เลือกตั้งครั้งแรก
บทความนี้ เป็นความจำในอดีต ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองใดๆทั้งสิ้น การใช้สิทธิ์เป็นเอกสิทธิเฉพาะบุคคล บรรยากาศช่วงนี้ได้ยินเสียงรถวิ่งประชาสัมพันธ์หาเสียงของผู้สมัคร สส. ดังเข้าหู ไปไหนป้ายหาเสียงก็เข้าตา ผู้เขียนคนยุค 60 เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก ต้องอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ บรรลุนิติภาวะก่อน นี่ก็ 42 ปีแล้วนะ
ครั้งแรกที่ได้สิทธิ์เลือกตั้ง ยังเป็นผู้ที่ใหม่ในรัฐธรรมนูญการปกครองอยู่ จึงไปถามพ่อว่า สส.เลือกใครดี พ่อตอบว่า ให้เลือกคนที่ทำธุรกิจแล้วเจริญรุ่งเรือง มีครอบครัวที่ดี ลูกหลานสามัคคี คนที่ทำธุรกิจของตัวเองไม่สำเร็จ จะบริหารประเทศให้สำเร็จให้เจริญได้อย่างไร ?
และท่านก็เล่าประสบการณ์ให้ฟัง ผู้แทนราษฎรที่มีแต่อุดมการณ์ เวลาหาเสียงเหมือนจะพูดแต่เรื่องดีๆของตนเอง เสียงของประชาชนเป็นใหญ่รับปากว่าจะช่วยเหลือประชาชนทุกอย่าง.
แต่พอได้เป็นสส. เป็นรัฐบาลไปขอความช่วยเหลืออะไรไม่ได้เลย หาตัวยาก เข้สไม่ถึง มักจะอ้างนู่นอ้างนี่ อ้างระเบียบ อ้างกฎหมาย อ้างมติพรรค อ้างสารพัดอ้าง สุดท้ายช่วยอะไรไม่ได้
ต่างจาก สส.ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจ เมื่อได้รับเลือกตั้งเข้ามาแล้ว เวลาไปขอความช่วยเหลืออะไรจะได้รับการต้อนรับและช่วยเหลือเป็นอย่างดี แม้หลายอย่างจะไม่สามารถทำได้ อย่างน้อยก็ได้ความเห็นอกเห็นใจ เป็นกำลังใจกลับมา
วิเคราะห์ตามหลักของท่าน การทำธุรกิจ ลูกค้า คือ ชีวิตของนักธุรกิจ เมื่อมาเป็น สส.เขาย่อมใช้วิธีเดียวกัน คะแนนเสียงของประชาชน คือ ชีวิตของ สส.
สส. ไม่มีเสียงประชาชนก็ไม่ได้เป็น สส. พ่อค้าทำธุรกิจไม่มีลูกค้า ธุรกิจก็ไม่เจริญ.
คิดแล้วก็ยังทึ่งอึ้งกับความคิดเห็นของท่านที่แนะนำ แม้ท่านจะจบ ป.4 นี่คำแนะนำระดับปัญญาชนเลยนะ คำตอบของท่านนี้ช่างเป็น อกาลิโก ไม่จำกัดด้วยกาลเวลาจริงๆ.
สวัสดี/เจริญพร
มนวีโร ภิกฺขุ
4 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2569
#ธรรมะริมทางไปที่สุดแห่งธรรม