คำบอกอนุศาสน์ แบบย่อ (มหานิกาย)

วันที่ 07 พย. พ.ศ.2562

คำบอกอนุศาสน์ แบบย่อ (มหานิกาย)

คำบอกอนุศาสน์

• แบบย่อ (มหานิกาย)

      “ตาวเทว ฉายา เมตพฺพา อุตุปมาณํ อาจิกฺขิตพฺพํ, ทิวสภาโค อาจิกฺขิตพฺโพ, สงฺคีติ อาจิกฺขิตพฺพา, จตฺตาโร นิสฺสยา อาจิกฺขิตพฺพา จตฺตาริ จ อกรณียานิ อาจิกฺขิตพฺพานิ”

      พึงบอกให้วัดกำหนดเงาอาทิตย์ พึงบอกฤดู พึงบอกส่วนแห่งวัน,พึงบอกรวบรวมกรรมนี้หมดด้วยกัน, พึงบอกนิสัย ๔ พึงบอกอกรณียกิจ ฯ

 

      ๑. “ปิณฺฑิยาโลปโภชนํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชา, ตตฺถ เต ยาวชีวํ อุสฺสาโห กรณีโย, อติเรกลาโภ, สงฺฆภตฺตํ อุทฺเทสภตฺตํ นิมนฺตนํ สลากภตฺตํ ปกฺขิกํ อุโปสถิกํ ปาฏิปทิกํ”

      บรรพชาอาศัยโภชนะ คือ คำข้าวที่ได้มาด้วยกำลังปลีแข้ง (บิณฑบาต) เธอพึงทำอุตสาหะในสิ่งนั้นตลอดชีวิต ฯ ลาภเหลือเฟือ (ลาภมาก) ภัตต์ถวายสงฆ์ ภัตต์เฉพาะสงฆ์ (ภัตต์ที่เกิดแต่) การนิมนต์ ภัตต์ถวายตามสลาก ภัตต์ถวายในปักษ์ ภัตต์ถวายในวันอุโบสถ ภัตต์ถวายในวันขึ้น ๑ ค่ำ แรม ๑ ค่ำ ฯ

      (สงฆ์นวกะพึงรับว่า) "อาม ภนฺเต"

 

      ๒. “ปํสุกูลจีวรํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชา, ตตฺถ เต ยาวชีวํ อุสฺสาโห กรณีโย, อติเรกลาโภ, โขมํ กปฺปาสิกํ โกเสยฺยํ กมฺพลํ สาณํ ภงฺคํ”

      บรรพชาอาศัยผ้าบังสุกุลจีวร เธอพึงทำอุตสาหะในสิ่งนั้นตลอดชีวิต ฯ ลาภเหลือเฟือ ผ้าเปลือกไม้ ผ้าฝ้าย ผ้าไหม (แพร) ผ้าขนสัตว์ ผ้าป่านผ้าด้ายแกมไหม ฯ

      (สงฆ์นวกะพึงรับว่า) "อาม ภนฺเต"

 

      ๓. "รุกฺขมูลเสนาสนํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชา, ตตฺถ เต ยาวชีวํ อุสฺสาโห กรณีโย, อติเรกลาโภ, วิหาโร อฑฺฒโยโค ปาสาโท หมฺมิยํ คุหา"

      บรรพชาอาศัยโคนต้นไม้เป็นเสนาสนะ เธอพึงทำอุตสาหะในสิ่งนั้นตลอดชีวิต ฯ ลาภเหลือเฟือ, วิหาร (กุฎีปกติ) เรืองมุงแถบเดียว (เพิง) เรือนชั้น เรือนโล้น (หลังคาตัด) ถ้ำ ฯ

      (สงฆ์นวกะพึงรับว่า) “อาม ภนฺเต”

 

      ๔. “ปูติมุตฺตเภสชฺชํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชา ตตฺถ เต ยาวชีวํ อุสฺสาโห กรณีโย อติเรกลาโภ, สปฺปิ นวนีตํ เตลํ มธุ ผาณิตํ”

      บรรพชาอาศัยมูตรเน่าเป็นยา, เธอพึงทำความอุตสาหะในสิ่งนั้นตลอดชีวิต ฯ ลาภเหลือเฟือ เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย (น้ำตาล) ฯ

      (สงฆ์นวกะพึงรับว่า) “อาม ภนุเต”

 

      ๕. "อุปสมฺปนฺเนน ภิกฺขุนา เมถุโน ธมฺโม น ปฏิเสวิตพฺโพ อนฺตมโส ติรจฺฉานตายปิ, โย ภิกฺขุ เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวติ, อสฺสมโณ โหติ อสกฺยปุตติโย, เสยฺยถาปิ นาม ปุริโส สีสจฺฉินฺโน อภพฺโพ เตน สรีรพนฺธเนน ชีวิตุํ, เอวเมว ภิกฺขุ เมถุนํ ปฏิเสวิตฺวา อสฺสมโณ โหติ อสกฺยปุตฺติโย ตนฺเต ยาวชีวํ อกรณียํ”

      อันภิกษุผู้อุปสมบทแล้ว ไม่พึงเสพเมถุนธรรม โดยที่สุดแม้ในสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย ภิกษุใดเสพเมถุนธรรม, ไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร เปรียบเหมือนบุรุษถูกตัดศีรษะแล้วไม่อาจมีสรีระคุมกันนั้นเป็นอยู่ ภิกษุก็เหมือนกัน เสพเมถุนธรรมแล้ว, ไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร การนั้นเธอไม่พึงทำตลอดชีวิต ฯ

      (สงฆ์นวกะพึงรับว่า) "อาม ภนุเต"

 

      ๖. “อุปสมฺปนฺเนน ภิกฺขุนา อทินฺนํ เถยฺยสงฺขาตํ อาทาตพฺพํ, อนฺตมโส ติณสลากํ อุปาทาย, โย ภิกฺขุ ปาทํ วา ปาทารหํ วา อติเรกปาทํ วา อทินฺนํ เถยฺยสงฺขาตํ อาทิยติ, อสฺสมโณ โหติ อสกฺยปุตฺติโย, เสยฺยถาปินาม ปณฺฑุปลาโส พนฺธนา ปมุตฺโต อภพฺโพ หริตฺตตาย, เอวเมว ภิกฺขุ ปาทํ วา ปาทารหํ วา อติเรกปาทํ วา อทินฺนํ เถยฺยสงฺขาตํ อาทิยิตฺวา, อสฺสมโณ โหติ อสกฺยปุตฺติโย ตนฺเต ยาวชีวํ อกรณียํ”

      อันภิกษุผู้อุปสมบทแล้ว ไม่พึงถือเอาของอันเขาไม่ได้ให้ด้วยอาการแห่งขโมย, โดยที่สุดหมายเอาถึงเส้นหญ้า,

      ภิกษุใดถือเอาของอันเขามิได้ให้ เป็นส่วนแห่งขโมย บาทหนึ่งก็ดีควรแก่บาทหนึ่งก็ดี เกินกว่าบาทหนึ่งก็ดี, ไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร เปรียบเหมือนใบไม้เหลืองหล่นจากขั้วแล้ว ไม่อาจจะเป็นของเขียวสดได้, ภิกษุก็เหมือนกัน ถือเอาของอันเขามิได้ให้เป็นส่วนขโมยบาทหนึ่งก็ดี ควรแก่บาทหนึ่งก็ดี เกินบาทหนึ่งก็ดี แล้วไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร, การนั้นเธอไม่พึงทำตลอดชีวิต ฯ

      (สงฆ์นวกะพึงรับว่า) “อาม ภนฺเต”

 

      ๗. "อุปสมฺปนฺเนน ภิกฺขุนา สญฺจิจฺจ ปาโณ ชีวิตา น โวโรเปตพฺโพ, อนฺตมโส กุนฺถกิปิลฺลิกํ อุปาทาย, โย ภิกฺขุ สยฺจิจฺจ มนุสฺสวิคฺคหํ ชีวิตา โวโรเปติ อนฺตมโส คพฺภปาตนํ อุปาทาย, อสฺสมโณ โหติ อสกฺยปุตฺติโย, เสยฺยถาปิ นาม ปุถุสิลา ทฺวิธา ภินฺนา อปฺปฏิสนฺธิกา โหติ, เอวเมว ภิกฺขุ สญฺจิจฺจ มนุสฺสวิคฺคหํ ชีวิตา โวโรเปตฺวา อสฺสมโณ โหติ อสกฺยปุตฺติโย, ตนฺเต ยาวชีวํ อกรณียํ"

      อันภิกษุผู้อุปสมบทแล้ว ไม่พึงแกล้งพรากสัตว์จากชีวิต, โดยที่สุดหมายเอาถึงมดดำ มดแดง, ภิกษุใดแกล้งพรากกายมนุษย์จากชีวิต โดยที่สุดหมายเอาถึงยังครรภ์ให้ตก, ไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร, เป็นเหมือนศิลาหนาแตก ๒ เสี่ยงแล้วเป็นของกลับต่อกันไม่ได้, ภิกษุก็เหมือนกัน แกล้งพรากกายมนุษย์จากชีวิตแล้ว ไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร, การนั้นเธอไม่พึงทำตลอดชีวิต ฯ

      (สงฆ์นวกะพึงรับว่า) “อาม ภนุเต”

 

      ๘. "อุปสมฺปนฺเนน ภิกฺขุนา อุตฺตริมนุสฺสธมฺโม น อุลฺลปิตพฺโพ, อนฺตมโส สุญฺญาคาเร อภิรมามีติ, โย ภิกฺขุ ปาปิจโฉ อิจฺฉาปกโต อสนุตํ อภูตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อุลฺลปติ, ฌานํ วา วิโมกฺขํ วา สมาธึ วา สมาปตฺตึ วา มคฺคํ วา ผลํ วา, อสฺสมโณ โหติ อสกฺยปุตฺติโย เสยฺยถาปิ นาม ตาโล มตฺถกจฺฉินฺโน อภพฺโพ ปุน วิรุฬฺหิยา, เอวเมว ภิกขุ ปาปิจฺโฉ อิจฉาปกโต อสนฺตํ อภูตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อุลฺลปิตฺวา, อสฺสมโณ โหติ อสกฺยปุตฺติโย, ตนฺเต ยาวชีวํ อกรณียํ"

      อันภิกษุผู้อุปสมบทแล้ว ไม่พึงพูดอวดอุตตริมนุสธรรม โดยที่สุดว่าเรายินดีในป่าชัฏ, ภิกษุมีความอยากอันลามก อันความอยากอันลามกครอบงำแล้ว พูดอวดอุตริมนุษยธรรมอันไม่มีอยู่ อันไม่จริง คือฌานก็ดีวิโมกข์ก็ดี สมาธิก็ดี สมาบัติก็ดี มรรคก็ดี ผลก็ดีไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยะบุตร,

      เปรียบเหมือนต้นตาลมียอดด้วนแล้ว ไม่อาจจะงอกอีก, ภิกษุก็เหมือนกัน มีความอยากอันลามก อันความอยากอันลามกครอบงำแล้วพูดอวดอุตริมนุษยธรรมอันไม่มีอยู่ อันไม่เป็นจริง, ไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร การนั้นเธอไม่พึงทำตลอดชีวิต ฯ

      (สงฆ์นวกะพึงรับว่า) "อาม ภนฺเต"

 

      บทว่า "เต" ในคำว่า "ตตฺถ เต ยาวชีวํ" และในคำว่า "ตนฺเตยาวชีวํ” ในเวลาบอกพร้อมกันตั้งแต่ ๒ รูปขึ้นไป พึงเปลี่ยนใช้บทว่า "โว" แทนดังนี้ "ตตฺถ โว ยาวชีวํ ตํ โว ยาวชีวํ อกรณียํ"

 

จบคำบอกอนุศาสน์แบบมหานิกายอย่างย่อ ฯ