ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

กินบุญเก่าย่อมเศร้าโศกในปรโลก

Dhamma for people
ธรรมะเพื่อประชาชน

TD%200625_04.jpg

 กินบุญเก่าย่อมเศร้าโศกในปรโลก

                    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน จูฬกัมมวิภังคสูตรว่า "ดูก่อนมาณพบุคคลบางคนในโลกนี้ จะเป็นสตรีหรือบุรุษก็ตาม ย่อมไม่เป็นผู้ให้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่อาศัย เครื่องตามประทีปแก่สมณหรือพรามห์ เขาตายไปจะเข้าถึงอบายทุคติวินิบาตนรกเพราะกรรมนั้นอันเขาให้พรั่งพร้อมสมาทานไว้อย่างนี้ หากตายไปไม่เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก แต่เมื่อเป็นมนุษย์เกิดณที่ใดๆ จะเป็นคนมีโภคะน้อย ดูก่อนมาณพนี้คือปฏิปทาเป็นไปเพื่อเป็นผู้มีโภคะน้อย"


                    ผู้ที่เกิดมาในโลกนี้จะเป็นผู้พรั่งพร้อมทั้งรูปสมบัติ คือมีร่างกายที่แข็งแรง ไม่เจ็บไม่ป่วย ไม่ไข้ อายุขัยก็ยืนยาว สมบูรณ์ไปด้วยทรัพย์สมบัติ ไม่ลำบากในการทำมาหากิน จะทำมาค้าขายก็ได้กำไรงดงาม มีคุณสมบัติสติปัญญาก็เฉลียวฉลาด แตกฉานในความรู้ของครูบาอาจารย์ แต่ครั้นมีกัลยาณมิตรชักชวนให้ทำบุญกุศลเพื่อเก็บเสบียง แล้วเตรียมพร้อมในการเดินทางไกลข้ามสังสารวัฏ จะได้รวย สวย ฉลาด สมปรารถนาไปทุกชาติ กลับปฏิเสธไม่ยอมทำ มีข้อแม้ข้ออ้างสารพัด มีมานะทิฏฐิว่า ความสุขและความสำเร็จที่ตัวเองหามาได้ทั้งหมดได้พบชาตินี้ ก็เพราะความรู้ความสามารถของตัว แล้วความขยันหมั่นเพียร ไม่เห็นต้องไปพึ่งพาอาศัยใครหรืออาศัยบุญที่ไหนมาช่วย อย่างนี้เขาเรียกว่ากินบุญเก่านะจ๊ะ

 

                    คนที่เกิดมากินบุญเก่า คือกำลังแสวงหาความสุข จากความเป็นผู้มีโชคในชาตินี้เพราะบุญเก่ายังให้ผล จึงมีความพรั่งพร้อมไปด้วยเบญจกามคุณทุกอย่าง บางทีก็คิดว่าแม้ไม่ทำบุญกุศลก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แค่นี้ก็ดีแล้ว แต่เมื่อไหร่ที่บุญหมด เมื่อนั้นแหละจะลำบาก บุญเมื่อใช้ไปโดยไม่ทำเพิ่มก็หมดได้ เมื่อไหร่ที่บุญเก่าหมด บุญใหม่ไม่ได้ทำเอาไว้ พอไปเกิดในปรโลก ความตระหนี่ซึ่งเป็นดวงบาปได้ห่อหุ้มธาตุธรรม เห็น จำ คิด รู้เอาไว้ ทำให้ไม่สามารถไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ได้ จะต้องไปเอาบาย ไปเป็นเปรตผู้หิวโหยในเปรตโลก ต้องรอคอยอาศัยบุญ จากหมู่ญาติอุทิศส่วนกุศลไปให้ จึงจะพอคลายความหิวกระหายหรือละจากอัตภาพเปรตนั้นไปได้

 

TD%200625_05.jpg

                    มีเรื่องเล่าว่า ในกรุงพาราณสี มีคหบดีท่านหนึ่งเป็นคนไม่มีศรัทธา ไม่มีความเลื่อมใส เป็นคนตระหนี่มาก ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ร่ำรวยมีทรัพย์สมบัติมากมาย แต่ก็ไม่เอื้อเฟื้อต่อผู้อื่นไม่บำเพ็ญบุญ เมื่อมีเพื่อนเศรษฐีด้วยกันที่เข้าวัด มาชักชวนให้ไปเข้าวัดฟังธรรมก็ไม่ไป หรือชักชวนให้ทำบุญตักบาตร แก่พระสงฆ์ที่มาบิณฑบาตหน้าบ้าน เศรษฐีก็ไม่ยอมทำเพราะเข้าใจผิดคิดว่า การถวายข้าวปลาอาหารแก่พระสงฆ์เหล่านี้ ก็ไม่เห็นว่าท่านจะช่วยเหลืออะไรตัวได้ จึงเอาแต่ทำมาหากินแสวงหาทรัพย์ แล้วก็นำทรัพย์ไปเก็บไว้ แสวงหาความสุข ความพอใจจากยอดตัวเลขสะสมทรัพย์ ที่เพิ่มขึ้นตามประสาคนมั่งมี นอกจากตัวเองจะไม่ทำบุญแล้วยังแนะนำลูกหลานไม่ให้ทำบุญอีกด้วย 

 

 

                    เมื่อไม่ได้ทำบุญอะไรเอาไว้ ขุมทรัพย์ที่ตนฝังเอาไว้มากมาย ก็เป็นขุมทรัพย์มรณะ คือทรัพย์ที่ตายเพราะไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์อะไรแก่ผู้เป็นเจ้าของ เพราะฉะนั้นเมื่อเศรษฐีละจากอัตภาพนั้นไปแล้ว ชีวิตหลังความตายก็ได้ไปบังเกิดเป็นเปรตในปรโลก ร่างกายของเปรตตนนี้ผอมบางปราศจากเนื้อเลือด มีเพียงกระดูกเส้นเอ็นและหนังหุ้มกระดูก ไร้เสื้อผ้าสวมใส่ มีความหิวกระหายอยู่ตลอดเวลา สมบัติที่เคยมีเคยได้เป็นเจ้าของ ในสมัยที่เป็นมนุษย์ก็ช่วยอะไรไม่ได้ เปรตนั้นจึงต้องเสวยทุกข์ในเปรตโลกเป็นเวลายาวนานทีเดียว ได้แต่รอคอยหมู่ญาติว่า เมื่อไหร่ญาติของตัวที่ส่วนกุศลมาให้เสียที

 

 

                    ค่ำคืนหนึ่งเปรตผู้เคยเป็นอดีตเศรษฐีเก่านี้ ได้โอกาสหลุดพ้นจากเปรตโลกและได้รู้ว่า ลูกสาวกำลังจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ก็รีบมาที่บ้าน แต่เนื่องจากทำบุญไม่ถูกเนื้อนาบุญ เพราะทำบุญกับนักบวชนอกศาสนา ทานนั้นจึงไม่ถึงคุณพ่อที่ล่วงลับไปแล้ว เมื่อเปรตเห็นว่าลูกๆ ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ จึงล่องลอยไปเรื่อยๆ เผื่อว่าจะมีใครเมตตา ทำบุญถูกเนื้อนาบุญแล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้บ้าง

 

 

TD%200625_01.jpg

                    บังเอิญว่าคืนนั้น นับว่าเป็นโชคดีของเปรต ที่ได้ลอยผ่านมาทางระเบียงพระตำหนัก ที่พระเจ้าอชาตศัตรูกำลังยืนดูท้องฟ้าอยู่พอดี เพราะคืนนั้นไม่สามารถบรรทมหลับได้เนื่องจากนึกถึงกรรมที่จะทำปิตุฆาตเอาไว้ จึงลุกขึ้นมาทอดพระเนตรดูดวงจันทร์ในยามรัตติกาลเพื่อหาความสบายใจ เมื่อมองไปเห็นเปรตเข้า จึงได้ตรัสถามถึงบุพกรรม ที่เปรตได้ทำเอาไว้ 

 

 

                    เปรตทูลบอกประวัติของตนว่า เมื่อก่อนข้าพระองค์เป็นคฤหบดีผู้มั่งคั่งอยู่ในกรุงพาราณสี แต่เป็นคนตระหนี่เหนียวแน่น ไม่เคยบริจาคทานให้ใครเลย มีใจติดยึดอยู่ในทรัพย์สมบัติอยู่ตลอด ไม่คิดถึงชาตินี้ชาติหน้ามัวประมาทกินบุญเก่าไปวันๆ ไม่ได้สร้างบุญใหม่ที่จะเป็นเสบียงในภพชาติหน้าเอาไว้เลย บัดนี้ข้าพระองค์ต้องมาเกิดในอัตภาพของเปรต ถูกความหิวเสียดแทงเพราะความตระหนี่อยู่ตลอดเวลา ข้าพเจ้าหวังว่า จะได้พ้นจากอัตภาพของเปรต จึงมารอรับส่วนบุญที่หมู่ญาติอุทิศให้ แต่ญาติเรานั้นไม่ได้ทำบุญกับพระสงฆ์ซึ่งเป็นเนื้อนาบุญ ทานนั้นจึงไม่สำเร็จแก่ข้าพเจ้า ตามปกติหมู่ญาติของข้าพเเจ้าก็ไม่ชอบการให้ทาน แล้วก็ไม่เชื่อว่าผลแห่งทานสามารถสำเร็จเป็นบุญที่จะส่งไปถึงปรโลกได้ 

 

 

                    พระเจ้าอชาติศัตรูตรัสถามว่า แล้วจะให้ช่วยอย่างไรได้บ้างล่ะ อดีตเศรษฐีก็ได้กราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชขอพระองค์ได้โปรดกรุณาถวายภัตตาหาร แด่พระภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขเถิด พระสงฆ์นี่แหละเป็นบุญเขตอันเยี่ยม เป็นประมุขของทายกผู้หวังบุญ ขอพระองค์จงทรงถวายไตรจีวร แล้วจงอุทิตส่วนกุศลนั้นแด่ข้าพระองค์ ขอให้ทานนั้นน่ะจงเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด ด้วยผลบุญจากการบำเพ็ญทานอย่างนี้ ข้าพระองค์จึงจะพ้นจากเปรตวิสัย 

 

 

TD%200625_02.jpg

                    พระราชาทรงอาศัยความกรุณาจึงรับปากว่าจะช่วย พอรุ่งขึ้นพระองค์ก็เสด็จลงจากปราสาท ทรงถวายทานอันประณีตแด่ประสงค์ ด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง แล้วก็ยังได้ถวายผ้าไตรจีวร แล้วทรงกราบทูลเรื่องราว ที่พระองค์ได้พบเห็นเปรตกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพุทธองค์จึงทรงให้พระราชาอุทิศส่วนกุศลไปให้เปรต ทั้นที่ที่ได้กรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศลไปให้ทิพยสมบัติก็บังเกิดขึ้นกับเปรตทันที

 

 

TD%200625_03.jpg

                    ในยามราตรีเปรตได้มาปรากฏให้พระราชาเห็นอีก ได้กล่าวขอบคุณว่า บัดนี้ข้าพระองค์เป็นเทวดาผู้มีฤทธิ์ พระองค์เป็นผู้ยังข้าพระองค์ให้พ้นทุกข์ ยังพระอริยสงฆ์ให้อิ่มหนำด้วยไทยธรรมมีข้าว น้ำ และผ้าไตรจีวรเป็นอันมาก จึงได้ทิพยสมบัติเหล่านี้ บัดนี้ข้าพระองค์จึงมาเพื่อกล่าวขอบคุณ

 


                    เห็นไหมจ๊ะว่าคนที่เกิดมากินบุญเก่าอย่างเดียว ไม่ได้สร้างบุญใหม่เอาไว้ ก็จะพบกับชีวิตที่น่ารันทดหดหู่อย่างนี้แหละ ผู้กินบุญเก่าย่อมโศกเศร้าในปรโลก นี่ก็เป็นกฎแห่งการกระทำของสรรพสัตว์ เป็นกฎเกณฑ์ในสังสารวัฏที่เราจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรื่องกฎแห่งกรรมนี้ถึงแม้จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม แต่ความจริงมันก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว เพราะประกอบเหตุเช่นไรย่อมได้รับผลเช่นนั้น แล้วอย่าคิดว่าเมื่อเราตายไปแล้วหมู่ญาติจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ บางทีเขาก็ลืมเราไปแล้ว ดีที่สุดทำให้ตัวเองดีกว่าอย่าไปหวังพึ่งคนอื่น เพราะฉะนั้นในตอนนี้ที่เรายังมีชีวิตอยู่ ควรรีบสั่งสมบุญเอาไว้ให้มากๆ อย่าได้ประมาทชะล่าใจ อย่าเพิ่งไปปลื้มใจกับทรัพย์สมบัติที่เราหามาได้ ให้เอาทรัพย์นั้นมาสร้างบารมีให้เต็มที่ แล้วเราก็จะได้รวย สวย ฉลาดสมปรารถนาไปทุกภพทุกชาติกันนะจ๊ะ

 

พระธรรมเทศนาโดย: พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)  

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -
 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล