องค์สมบัติของพระอุปัชฌายะ ๕ อย่าง

วันที่ 25 ตค. พ.ศ.2562

องค์สมบัติของพระอุปัชฌายะ ๕ อย่าง

องค์สมบัติของพระอุปัชฌายะ ๕ อย่าง

     ภิกษุผู้จะเป็นอุปัชฌายะให้อุปสมบท เป็นอาจารย์ให้นิสัยต้องประกอบด้วยองค์สมบัติ ๕ ประการ (๓ องค์เหมือนข้างต้น) คือ

     ๑. เป็นผู้มีศรัทธา มีหิริ มีโอตตัปปะ มีวิริยะ มีสติ ฯ

     ๒. เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีลอาจาระ ความเห็นชอบ เคยได้ยินได้ฟังมากมีปัญญา ฯ

     ๓. รู้จักอาบัติ มิใช่อาบัติ อาบัติเบา อาบัติหนัก จำปาฏิโมกข์ได้แม่นยำ ฯ

     ๔. อาจพยาบาลเองหรือสั่งผู้อื่นให้พยาบาลสัทธิวิหาริก อันเตวาสิกผู้อาพาธ อาจระงับเองหรือหาผู้อื่นให้ช่วยระงับความกระสันของสัทธิวิหาริกอันเตวาสิก อาจบรรเทาเองหรือหาผู้อื่นให้ช่วยบรรเทาความเบื่อหน่ายอันเกิดขึ้นแก่สัทธิวิหาริก อันเตวาสิก โดยทางธรรม รู้จักอาบัติ รู้จักวิธีออกจากอาบัติ ฯ

     ๕. อาจฝึกสัทธิวิหาริก อันเตวาสิก ในสิกขาบทเป็นส่วนอภิสมาจารคือมรรยาท อาจแนะนำสัทธิวิหาริก อันเตวาสิก ในสิกขาบทเป็นส่วนเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ คือพระบัญญัติอันเป็นหลักแห่งการประพฤติพรหมจรรย์ อาจแนะนำธรรมวินัยให้ยิ่งขึ้นไป และอาจเปลื้องทิฐิผิดล้องอันเกิดขึ้นแก่สัทธิวิหาริก อันเตวาสิก โดยทางธรรม ฯ ทั้งมีพรรษาได้ ๑๐ หรือยิ่งกว่า องค์เหล่านี้แม้บกพร่องบางอย่างก็ได้ ที่ขาดไม่ได้คือกำหนดพรรษา ฯ

     นอกจากนี้ โดยระเบียบบริหารคณะสงฆ์ พระอุปัชฌายะจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติตามที่บัญญัติไว้ในสังฆาณัติ ระเบียบพระอุปัชฌายะพุทธศักราช ๒๔๘๗ มาตรา ๑๓ ดังนี้

     (๑) มีตำแหน่งในทางปกครอง ชั้นรองเจ้าอาวาส หรือผู้ช่วยเจ้าอาวาสขึ้นไป ฯ

     (๒) มีพรรษาพ้น ๑๐ ฯ

     (๓) ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพไร้ความสามารถ หรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรืออาพาธเป็นโรคติดต่อ เช่น โรคเรื้อน หรือวัณโรคในระยะอันตราย ฯ

     (๔) ประวัติความประพฤติดี ฯ

     (๕) เป็นที่นับถือของประชาชน ทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ ฯ

     (๖) เป็นเปรียญ หรือนักธรรมชั้นเอก เว้นแต่ในบางท้องถิ่น ซึ่งเจ้าคณะพิจารณาเห็นสมควรผ่อนผัน ฯ

     (๗) สามารถฝึกสอนนิสสิตให้เป็นภิกษุสามเณรที่ดีตามพระธรรมวินัย ฯ

     (๘) มีความรู้ความสามารถทำอุปสมบทกรรมให้ถูกต้องตามพระวินัย และระเบียบของคณะสงฆ์