ยอดกัลยาณมิตร

วันที่ 17 กค. พ.ศ.2568

17_7_68_14b%281%29.jpg
 

ยอดกัลยาณมิตร

 

                    นางอุตตรานั้นมีวิญญาณของยอดกัลยาณมิตร ต้องการให้นางสิริมาได้ฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อโปรดเธอให้พ้นจากฐานะของการเป็นหญิงงามเมือง ยกระดับจิตของเธอให้สูงขึ้น นี่คือความคิดของนางอุตตราพระโสดาบันผู้มีจิตใจที่งดงาม คิดหากุศโลบายที่จะทำให้นางสิริมามีโอกาสได้ฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงกล่าวว่า “สิริมา ฉันเป็นหญิงที่มีบิดานะ ถ้าหากบิดาของฉันยกโทษให้ ฉันก็จะยกโทษให้เธอเช่นกัน”

 

                    สิริมากล่าวว่า “คุณแม่ เรื่องนั้นไม่ลำบากหรอก ฉันจะไปกราบแทบเท้าท่านปุณณเศรษฐีบิดาของคุณแม่”

 

                    นางอุตตราบอกว่า “ท่านปุณณะเป็นบิดาผู้ให้กำเนิดฉันในวัฏสงสารเท่านั้น แต่ว่ามีบิดาอีกท่านที่ทำให้ฉันเกิดใหม่แล้วหลุดพ้นจากวัฏสงสารอีกด้วย ฉันต้องการให้บิดาท่านนี้ยกโทษให้เธอ”

 

                    นางสิริมา “ก็ท่านใดหรือเป็นบิดาที่ท่านกล่าวว่า ทำให้ท่านเกิดแล้วพ้นจากวัฏสงสาร"

                    นางอุตตรา “พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างไรเล่า”

                    นางสิริมา “โอ คุณแม่ ฉันไม่คุ้นเคยกับพระองค์ท่าน”

                    นางอุตตรา “ไม่เป็นไรฉันจะช่วยเธอเอง พรุ่งนี้พระบรมศาสดาจะเสด็จมาที่นี่พร้อมภิกษุสงฆ์ เธอจงถือเครื่องสักการะตามแต่เธอจะหาได้แล้วก็มาที่นี่ โดยเธอต้องจัดเครื่องสักการะเอง แล้วฉันจะพาเข้าไปกราบขอให้พระองค์ยกโทษให้”

 

17_7_68_14b%282%29.jpg

 

                    นางสิริมารับคำว่า “ได้ค่ะ คุณแม่” จากนั้นก็กลับไปยังบ้านของเธอสั่งการให้หญิงบริวาร ๕๐๐ ของตน จัดเตรียมอาหารอย่างดี

 

17_7_68_14b%283%29.jpg

 

                    วันรุ่งขึ้น นางสิริมาพร้อมด้วยบริวารก็มาที่บ้านของนางอุตตรานางสิริมาได้แต่ยืนประคองเครื่องสักการะ อันได้แก่ภัตตาหารที่ปรุงและจัดแต่งอย่างประณีตสวยงาม แต่ไม่กล้าใส่บาตรพระภิกษุสงฆ์ที่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประมุข จึงยืนอยู่ห่างๆ เพราะสำนึกว่าตัวมีความผิด แล้วมีความรู้สึกลึกๆ ในใจว่า อาชีพที่เธอทำอยู่นี้ไม่เหมาะสมที่จะเข้าไปใกล้พระพุทธองค์ ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของนางอุตตรา เธอจึงเดินเข้าไปรับเอาเครื่องสักการะจากมือของนางสิริมา แล้วนำมาถวายแทนให้

 

                    พระผู้มีพระภาคเจ้าและคณะสงฆ์รับภัตตาหารแล้วก็ลงมือขบฉันนางสิริมาเห็นว่า พระพุทธองค์เสวยภัตตาหารของตน ภิกษุสงฆ์ก็ขบฉันจึงคิดว่า “ท่านเหล่านี้ไม่ได้รังเกียจเราเลย” นางสิริมาพร้อมบริวารจึงค่อยๆ กล้าเข้ามาหมอบกราบใกล้พระบาทของพระบรมศาสดา

 

                    เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าและพระสงฆ์ทำภัตกิจเสร็จเรียบร้อยแล้วพระบรมศาสดาก็ทรงทักทายเพื่อให้เธอสบายใจ แล้วถามว่า “เธอมีความผิดอะไรหรือ"

 

                    นางสิริมากราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อวานนี้หม่อมฉันได้ทําร้ายนางอุตตราผู้เป็นธิดาของพระองค์ แต่นางไม่ถือโกรธเลย กลับห้ามนางทาสีที่พากันเบียดเบียนหม่อมฉัน ทั้งยังได้ทำอุปการะแก่หม่อมฉันหม่อมฉันรู้สึกซาบซึ้งถึงคุณของนาง จึงขอให้นางยกโทษให้ แต่นางกล่าวว่าถ้าหากพระองค์ยกโทษให้ จึงจะงดโทษนั้นให้ด้วย”

 

17_7_68_14b%284%29.jpg

                    พระบรมศาสดา “อุตตรา เป็นอย่างที่สิริมาว่าอย่างนั้นหรือ”

 

                    นางอุตตรา “อย่างนั้นเจ้าค่ะ เมื่อวานนี้สิริมาหญิงสหายของ

หม่อมฉันได้ราดรดเนยใสที่เดือดพล่านลงบนศีรษะของหม่อมฉัน”

 

                    พระบรมศาสดา “เมื่อเป็นอย่างนั้น เธอคิดอย่างไร”

 

                    นางอุตตรา “หม่อมฉันคิดว่า จักรวาลนี้แคบนัก พรหมโลกก็ต่ำเกินไป คุณของสิริมานั้นมากอย่างยิ่ง เพราะว่าหม่อมฉันได้อาศัยเธอให้มาปฏิบัติหน้าที่ภรรยาชั่วคราวแทน หม่อมฉันจึงมีโอกาสสั่งสมบุญถืออุโบสถศีล ได้ให้ทานและฟังธรรม ถ้าหากว่าหม่อมฉันมีความโกรธต่อนางแม้แต่นิดเดียว ก็ขอให้เนยใสที่เดือดพล่านนั้นจงลวกหม่อมฉันเถิด แต่ถ้าหากความโกรธไม่มีแม้แต่นิดเดียวก็จงอย่าลวก แล้วหม่อมฉันก็แผ่เมตตาให้นางสิริมาเจ้าค่ะ”

 

                    พระบรมศาสดาตรัสว่า

                    “ดีแล้วอุตตรา การชนะความโกรธได้อย่างนี้สมควรแท้”

                    (ตรัสพระคาถานี้ว่า)

                    อกุโกเธน ชิเน โกธํ                    อสาธุํ สาธุนา ชิเน

                    ชิเน กทริยํ ทาเนน                    สจฺเจนาลิกวาทินํ.

 

                    พึงชนะคนโกรธ ด้วยความไม่โกรธ

                    พึงชนะคนไม่ดี ด้วยความดี

                    พึงชนะคนตระหนี่ ด้วยการให้

                    พึงชนะคนพูดเหลวไหล ด้วยคำจริง,

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0010391473770142 Mins