จากมนุษย์ไปเป็นเปรต เป็นเปรตเพราะตระหนี่และด่าพระสงฆ์

วันที่ 24 ธค. พ.ศ.2562

กรณีศึกษาการเวียนว่ายตายเกิดของสัตว์โลก

จากมนุษย์ไปเป็นเปรต เป็นเปรตเพราะตระหนี่และด่าพระสงฆ์


                                         กรณีตัวอย่างของผู้ที่ไปเกิดเป็นเปรตนี้ ถูกนำเสนอผ่านรายการฝันในฝัน      ในวันจันทร์ที่ 22 กันยายนพ.ศ. 2546 เป็นท่านชาย เดินทางมาจากเมืองซัวเถา ประเทศจีน มาทำมาหากินในประเทศไทยท่านเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2535 ขณะมีอายุได้ 72 ปี


                                         สมัยที่ท่านยังอยู่ในวัยหนุ่ม ต้องทำงานด้วยความยากลำบากเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว เนื่องจากมีลูกถึง 10 คน เมื่อเข้าสู่วัยกลางคน ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ท่านไม่ค่อยมีความผูกพันกับลูกๆนัก ทั้งนี้เป็นเพราะว่ามีภรรยาน้อย และมักจะอยู่กินกับภรรยาน้อย ปกติทำบุญสาธารณะกุศล

 

                                          แบบคนจีนทั่วไป ไม่ชอบทำบุญกับพระ เนื่องจากมีความคิดว่า พระขี้เกียจ ไม่ทำมาหากิน ซึ่งความคิดนี้ได้ถ่ายทอด มายังลูกชายของท่านทั้ง 5 คน ขณะที่ลูกสาวอีก 5 คน มีนิสัยชอบทำบุญเหมือนแม่ (ภรรยาหลวง)โดยทั่วไปท่านดูแข็งแรงดี แต่ในบั้นปลายของชีวิตมีโรคเบาหวานและโรคความดัน

 

                                          ในวันที่ท่านจากไป ท่านจากไปอย่างสงบ โดยนอนตะแคง กอดหมอนข้างเหมือนคนนอนหลับ สาเหตุที่ท่านเสียชีวิต เพราะหมดอายุขัย จึงตายเหมือนหลับไป จากนั้นกายละเอียดหลุดออกจากร่างและวนเวียนอยู่ที่บ้าน เมื่อครบ 7 วัน เจ้าหน้าที่จากยมโลกมารับตัวและพาไปที่โรงวินิจฉัยในยมโลก 

 

                                           ทำให้ท่านตกใจและกลัวมาก ที่หน้าโรงวินิจฉัย มีผู้คนมากมายหลาก หลายเชื้อชาติเปลือยกายทั้งหญิงทั้งชาย เมื่อถึงคิวของท่าน เจ้าหน้าที่ได้ลากตัวไป อยู่ต่อหน้าพญายมราช
พญายมราชซักถามประวัติ แล้วถามว่า

 

                                             "เจ้ารู้ไหมว่า ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่" ท่านตอบและขอร้องว่า "ไม่รู้ อย่าทำอะไรผมเลยครับ ท่านพญายมราชปล่อยผมไปเถอะ" พญายมราชบอกว่าจะปล่อยเขาต่อเมื่อ เขาได้ทราบบุญบาปที่ทำเอาไว้ แล้วสั่งให้สุวานเลขาเปิดบัญชีบาปฉายให้ดู

 

                                            ปรากฏเป็นภาพกรรมที่ท่านเคยทำ คือกรรมเจ้าชู้ และกรรมดูหมิ่นดูแคลน  พระสงฆ์ ด่าว่าพระขี้เกียจ ไม่ทำมาหากิน เมื่อท่านได้เห็นภาพกรรม ที่ตนเองกระทำ จึงทำให้ใจเศร้าหมอง ร่างกายก็พลอยเศร้าหมองไปด้วย

 

                                            จากนั้นพญายมราชสั่งให้สุวรรณเลขา เปิดบัญชีบุญว่าท่านทำอะไร ไว้ขณะเป็นมนุษย์บ้างก็ปรากฏภาพ บุญสาธารณกุศลที่ท่านทำไว้แต่ไม่มากนัก พญายมราชจึงพิพากษาให้นำตัวท่านไปสู่ประตูที่จะไปสู่เมืองเปรต เมื่อไปถึงประตู ร่างของท่านก็ถูกดูดไปสู่เปรตโลก

 

                                            กลายเป็นเปรต มีลักษณะผอมสูงดำมีหนอนไชที่ปาก ตัวมีกลิ่นเหม็น ปากเหม็น เพราะกรรมที่ดูหมิ่นดูแคลนพระสงฆ์ มีอวัยวะเพศใหญ่ หนักเหมือนลูกตุ้มเหล็ก ทุกข์ทรมานมาก เพราะกรรมที่มักมากในกาม  ท่านได้รับบุญที่ลูกหลานอุทิศไปให้ จึงทำให้อายุของการเป็นเปรตน้อยลง

 

ไปทำบุญแต่ด่าพระ ตายแล้วเป็นเวมานิกเปรต


                                         กรณีตัวอย่างท่านต่อมา นำเสนอในรายการฝันในฝัน ในวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 เป็นท่านชาย มีอาชีพเป็นชาวนาฐานะยากจน และทำมาหากินด้วยความยากลำบาก มีลูก 7 คน แต่ไม่มีลูกคนใดสามารถเรียนหนังสือให้จบได้ ต้องลาออกมาช่วยท่านทำนา โดยอาศัยผักและปลาที่หามาจากแม่น้ำมาเลี้ยงชีวิต


                                         ท่านเป็นคนมีนิสัยซื่อสัตย์สุจริต รักครอบครัว อดทน ขยันหมั่นเพียร ทำงานเก่ง จึงทำให้สามารถตั้งตัวได้ในเวลาต่อมา แต่เนื่องจากท่านไม่ค่อยเชื่อเรื่องบุญบาป จึงมักทำทั้งบุญและบาป นานๆ จึงจะทำบุญตามประสาชาวบ้านสักครั้ง เช่น ตักบาตร บวชพระ ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า ช่วงบั้นปลายของชีวิต จึงทำบุญมากขึ้น

 

                                        เพราะลูกสาวคนหนึ่งชักชวนให้ทำบุญบ่อยๆ จึงทำบุญทุกครั้งที่ลูกสาวชวน แต่ครั้นลับหลัง มักพูดว่า นรก สวรรค์ไม่มีจริง รวมทั้งชอบด่าว่าพระเป็นประจำ บั้นปลายของชีวิตท่านป่วยด้วยโรคชรา มีความทุกข์ทรมานมาก ทานอาหารไม่ค่อยได้ หลงๆ ลืมๆ แต่ไม่ยอมไปพบแพทย์


                                        ขณะใกล้ตาย ท่านเห็นภาพกุ้ง หอย ปู ปลา ที่ท่านเคยทำปาณาติบาตไว้ ภาพที่ตนเองด่าพระ กลับกับภาพบุญที่ตนเองทำไว้เล็กๆ น้อยๆ และบุญที่ลูกสาวชวนให้ทำ ใจของท่านจึงไม่หมองไม่ใสจนกระทั่งละโลกแล้ววนเวียนอยู่ในบ้าน 7 วัน

 

                                         เมื่อครบ 7 วัน เจ้าหน้าที่ผู้ปกครองเขตซึ่งเป็น ภุมมเทวา มารับตัวท่าน พาไปอยู่ในหมู่บ้านเวมานิกเปรต 1 โดยกลางคืนเป็นเปรต กลางวันเป็นเทวดา เป็นรุกขเทวาเวมานิกเปรต มีวิมานอยู่ระดับเรี่ยๆ ยอดไม้ วิมานเป็นเงินหลังไม่ใหญ่นัก


                                         ขณะเป็นเทวดาในเวลากลางวัน ท่านจะมีอาหารอิ่มหนำสำราญ เพราะผลบุญที่ทำ แต่พอใกล้พลบค่ำจะรู้สึกเร่าร้อน เพราะผลกรรมที่ไม่เชื่อเรื่องนรก สวรรค์ และด่าพระ จึงดิ้นทุรนทุรายไม่สามารถอยู่ในวิมานได้ ต้องรีบออกมานอกวิมาน และเมื่อพ้นจากวิมานร่างก็จะกลายเป็นเปรต รูปร่างสูงใหญ่ ตามร่างกายสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็นและเน่า ที่ปากมีหนอนกัดกินยั้วเยี้ยมากมาย ที่เป็นเช่นนี้เพราะเกิดจากกรรมที่ด่าพระ

                                         ด้วยความทุกข์ทรมานเขาจึงร้องโวยวายว่า "เชื่อแล้วๆ เรื่องนรก เรื่อง สวรรค์ เชื่อแล้วๆ" แต่พูดไม่ค่อยถนัดเนื่องจากมีหนอนชอนไชอยู่เต็มปาก เป็นความเชื่อในระดับ ภูมิปัญญาของเวมานิกเปรตเนื่องจากยังไม่ได้ไปเห็นนรกจริงๆขณะที่เป็นเปรต จะมีความรู้สึกอยากให้ถึงตอนเช้าเร็วๆ อยากเห็นแสงอรุโณทัยแสงเงินแสงทองเร็วๆ


                                         เพื่อจะได้กลับเป็นเทวดา ทำให้มีความรู้สึกว่า วันคืนของมนุษย์ทำไมนานมาก ทำไมดวงอาทิตย์ไม่ขึ้นสักที ทั้งนี้เป็นเพราะความทุกข์ทรมาน ที่ตนเองได้รับ

 

จากหนังสือ DOU
           วิชา GL 101 จักรวาลวิทยา
                                 กลุ่มวิชาเป้าหมายชีวิต

 Total Execution Time: 0.018024965127309 Mins