ลักษณะ รส อาการปรากฏ และปทัฏฐานของศีล

วันที่ 10 กค. พ.ศ.2567

2567.07.10%20b.jpg

 

ลักษณะ รส อาการปรากฏและปทัฏฐานของศีล


      ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา ท่านแสดงถึงลักษณะเป็นต้นของศีลไว้ เพื่อเป็นทางศึกษาและกำหนดลักษณะอาการของศีล

 

        ลักษณะของศีล คือ ความปกติของกายเป็นต้น โดยทรงอยู่อย่างเรียบร้อยไม่พลุ่งพล่าน อนึ่ง ความเป็นรากฐานก็กล่าวได้ว่าเป็นลักษณะของศีล กล่าวคือ ศีลนี้แม้จะมีประเภทเป็นอันมาก เช่น เป็นเจตนา เป็นเจตสิก เป็นสังวรแต่ก็มีลักษณะเหมือนกันคือเป็นฐานรองรับกุศลธรรมทั้งหลาย ทำให้กายวาจาทรงอยู่เรียบร้อย เหมือนรูปซึ่งสามารถมองเห็นได้ด้วยตา แม้จะมีหลากสี เช่น สีเขียว สีเหลือง เป็นต้น ก็ไม่พ้นจากภาวะที่พึ่งเห็นได้ด้วยตา


        อาการของศีลที่เป็นปกตินี้ หมายรวมถึงความปกติทุกอย่างของกายและวาจา คือทำอะไรเป็นปกติ พูดอะไรเป็นปกติ ไม่ผิดแผกจากปกติธรรมดาไม่ก่อความเดือดร้อนให้ใคร ไม่ทำให้ใครเสียหาย ผู้คนทั่วไปก็เห็นว่าทำหรือพูดเช่นนั้นเป็นปกติ ไม่ดูผิดแปลกทำให้เสียหายอย่างไร อันนี้แหละเรียกว่าศีล ผู้มีความปกติเช่นนี้แหละเรียกได้ว่าผู้มีศีล
 

       ดังนั้น  อาจกล่าวได้ว่าคนเรามีศีลมาแต่เดิมด้วยกันทุกคน เพราะดำรงชีวิตอยู่เป็นปกติแต่มาเปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นคนไม่มีศีล ไม่รักษาศีล ก็เพราะไปละเมิดศีล ไม่ทำอะไรที่เคยทำมาเป็นปกติ ไปทำสิ่งผิดปกติที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนเสียหาย หรือตัวเองเสียหายหมดสภาพความเป็นคนปกติไป คนไม่มีศีลไม่รักษาศีลหรือคนที่ขาดศีลมีสภาพผิดปกติอย่างไรไม่จำต้องบอก เพราะรู้เห็นกันอยู่โดยทั่วไปแล้ว
 

            รสของศีล คือ การกำจัดความทุศีล หรือเป็นคุณคือความที่ไม่มีโทษ


          คำว่า รส ในที่นี้หมายถึง กิจ คือหน้าที่หรือภาระที่พึงทำ และหมายถึง สมบัติ คือข้อดี ศีลมีหน้าที่ในการขจัดปัดเป่าความประพฤติที่เป็นการล่วงละเมิดไม่ให้ประพฤติล่วงละเมิดศีล และมีสมบัติคือคุณความดี ไม่มีโทษไม่มีเวรภัยใดๆ

 

            อาการปรากฏของศีล  คือ  ความสะอาด   ซึ่งเมื่อมีศีลหรือปฏิบัติตามหลักศีลแล้ว กาย วาจา และใจย่อมสะอาด ไม่มีมลทินให้น่าตำหนิ


              ปทัฏฐานของศีล คือ หิริและโอตตัปปะ


              ปทัฏฐาน   หมายถึง   เหตุใกล้หรือแบบแผนอันเป็นที่ตั้งสำหรับยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ   ในที่นี้ หิริคือความละอายใจ โอตตัปปะคือความกลัวต่อบาปความอายชั่วกลัวบาปนี้เป็นปทัฏฐานของศีล หิริและโอตตัปปะนี้เป็นเหตุเป็นแบบแผนสำหรับยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการรักษาศีลที่สำคัญเบื้องต้นหากไม่มีหิริและโอตตัปปะ ศีลก็เกิดขึ้นไม่ได้
 

         ในข้อนี้ท่านอธิบายไว้ว่า   ศีลนี้นั้นมีความสะอาดที่ตรัสไว้อย่างนี้ว่าความสะอาดกาย ความสะอาดวาจา ความสะอาดใจ เป็นอาการปรากฏ ย่อมปรากฏโดยสภาวะอันสะอาด ย่อมถึงภาวะอันจะพึงถือเอาได้ ส่วนหิริและโอตตัปปะวิญญูชนทั้งหลายรับรองกันว่าเป็นปทัฏฐานของศีลนั้น อธิบายว่า หิริและโอตตัปปะเป็นเหตุใกล้ของศีล ที่จริง เมื่อหิริและโอตตัปปะมีอยู่ ศีลจึงเกิดขึ้นและดำรงอยู่ เมื่อหิริและโอตตัปปะไม่มี ศีลย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ ตั้งอยู่ไม่ได้แท้

 

          ตามหลักนี้เป็นอันให้แนวไว้ชัดเจนว่า


        การที่จะมีศีล  รักษาศีล  และให้ศีลดำรงอยู่ได้นั้นต้องอาศัยหิริและโอตตัปปะ ความอายชั่วกลัวบาปเป็นแกนหลัก หากปราศจากคุณธรรมสองข้อนี้แล้วท่านแสดงว่าศีลย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ หรือเมื่อเกิดแล้วก็ดำรงอยู่ไม่ได้

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0041096488634745 Mins