เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว

วันที่ 11 กย. พ.ศ.2558

 

เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว


            เราคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว ” ซึ่งหมายความถึง สิ่งที่เกิดขึ้นจากจุดเล็กๆแต่กลับส่งผลสะเทือนกว้าง จนก่อให้เกิดเหตุการณ์สำคัญหรือเรื่องราวใหญ่โตที่คาดไม่ถึง ซึ่งคำกล่าวนี้มักจะถูกใช้ในเชิงลบ เพื่อแสดงถึงผลกระทบที่ชีวิตและสรรพสิ่งมีต่อกัน แต่เรื่องราวที่นำมาฝากครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์เชิงบวกที่มีพลานุภาพน่าอัศจรรย์
            ดังเรื่องราวขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นบรมศาสดาเอกของโลก จุดเริ่มต้นของการบังเกิดขึ้นของพระองค์มาจากการที่ชายหนุ่มธรรมดาสามัญผู้หนึ่งได้เปลี่ยนมุมมอง ที่มีต่อโลกและชีวิต ครั้งนั้น พระองค์เสวยพระชาติเป็นมานพหนุ่ม ท่านพามารดาเดินทางไปค้าขายทางทะเลยโดยเรือสำเภาแต่แล้ววันหนึ่งได้เกิดพายุหนักจนเรืออัปปาง มานพหนุ่มจึงแบกมารดาไว้บนหลัง ว่ายน้ำอยู่กลางมหาสมุทรตลอด 7 วัน 7 คืน ท่ามกลางคลื่นลมที่โหมกระหน่ำ ความหนาวเหน็บทรมาน ความยากเข็ญทำให้ท่านได้ตระหนักว่า ชีวิตในสังสารวัฏ คือการแหวกว่ายในมหาสมุทรแห่งความทุกข์ ท่านจึงตั้งความปราถนาที่จะเป็นผู้ค้นทางพ้นทุกข์และหากค้นพบแล้วก็จะนำพาสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์ด้วย ด้วยแรงบันดาลใจนั้นท่านสามารถรวบรวมกำลังว่ายน้ำเข้าหาฝั่ง รักษาชีวิตของท่านและมารดาไว้ได้ และนับจากนั้นท่านได้สร้างบารมีต่อเนื่องมาทุกภพทุกชาติ เป็นเวลานานหลายอสงไขยกัป จึงได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


ตั้งแต่พุทธกาลนับเนื่องมาจนถึงปัจจุบันคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้สร้างคุณูปการต่อชาวโลกมากมาย การบังเกิดขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงนับเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่สะเทือนโลกทีเดียว ซึ่งเมื่อมองย้อนกลับไป เหตุการณ์นี้มีจุดเริ่มต้นจากการที่มานพหนุ่มเห็นถึงความทุกข์ จึงคิดที่จะหลุดพ้นจากความทุกข์นั่นเองจากหนึ่งความทุกข์ของหนึ่งชีวิตได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลายอย่างมหาศาล
เหตุการณ์พลิกชีวิตของพระเจ้าอโศกมหาราชก็เช่นกัน แต่เดิมนั้นพระองค์ได้ชื่อว่าเป็นพระราชาผู้กระหายสงครามเพราะพระองค์ต้องรบทัพจับศึกทั้งภายในและภายนอกประเทศกว่าจะได้ขึ้นครองราชย์ แม้ครองราชย์แล้วพระองค์ก็ยังขยายอำนาจ ยกทัพไปตีแว่นแคว้นต่างๆ จนราบคาบ ได้รับชัยชนะท่ามกลางซากศพ เลือดเนื้อและชีวิตสุดจะนับประมาณ
วันหนึ่งขณะที่พระองค์ได้มองผ่านหน้าต่างพระราชวังออกไปเห็นสามเณรรูปหนึ่งคือ สามเณรนิโครธ ซึ่งมีอายุเพียง  7 ปี กำลังบิณฑบาตด้วยอาการสงบน่าเลื่อมใสยิ่งนัก พระองค์จึงบังเกิดความสนใจในพระพุทธศาสนา กระทั่งได้ทรงศึกษาธรรมะอย่างลึกซึ้ง จึงทรงตั้งปณิธานว่า พระองค์จะวางดาบเลิกการสู้รบเข่นฆ่าหันมาทำบุญบำรุงพระพุทธศาสนา และเผยแผ่ให้กว้างไกลไปทั่วโลก ซึ่งพระองค์ก็ได้มุ่งมั่นทุ่มเท ทำในสิ่งที่ได้ตั้งปณิธานไว้ทุกประการ พระพุทธศาสนาจึงได้เจริญแผ่ไพศาลทั่วทั้งประเทศอินเดียจากนั้นพระองค์ได้ส่งสมณทูต ไปเผยแผ่ธรรมะในดินแดนต่างๆ โดยแบ่งเป็นเก้าสาย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ การส่งพระโสณะและพระอุตตระมาเผยแผ่พระพุทธศาสนา ยังดินแดนสุวรรณภูมิทำให้พระพุทธศาสนาได้ปักหลักลงในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียงอย่างมั่นคงยาวนานกว่า 2,000 ปีจนถึงปัจจุบัน


จะเห็นได้ว่าความสงบสำรวมขณะเดินบิณฑบาตของสามเณรนิโครธ ได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปอย่างน่าอัศจรรย์เป็นคลื่นแห่งความสุขที่สามารถดลใจพระเจ้าอโศกมหาราชให้ชุ่มเย็น และจวบจนถึงปัจจุบัน คลื่นแห่งความสุขนั้นก็ยังไม่เคยขาดสาย เราทุกคนก็ล้วนสามารถเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาวได้ไม่ว่าจะเป็นในด้านบวก หรือด้านลบก็ตาม แต่ในเมื่อเราเกิดมาเพื่อสร้างความดี เราต้องไม่ประมาทในทุกที่ ทุกเวลาอีกทั้งต้องตระหนักด้วยว่า เรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นได้เสมอ ในทุกจังหวะของชีวิต
ดังเรื่องหนึ่งที่ย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2543 วันหนึ่งอาตมภาพเดินผ่านชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ ได้พบน้องคนหนึ่งซึ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขามาเป็นเจ้าหน้าที่บัณฑิตแก้ว ช่วยงานวัดได้ปีหนึ่งแล้วถึงเวลาจะต้องกลับไปเริ่มต้นทำงานทางโลก เพราะขออนุญาติคุณพ่อคุณแม่ไว้เพียงปีเดียว แต่ใจของเขานั้นรักงานการสร้างบารมีเป็นอย่างมาก ครั้งนั้นอาตมภาพได้ลองถามเขาดูว่า ถ้าเขาไปช่วยงานวัดในสาขาต่างประเทศและเรียนต่อไปด้วยคุณพ่อคุณแม่จะว่าอย่างไร เขาก็กลับไปปรึกษาทางบ้านดู คุณพ่อคุณแม่เห็นว่าลูกมีความประพฤติดี ตั้งใจจริงที่จะทำงานพระศาสนา และศึกษาต่อ แต่ด้วยความเป็นห่วง ท่านจึงขอมาพบกับอาตมภาพก่อน เมื่อได้สนทนาซักถามจนเข้าใจในรูปแบบการเรียนและความเป็นอยู่ชัดเจนแล้ว ท่านก็อนุญาตให้ลูกทำตามความใฝ่ฝัน น้องคนนั้นจึงได้เดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศไต้หวัน จากนั้นก็ไปเรียนภาษาที่ประเทศอังกฤษ 6 เดือน จากนั้นก็ไปเรียนต่อที่สาธารณรัฐประชาชนจีนตอนนี้ก็ใกล้จะจบการศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาพุทธศาสตร์ศึกษาแล้ว ทั้งยังได้รับทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งตลอดการเรียนปริญญาเอกอีกด้วย เมื่อไปศึกษามหาวิทยาลัยปักกิ่ง ก็ได้ช่วยประสานงานทำให้เกิดโครงการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยปักกิ่งกับสถาบันธรรมชัย วัดพระธรรมกาย ในการแปลพระไตรปิฎกบาลีเป็นภาษาจีน ทำให้คนจีนกว่า 1,300 ล้านคนมีโอกาสเข้าถึงคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


จากจุดเล็กๆจุดเดียว คือเหตุบังเอิญที่อาตมภาพเดินผ่านไปทางชมรมพุทธฯ แล้วได้เอ่ยปากชวนแค่คำสองคำ แล้วน้องท่านนั้นเกิดความสนใจ มาถึงวันนี้เขากำลังจะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางพระพุทธศาสนา เพราะศึกษาทางด้านนี้ทั้งปริญญาโทและปริญญาเอก และต่อไปภายหน้าก็คงจะทำประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนาได้อีกมากและเป็นที่น่าดีใจว่ากรณีเช่นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงรายสองราย แต่มีผู้ที่สนใจไปเรียนต่อต่างประเทศพร้อมกับช่วยงานวัดในสาขาต่างประเทศไปด้วย นับเป็นร้อยๆท่านแล้วทั้งพระภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา
การทำหน้าที่ชักชวนคนให้เข้ามาสู่ทางธรรมจึงมีความสำคัญมาก เช่นถ้าเราได้ชวนใครมาบวชเป็นพระภิกษุ แล้วท่านเกิดศรัทธาบวชอยู่ต่อ เพื่อเป็นเนื้อนาบุญให้กับชาวโลก ก็ย่อมนำมาซึ่งความปลาบปลื้มปีติใจอย่างยิ่ง และถ้าหากพระภิกษุที่เราชวนท่านมาบวชนั้น มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะนำพระพุทธศาสนาไปปักหลักยังประเทศใดประเทศหนึ่งในโลกนี้เหมือนพระโสณะและพระอุตตระ ก็จะทำให้เพื่อนร่วมโลกของเราได้รับประโยชน์สุขจากธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เช่นที่เราเคยได้รับมา ดังนั้นการที่พวกเราจะเอ่ยปากชวนคนมาบวชโดยไม่หวั่นไหวกับการถูกปฏิเสธ จึงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยหากแต่เป็นภาระกิจสำคัญ ที่จะส่งผลสั่นสะเทือนเปลี่ยนแปลงโลกให้เฟื่องฟูด้วยศีลธรรม


พวกเราทุกคนจึงสามารถเด็ดดอกไม้ที่ส่งผลสะเทือนถึงดวงดาวได้ขอแต่เพียงให้การกระทำและคำพูดของเราออกมาจากใจที่ผ่องแผ้ว ใจที่ปราถนาดี เพราะสิ่งนี้อาจจะเปลี่ยนชีวิตผู้คนได้ทั้งชีวิต เปลี่ยนทั้งชาตินี้และชาติต่อๆไปอีกนับไม่ถ้วน

----------------------------------------------------------------------------------

หนังสือ " ทันโลกทันธรรม 4  "

พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ