ชาดก 500 ชาติ รวมนิทานชาดกพร้อมภาพประกอบ คติธรรม ข้อคิดสอนใจ

ชาดก 500 ชาติ : ชาดก 500ชาติรวมชาดก 500 ชาติพร้อมภาพประกอบ  ข้อคิดสอนใจ

ชาดก คือ เรื่องราวหรือชีวประวัติในอดีตชาติของพระโคตมพุทธเจ้า คือ สมัยที่พระองค์เป็นพระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีอยู่ พระองค์ทรงนำมาเล่าให้พระสงฆ์ฟังในโอกาสต่าง ๆ เพื่อแสดงหลักธรรมสุภาษิตที่พระองค์ทรงประสงค์ เรียกเรื่องในอดีตของพระองค์นี้ว่า ชาดก ชาดกเป็นเรื่องเล่าคล้ายนิทาน บางครั้งจึงเรียกว่า นิทานชาดก

ชาดก 500 ชาติ :: สัญชีวชาดก ว่าด้วย โทษที่ยกย่องอสัตบุรุษ

sunchewa-chadok-14-9-63r.jpg

สัญชีวชาดก ว่าด้วย โทษที่ยกย่องอสัตบุรุษ

               space1.gifพระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน ทรงปรารภการยกย่องอสัตบุรุษของพระเจ้าอชาตศัตรู ตรัสพระธรรมเทศนานี้ ..


space1.gif              ความว่า พระเจ้าอชาตศัตรูนั้นทรงเลื่อมใสในพระเทวทัตผู้ทุศีล มีบาปธรรม เป็นเสี้ยนหนามต่อพระพุทธองค์และพุทธสาวก ทรงยกย่องพระเทวทัตนั้น ผู้ไม่สงบระงับ เป็นอสัตบุรุษ ทรงพระดำริว่า จักทำสักการะแก่เธอ ดังนี้แล้ว ทรงบริจาคทรัพย์เป็นอันมาก ให้สร้างวิหารที่คยาสีสประเทศ ทรงเชื่อถ้อยคำของเธอ สำเร็จโทษพระราชบิดาผู้เป็นพระราชา ผู้ตั้งอยู่ในธรรม เป็นพระอริยสาวกชั้นพระโสดาบันเสีย ตัดรอนอุปนิสัยแห่งโสดาปัตติมรรคของพระองค์ ถึงความพินาศใหญ่หลวง.


space1.gif             ครั้นท้าวเธอทรงสดับว่า พระเทวทัตถูกแผ่นดินสูบ ก็สะดุ้งตกพระทัยว่า ตัวเราเล่า จักถูกแผ่นดินสูบบ้างไหมหนอ? ไม่ได้รับความสุขในราชสมบัติ ไม่ได้ประสบความยินดีบนพระแท่นบรรทม ทรงหวาดผวาอยู่เที่ยวไป เหมือนเปรตที่ถูกทรมานอย่างรุนแรง ท้าวเธอนึกเห็นเป็นเสมือนกำลังถูกแผ่นดินสูบ เหมือนเปลวเพลิงในอเวจีกำลังแลบออกมา และเหมือนพระองค์ถูกบังคับให้บรรทมหงาย เหนือแผ่นดินเหล็กที่ร้อน แล้วถูกแทงด้วยหลาวเหล็กฉะนั้น ด้วยเหตุนั้น ขึ้นชื่อว่า ความสงบพระทัยแม้ชั่วครู่จึงมิได้มีแก่พระองค์ผู้หวาดผวาเหมือนไก่ที่ถูกเชือด ท้าวเธอมีพระประสงค์จะเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีพระประสงค์จะให้พระพุทธองค์ทรงอดโทษ ทั้งมีพระประสงค์จะทูลถามปัญหา แต่เพราะพระองค์มีความผิดอย่างใหญ่หลวง จึงมิอาจที่จะเข้าเฝ้าได้.


space1.gif              ครั้งนั้นประจวบกับพระนครราชคฤห์ มีงานราตรีประจำเดือนกัตติกา ประชาชนพากันตกแต่งบ้านเมือง ประหนึ่งเทพนคร พระเจ้าอชาตศัตรูแวดล้อมไปด้วยหมู่อำมาตย์ ประทับนั่งเหนือพระราชอาสน์ทองคำ ในท้องพระโรงหลวง ทอดพระเนตรเห็นหมอชีวกโกมารภัจนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง ได้ทรงมีพระปริวิตกว่า เราจักชวนหมอชีวกไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่เราไม่อาจที่จะชวนไปตรงๆ ทีเดียวว่า ชีวกผู้สหาย เราไม่สามารถที่จะไปตามลำพังได้ มาเถิด เธอช่วยพาฉันไปเฝ้าพระศาสดาด้วยเถิด ดังนี้ ต้องพรรณาถึงความเพริศพริ้งงดงามแห่งยามราตรีแก่เขา ด้วยปริยายเป็นอันมาก แล้วจึงค่อยกล่าวว่า ..

 

              ไฉนเล่าหนอ วันนี้พวกเราน่าจะเข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์ที่เมื่อพวกเราเข้าไปหาท่าน จะพึงทำจิตใจให้ผ่องใสได้ ฟังคำนั้นแล้ว พวกอำมาตย์จักพากันพรรณนาคุณศาสดาทั้งหลายของตน ถึงหมอชีวกเล่า ก็คงจะกล่าวพรรณนาคุณแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อเป็นเช่นนั้น เราจักชวนเขาไปสู่สำนักพระศาสดา ดังนี้


space1.gif            ท้าวเธอจึงพรรณนาราตรีกาล ด้วยบททั้ง ๕ ดังนี้ :-
space1.gifชาวเราเอ๋ย คืนวันเพ็ญ เจิดจ้าแท้ หนอ
space1.gifชาวเราเอ๋ย คืนวันเพ็ญ งามจริง ยิ่งหนอ
space1.gifชาวเราเอ๋ย คืนวันเพ็ญ น่าทัศนา จริงหนอ
space1.gifชาวเราเอ๋ย คืนวันเพ็ญ แจ่มใส จริงหนอ
space1.gifชาวเราเอ๋ย คืนวันเพ็ญ น่ารื่นรมย์ แท้หนอ


space1.gif            วันนี้ใครเล่าหนอที่ชาวเราควรเข้าไปหา ท่านผู้ใดเล่าที่พวกเราเข้าไปหา จิตใจจะพึงเลื่อมใสได้ ครั้งนั้น อำมาตย์ผู้หนึ่งกล่าวถึงคุณของปูรณกัสสป คนหนึ่งกล่าวถึงคุณของมักขลิโคศาล คนหนึ่งกล่าวถึงคุณของอชิตเกสกัมพล คนหนึ่งกล่าวคุณปกุทธกัจจายนะ คนหนึ่งกล่าวคุณของสญชัยเวลัฏฐบุตร คนหนึ่งกล่าวคุณของนิครนถนาฏบุตร.


           space1.gifพระราชาทรงสดับคำของเขาเหล่านั้นแล้ว ได้ทรงดุษณีภาพด้วยว่า ท้าวเธอทรงปรารถนาถ้อยคำของมหาอำมาตย์ชีวกเท่านั้น ฝ่ายหมอชีวกดำริว่า เมื่อพระราชาตรัสกับเรานั่นแหละ เราจึงจักกราบทูล ดังนี้แล้ว ก็นั่งนิ่งอยู่ในที่ไม่ไกล.


space1.gif           ครั้งนั้น พระราชาจึงตรัสกะเขาว่า ดูก่อนสหายชีวก ท่านเล่าทำไมจึงนิ่งเสีย? ขณะนั้น ชีวกก็ลุกจากอาสนะ ประนมอัญชลีไปทางที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ กราบทูลว่า ขอเดชะ พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นพระอรหันต์ เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น กำลังเสด็จประทับอยู่ ณ สวนมะม่วงของข้าพระองค์ กับภิกษุสงฆ์ ๑๒๕๐ รูป ก็แลกิตติศัพท์อันงามอย่างนี้ เฉพาะพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ระบือไปแล้ว พลางประกาศปาฏิหาริย์เก้าร้อยประการ อานุภาพของพระผู้มีพระภาคเจ้า มีบุรพนิมิตตั้งแต่ประสูติเป็นต้นเป็นประเภท แล้วกราบทูลว่า ขอเชิญพระองค์ผู้สมมติเทพ เสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ทรงสดับธรรม ตรัสถามปัญหาเถิด พระเจ้าข้า.


space1.gif           พระราชาทรงมีพระมโนรถเต็มเปี่ยม ตรัสว่า สหายชีวก ถ้าเช่นนั้น เธอจงสั่งให้จัดแจงช้างเถิด ครั้นรับสั่งให้จัดเตรียมยานพาหนะแล้ว เสด็จดำเนินไปสู่ชีวกัมพวัน ด้วยราชานุภาพอันใหญ่หลวง ทอดพระเนตรเห็นพระตถาคตเจ้าแวดล้อมด้วยหมู่ภิกษุในโรงโถง ณ ชีวกัมพวันนั้น ทรงชำเลืองดูหมู่ภิกษุผู้ปราศจากการเคลื่อนไหว ประหนึ่งเรือใหญ่ในท่ามกลางทะเลยามมีคลื่นลมสงบแล้ว ฉะนั้น โดยถ้วนทั่ว ทรงเลื่อมใสในอิริยาบถนั้นแล ด้วยทรงพระดำริว่า บริษัทเห็นปานดังนี้ เราไม่เคยเห็นเลย พลางประคองอัญชลีแด่พระสงฆ์ ตรัสชมเชย ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วกราบทูลถามปัญหาในสามัญญผล.


space1.gif            ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงสามัญญผลสูตร ประดับด้วยภาณวาร ๒ ภาณวารแก่ท้าวเธอ ในเวลาจบพระสูตร ท้าวเธอดีพระทัย ทูลขอให้พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอดโทษ เสด็จลุกจากอาสนะ ทรงกระทำประทักษิณ แล้วเสด็จหลีกไป.


            space1.gifเมื่อพระราชาเสด็จไปแล้วไม่นาน พระศาสดาตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมา ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พระราชาองค์นี้ถูกขุดเสียแล้ว ถูกโค่นเสียแล้ว ถ้าท้าวเธอจักไม่ปลงพระชนม์พระราชบิดาผู้ประกอบด้วยธรรม เป็นราชาโดยธรรมเสีย เพราะมุ่งความเป็นใหญ่ไซร้ ธรรมจักษุอันปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน จักบังเกิดในขณะประทับนั่งนี้ทีเดียว แต่ท้าวเธออาศัยพระเทวทัต ทำการยกย่องอสัตบุรุษ จึงเสื่อมเสียจากโสดาปัตติผล


space1.gif           ในวันรุ่งขึ้น ภิกษุทั้งหลายยกเรื่องขึ้นสนทนากันในธรรมสภาว่า ผู้มีอายุทั้งหลาย ได้ยินว่า พระเจ้าอชาตศัตรูเสื่อมเสียจากโสดาปัตติผล เพราะทำการยกย่องอสัตบุรุษ อาศัยพระเทวทัตผู้ทุศีล มีบาปธรรม ทรงกระทำปิตุฆาตกรรม เป็นพระราชาที่พระเทวทัตให้ฉิบหายแล้ว


space1.gif          พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอนั่งประชุมสนทนากันด้วยเรื่องอะไร ..


space1.gif           เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่อชาตศัตรูทำการยกย่องอสัตบุรุษ ถึงความพินาศอย่างใหญ่หลวง แม้ในกาลก่อน เธอก็ทำลายตนเสียด้วยการยกย่องอสัตบุรุษเหมือนกัน.


space1.gif           ทรงนำเรื่องราวในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-


space1.gif           ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในสกุลพราหมณ์ มีสมบัติมาก เจริญวัยแล้วไปสู่เมืองตักกสิลา เรียนสรรพศิลปวิทยา เป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ในพระนครพาราณสี บอกศิลปะแก่มาณพ ๕๐๐ คน ในมาณพเหล่านั้น มีมาณพคนหนึ่งชื่อ "สัญชีวะ" พระโพธิสัตว์ได้ให้มนต์ทำคนตายให้ฟื้นแก่เขา เขาเรียนแต่มนต์ทำคนตายให้ฟื้นอย่างเดียว ไม่ได้เรียนมนต์สำหรับป้องกัน.


space1.gif           วันหนึ่งไปป่าหาฟืนกับพวกเพื่อน เห็นเสือตายตัวหนึ่ง ก็พูดกะพวกมาณพว่า ท่านผู้เจริญทั้งหลาย เราจักทำเสือตายตัวนี้ให้ฟื้นขึ้น มาณ พทั้งหลายกล่าวแย้งว่า ท่านจักไม่สามารถดอก. เขากล่าวว่า เราจักทำให้มันฟื้นขึ้น ให้พวกท่านเห็นกันทุกคนทีเดียว. พวกมาณพเหล่านั้นจึงกล่าวว่า ถ้าท่านสามารถก็จงปลุกให้มันตื่นขึ้นเถิด.


space1.gif            ครั้นกล่าวแล้วต่างรีบปีนขึ้นต้นไม้ สัญชีวมาณพร่ายมนต์แล้วขว้างเสือตายด้วยก้อนกรวด เสือลุกขึ้นโดดกัดสัญชีวมาณพที่ก้านคอทำให้สิ้นชีวิต ล้มลงตรงนั้นเอง ทั้งคู่นอนตายอยู่ในที่เดียวกัน พวกมาณพพากันขนฟืนไปแล้ว แจ้งความเป็นไปนั้นแก่อาจารย์.


space1.gif           อาจารย์จึงเรียกมาณพทั้งหลายมากล่าวว่า พ่อคุณทั้งหลาย ขึ้นชื่อว่า ผู้ที่ยกย่องอสัตบุรุษ กระทำสักการะและสัมมานะ ในที่อันไม่สมควร ย่อมกลับได้รับทุกข์เห็นปานนี้ทั้งนั้น แล้วกล่าวคาถานี้ ความว่า :-


space1.gif            "ผู้ใดยกย่อง และคบหาอสัตบุรุษ อสัตบุรุษย่อมทำผู้นั้นแหละให้เป็นเหยื่อ เหมือนพยัคฆ์ที่สัญชีวมาณพชุบขึ้น ย่อมทำเขานั่นแลให้เป็นเหยื่อ ฉะนั้น" ดังนี้.

space1.gif            ผู้ทุศีลมีบาปธรรม ประกอบด้วยทุจริตทั้ง ๓ ประการ.


           space1.gifบรรดาชนมีกษัตริย์เป็นต้น ผู้ใดผู้หนึ่งยกย่อง คือทำสักการะสัมมานะ อสัตบุรุษผู้ทุศีลเห็นปานนี้ ที่เป็นบรรพชิต ด้วยการถวายปัจจัยมีจีวรเป็นต้น ที่เป็นคฤหัสถ์ด้วยการให้ครอบครองตำแหน่ง อุปราชและเสนาบดี เป็นต้น.


           space1.gif อนึ่งเล่าผู้ใดย่อมเข้าไปซ่องเสพ คบหา สนิทสนม อสัตบุรุษผู้ทุศีล เห็นปานนี้.


          space1.gif บุคคลชั่วผู้ทุศีลนั้น ย่อมกัดผู้นั้น คือผู้ที่ยกย่องอสัตบุรุษนั้นแลกินเสีย ได้แก่ทำผู้นั้นให้ถึงความพินาศ.  เช่นไรเล่า?


space1.gif            เหมือนพยัคฆ์ที่คืนชีพ เพราะมาณพชุบขึ้น อธิบายว่า ..


space1.gif           พยัคฆ์ที่ตายคืนชีพได้ โดยที่สัญชีวมาณพ ร่ายมนต์ยกย่องด้วยการมอบชีวิตให้ กลับปลงชีพสัญชีวมาณพผู้ให้ชีวิตแก่มัน ให้ล้มลงตรงนั้นเอง ฉันใด แม้ผู้อื่นก็ฉันนั้น ผู้ใดทำการยกย่องอสัตบุรุษ อสัตบุรุษทุศีลนั้น ย่อมทำลายล้างผู้ที่ยกย่องตนนั้นเสียทีเดียว พวกชนที่ยกย่องอสัตบุรุษ ย่อมพากันถึงความพินาศ ด้วยประการฉะนี้.

          space1.gifพระโพธิสัตว์แสดงธรรมแก่มาณพทั้งหลายด้วยคาถานี้ กระทำบุญมีให้ทานเป็นต้น แล้วก็ไปตามยถากรรม.


           space1.gifพระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า ..
space1.gif           มาณพผู้ทำเสือตายให้ฟื้นในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระเจ้าอชาตศัตรูในบัดนี้
space1.gif           ส่วนอาจารย์ทิศาปาโมกข์ได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร

* * ชาดก 500 ชาติ แนะนำ * *