในพื้นปฐพีฉะนั้น โดยมีหลวงพ่อธัมมะชโยอุทิศกำลังกาย กำลังใจทั้งหมดทั้งมวลที่มีอยู่เพื่อยังสัตว์โลกทั้งปวงให้หลุดพ้นจากกองทุกข์ เป็นผู้นำบุญอยู่ ณ บุญสถานแห่งนี้


วีรนุช วิไลดารกา, บช.บ., น.บ.
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0012339313824972 Mins