ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

อานิสงส์แห่งปทุมบูชา

Dhamma for people
ธรรมะเพื่อประชาชน

TD%200515_01.jpg

  อานิสงส์แห่งปทุมบูชา

                   เวลาแห่งการทำใจหยุดใจนิ่งนั้น เป็นช่วงเวลาที่ปลอดจากภารกิจทั้งหลาย  เพราะเรากำลังมุ่งตรงต่อหนทางพระนิพพาน  กำลังดำเนินอยู่บนเส้นทางที่พระอริยเจ้าได้ดำเนินไปแล้ว  มนุษย์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้  ยังไม่รู้เลยว่า  เป้าหมายที่แท้จริงของชีวิตอยู่ที่ตรงนี้คือการแสวงหาพระนิพพาน  จึงทำให้เวียนวนอยู่ในกระแสแห่งความทุกข์  ทว่าหากใครก็ตามที่ได้ประพฤติตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ชีวิตของผู้นั้นก็จะประสบความสำเร็จ  ในเส้นทางที่พระอริยเจ้าทั้งหลายได้ประสบความสำเร็จ 

 

                     มีวาระแห่งภาษิตที่ปรากฏอยู่ในปทุมปุปผิยเถราปทานความว่า

ในกัปที่ ๙๒ แต่กัปนี้ เราบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้ก็เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราได้บังเกิดเป็นพระเจ้าแผ่นดินจอมจักรพรรดิ ๑๘ ครั้ง ทรงพระนามเหมือนกันว่า ปทุมภาสะ ในกัปที่ ๑๘ ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ๔๘ ครั้ง 

 

                    พระอริยเจ้าทั้งหลายในกาลก่อน  ล้วนมีประวัติการสร้างบารมีที่แตกต่างกันออกไป  แต่ทุกๆ องค์ล้วนมีความประทับใจในผลแห่งบุญ ที่เกิดขึ้นจากการบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเช่นเดียวกัน  สำหรับในวันนี้หลวงพ่อจะได้นำคำกล่าวพระอรกันตเถรเจ้าองค์หนึ่ง ที่ท่านได้เปล่งอุทานออกมา ภายหลังจากที่ได้ย้อนไปดูประวัติการสร้างบารมีของตัวเอง  ก็พบว่าอานุภาพแห่งบุญที่ส่งผลให้ตังของท่านเอง เข้าถึงความสุขที่แท้จริงของชีวิตอย่างน่าอัศจรรย์  ได้เกิดจากผลแห่งการบูชาด้วยดอกปทุม  พระอรหันตเถระองค์นี้ท่านมีชื่อว่า พระปทุมปุปผิยเถระ  เรื่องราวการสร้างบุญของท่าน มีอยู่ว่า

 

                    *ในภพอดีต  ท่านเคยบำเพ็ญกุศลในสำนักของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ มาแล้ว ตามวาระโอกาสพอสมควร  แต่ในภพชาติที่ผ่านๆ มา บารมีในตัวยังไม่เต็มเปี่ยม ทำให้ไม่สามารถบรรลุธรรมได้  แต่ถึงกระนั้น  บุญก็ยังส่งผลให้ได้อุปนิสัยแห่งพระนิพพาน  ในใจลึกๆ ยังปรารถนาพระนิพพาน  จนมาถึงยุคที่ท่านทำความดีแล้วเกิดความประทับใจคือ  ในยุคแห่งพระภาคเจ้าผู้มีพระนามว่า ผุสสะ  เสด็จอุบัติขึ้นในโลก  พระเถระได้กลับมาเกิดในเมืองมนุษย์  ในเรือนของตระกูลที่มีฐานะปานกลางแห่งหนึ่ง  ซึ่งช่วงนั้นตรงกับที่พระบรมศาสดากำลังประกาศพระศาสนาพอดี

 

                ในยุคนั้น  แม้ว่าท่านได้ยินข่าวการบังเกิดขึ้นของพระผู้มีพระภาคเจ้า แต่ก็ไม่มีโอกาสได้เข้าไปฟังธรรมของพระองค์ท่าน เพราะในยุคนั้นการคมนาคมยากลำบาก  เส้นทางของแต่ละพระนครอยู่ห่างไกลกัน  ต้องใช้เวลาเดินทางเป็นเดือนๆ เสี่ยงกับภัยอันตรายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ร้าย  หรือโจรที่คอยปล้นชิงทรัพย์ก็มีมากมาย  แต่ก็ยังมีผู้มีบุญบางท่าน ที่ไม่ได้หวั่นเกรงอันตรายเหล่านี้เลย  เดินท่างรอนแรมเป็นเดือนๆ เพื่อที่จะไปเข้าเผ้าพระบรมศาสดา  ฟังธรรมจากพระองค์ท่าน

 

                 คนสมัยก่อน  มีใจรักที่จะหลุดพ้นอยู่มาก ถึงแม้ว่าเด็กน้อยนี้ยังไม่เติบใหญ่  และได้ยินข่าวการบังเกิดขึ้น ก็ยังไม่มีความสามารถพอที่จะดั้นด้นฝ่าฟันอันตรายทั้งหลาย  เพื่อไปเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ได้  เพียงคิดอยู่ในใจเท่านั้นว่า  สักวันหนึ่งเราคงมีโอกาสที่จะได้เข้าเฝ้าพระพุทธองค์สักครั้ง  รอคอยยาวนานทีเดียว  จนกระทั่งเติบโตเป็นหนุ่ม ก็ยังไม่มีโอกาสที่จะเดินทางไป  ในใจของเด็กหนุ่มยังคมคิดถึงเรื่องนี้อยู่เสมอ 

 

                   จนกระทั่งวันหนึ่ง  พระบรมศาสดาได้เสด็จผ่านไปทางนครที่กุลบุตรท่านนี้อาศัยอยู่  เป็นเวลาเดียวกันที่กุลบุตรนี้ได้ไปที่สระโบกขรณี  ซึ่งเป็นสระที่อุดมสมบูรณ์ด้วยดอกปทุมต่างๆ ซึ่งออกดอกบานสระพรั่งเต็มสระโบกขรณี พอไปถึงท่านก็ลงสู่สระ  เลือกหาฝักบัวและเหง้าบัวได้พอสมควรก็ขึ้นมานั่งพักอยู่ที่ใต้ต้นไม้

 

                   ขณะที่กำลังกินเหง้าบัวอยู่อย่างเอร็ดอร่อย  สายตาก็เหลือบไปเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งมีพระฉัพพรรณรังสีที่เปล่งออกจาพระวรกายของพระองค์  สว่างไสวรุ่งเรืองเหมือนพระอาทิตย์  งดงามไม่มีที่ติ  กำลังเสด็จผ่าน  ท่านเห็นเพียงแค่นี้้เท่านั้นก็มีใจเลื่อมใส  เกิดอัสจรรย์ในใจอยู่เพียงลำพังว่า  ใครหนอกำลังเดินมา  ผิวพรรณวรรณะงดงามผ่องใสเหลือเกิน  บุรุษผู้นี้ต้องไม่ใช่คนธรรมดาสามัญแน่ๆ  คิดอย่างนี้แล้วจึงนั่งพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ก็ฉุกใจขึ้นมาว่า  เราได้ยินข่าวการบังเกิดขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามายาวนาน  มหาสมณะนี้มีความวิเศษแตกต่างจากนักบวชอื่นๆ พระองค์คงเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างแน่นอน  พอคิดอย่างนี้ได้ก็คิดต่อไปว่า น่าเสียดายเหลือเกินที่เรามาพบพระองค์ในขณะที่เราไม่มีเครื่องไทยธรรม แต่คิดดูอีกที่ถ้าถัดจากวันนี้ไป ก็ไม่ทราบว่าพระองค์จะเสด็จไปที่ไหนต่อ เราไม่ควรปล่อยโอกาสให้ผ่านไป ควรหาอะไรเพื่อไปบูชาพระองค์

 

                   ด้วยความเลื่อมใสและดีใจอย่างมาก  จึงกระวีกระวาดเก็บดอกปทุมจากสระ  เลือกดอกที่สวยงามที่สุด  แม้อยากจะเข้าไปบูชาใกล้ ๆ แต่ก็ไม่ทัน  เพราะพระพุทธองค์ทรงพระดำเนินผ่านไปแล้ว จึงน้อมจิตลำรึกว่า "ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระบาทเลื่อมใสในพระองค์ แต่ไม่สามารถเข้าไปกราบใกล้ๆ ได้ ข้าพระองค์ขอบูชาพระองค์ด้วยดอกปทุมเหล่านี้ ของพระองค์โปรดรับบรรณาการอันน้อยนิดของคนยากด้วยเถิด"

 

                    อฐิษฐานจบก็โยนดอกบัวขึ้นไปในอากาศ ด้วยมุ่งหวังกระทำเป็นพุทธบูชา เหตุอัศจรรย์ก็พลันบังเกิดขึ้น ดอกบัวเหล่านั้นได้ลอยไปในอากาศ  แต่แทนที่จะตกลงสู่พื้น กลับลอยขึ้นไปในอากาศกั้นเป็นเพดานเหนือเศียรของพระบรมศาสดา  ท่านเห็นอย่างนั้นมหาปีติก็แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย มีใจเลื่อมใสอย่างยิ่ง จึงตัดสินใจออกบวชตามพระบรมศาสดา เมื่ออกบวชเป็นพระภิกษุแล้ว  ท่านก็มีวัตรปฏิบัติที่งดงาม ได้ตั้งใจบำเพ็ญสมณธรรมทุกๆ วัน จนกระทั่งหมดสิ้นอายุขัย

 

                    ในวันละจากโลก  เหตุการณ์ที่ท่านได้โยนดอกบัว บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาปรากฏเด่นชัดเป็นกรรมนิมิตก่อนตาย บุญก็ส่งผลให้ไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต เกิดในที่นั้นได้เสวยทิพยสมบัติจนสิ้นอายุขัยของชาวสวรรค์ จึงเกิดต่อไปในชั้นที่สูงขึ้นไปอีก เวียนวนอยู่บนสวรรค์ ๖ ชั้นฟ้าตามลำดับ  ท่องเที่ยวอยู่ใน ๒ ภพภูมิ คือในมนุษยโลกและเทวโลก  เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ก็สมบูรณ์ไปด้วยสมบัติในเมืองมนุษย์

 

                    จนมาถึงในพุทธกาลนี้  ท่านก็จุติจากสรรค์มาเกิดในเรือนที่มั่งคั่ง  พอเจริญวัยแล้ว  บุญเก่าในตัวก็ตักเตือนทำให้เกิดศรัทธาในพระศาสนา จึงออกบวชบำเพ็ญเพียรอยู่ไม่นานนัก ก็สามารถบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ ภายหลังที่ท่านได้ใช้ญาณอันบริสุทธิ์ ตรวจดูภพในอดีต เห็นการสร้างบุญของตัวท่านเองที่ได้กระทำไว้กับพระพุทธเจ้าพระนามว่า ผุสสะ จึงบังเกิดความปีติโสมนัส เปล่งอุทานว่า

 

                    "ผลแห่งบุญนี้น่าอัศจรรย์เหลือเกิน  เราได้ไปยังสระปทุมบริโภคเหง้าบัว ได้เห็นพระผุสสะสัมพุทธเจ้า  ผู้มีพระลักษณะอันประเสริฐทั้ง ๓๒ ประการ  เราไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้  จึงจับดอกปทุมโยนขึ้นไปในอากาศน้อมถวายเป็นพุทธบูชา  แล้วออกบวชเป็นบรรพชิต ครั้นบวชแล้ว  มีกายและใจอันสำรวมดีแล้ว  ละวจีทุจริต ชำระอาชีวะให้บริสุทธิ์ ตลอด ๙๒ กัปเราบูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใดด้วยบุญนั้น  เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๘ ครั้ง มีพระนามเหมือนกันว่า ปทุมภาสะ ในกัปที่ ๑๘ ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินถึง ๔๘ ครั้ง ในภพนี้เราเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยคุณวิเศษทั้งหลาย"

 

                    ดังที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่า  ดอกบัวที่อยู่ในมือของผู้ที่มีจิตเลื่อมใส มีใจมุ่งตรงต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมมีอานิสงส์ยิ่งใหญ่อย่างน่าอัศจรรย์  เมื่อเราน้อมจิตบูชาพระองค์ท่าน จะส่งผลให้เราได้มหาสมบัติทั้งสาม ทั้งที่เป็นมนุษย์สมบัติ ทิพยสมบัติและนิพพานสมบัติ ดังนั้นเมื่อเราทราบกันอย่างนี้แล้ว ก็ให้มีใจนอบน้อมบูชาต่อพระพุทธองค์  ทำให้ได้ทุกๆ วันให้ใจผูกพันกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตลอดเวลา แล้วถวายดอกไม้บูชาต่อหน้าพระเจดีย์ หรือพระพุทธปฏิมากรที่เป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธองค์ เราก็จะได้รับอานิสง์ใหญ่ติดตัวเราไปทุกภพทุกชาติ


พระธรรมเทศนาโดย : พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย)
* มก. เล่ม ๗๑ หน้า ๓๒๕

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -
 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล