อนุสาสิกชาดก ว่าด้วย ดีแต่สอนผู้อื่น
ณ พระเชตวันมหาวิหาร อันเงียบสงบแสงเช้าอ่อน ๆ ลอดผ่านยอดไม้ลงมาพระภิกษุณีรูปหนึ่งนั่งนิ่งอยู่ข้างกำแพงวัดใบหน้าเรียบเฉย แต่สายตาเจ้ากรรมแอบมองออกไปทางเมืองอยู่เรื่อย
เธอเป็นหญิงสาวจากตระกูลดีในสาวัตถีเมื่อบวชเข้ามาในพระธรรมวินัย ทุกคนคิดว่าเธอจะตั้งใจปฏิบัติอย่างแน่วแน่แต่เปล่าเลย… หัวใจของเธอกลับติดอยู่กับอย่างอื่นอาหารบิณฑบาตที่หอมหวานและล่อตาล่อใจในบางย่านของเมือง
ทุกเช้า เธอมักแอบไปในมุมที่คนอื่นไม่ค่อยรู้ ที่นั่นผู้คนใจดีและชอบใส่บาตรของดีจนแทบล้นภาชนะ พอได้ลิ้มรสความอร่อยเธอก็ติดเสียจนถอนตัวไม่ขึ้น

ไม่นาน เธอก็เริ่มระแวงว่า“ถ้าเพื่อนภิกษุณีรู้เข้าว่าที่ตรงนี้มีอาหารอร่อย… เราจะอดแน่!” ด้วยความหวง เธอเริ่มปิดบังสถานที่ลับของตัวเอง

วันหนึ่ง เธอเดินไปหาเพื่อนภิกษุณีหลายรูปสีหน้าจริงจังจนทุกคนหยุดฟัง “อย่าไปแถวนั้นเด็ดขาดนะตรงหัวมุมบ้านใหญ่มีช้างดุ ม้าดุ หมาดุออกเดินเพ่นพ่านอันตรายมาก ใครไปก็เสี่ยงจะโดนกัดโดนเหยียบ!” น้ำเสียงเธอหนักแน่นจนไม่มีใครกล้าแม้แต่จะคิดเถียงตั้งแต่นั้นมา ภิกษุณีทั้งหลายก็เลิกเฉียดไปใกล้พื้นที่นั้นโดยสิ้นเชิงส่วนเธอ… ก็ยิ้มมุมปาก ก่อนเดินไปกินของดีแบบสบายใจทุกวัน

วันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังเร่งฝีเท้าเข้าไปยังเรือนหลังหนึ่งจู่ ๆ แพะดุ ตัวเขื่องก็พุ่งสวนออกมาอย่างกับนักมวยเสียง “ปั๊ก!” ดังสนั่นร่างเธอปลิวล้มลงขาของเธอถูกชนจนกระดูกบิดผิดรูปทันที
ชาวบ้านรีบเข้ามาอุ้มประคองพันไม้ดามขา แล้วหามเธอกลับวัดพอเพื่อนภิกษุณีเห็น… ไม่ใช่สงสารก่อนนะเสียงหัวเราะหลุดออกมาพร้อมคำพูดแซะเบา ๆ “อ้าว… นี่สินะผลของการสอนคนอื่นแต่ตัวเองไม่ทำตามห้ามคนอื่นไม่ให้ไป แต่สุดท้ายนี่ใครโดนแพะชนก่อน?” ข่าวแพะดุชนภิกษุณีแพร่ไปทั่ว จนถึงหูพระพุทธเจ้าพระองค์ทรงรับฟังแล้วตรัสว่า เรื่องแบบนี้… ไม่ใช่ครั้งแรกในชีวิตของนาง แล้วพระองค์ก็นำเรื่องราวจากอดีตชาติมาเล่า

วันหนึ่ง นางนกตัวนี้ไปพบเส้นทางใหญ่กลางป่าบนพื้นมีเมล็ดข้าวและถั่วหล่นขาวเต็มไปหมดนางจิกกินอย่างเอร็ดอร่อยจนตาลอยแต่กลัวว่าฝูงนกจะมาแย่งนางกินนางจึงบินกลับไปบอกเพื่อน ๆ ว่า “อย่าไปทางนั้นนะ!มียานรถใหญ่ เทียมด้วยโคดุ ๆ และสัตว์ประหลาดหลายชนิดใครไปไม่รอดกลับมาแน่!”

นกทั้งฝูงเชื่อหมดใจตั้งแต่นั้นก็ไม่มีนกตัวไหนไปใกล้เส้นทางนั้นเลยนอกจาก… ตัวนางผู้เดียวหลายวันผ่านไปนางบินกลับไปยังถนนใหญ่เหมือนเคยกำลังก้มจิกเมล็ดถั่วเพลิน ๆทันใดนั้น เสียงรถเกวียนดังมาจากไกล ๆ แต่เร็วขึ้นทุกวินาทีนางรีบหันไปมอง “ยังทัน ๆ เดี๋ยวค่อยบิน…”

แต่ไม่ทันจริง ๆล้อเกวียนบดร่างนางแยกเป็นสองเสี่ยงทันทีฝูงนกพากันค้นหาจนเจอร่างของนางแตกกระจายอยู่กลางถนนหัวหน้าฝูงถอนหายใจยาว ก่อนเอ่ยว่า “เธอสอนคนอื่นดีนักแต่สุดท้ายตัวเองกลับเป็นฝ่ายถูกล้อทับเสียเอง”
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า...
นางนกสาลิกาในครั้งนั้น ได้มาเป็นภิกษุณีอนุสาสิกาในครั้งนี้
ส่วนนกจ่าฝูง ได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.