ทรงกลมหายไปไหน

วันที่ 25 กค. พ.ศ.2568

ทรงกลมหายไปไหน

 

                           จริง ๆ แล้วทรงกลม หรือ ทรงโดม หรือความเป็นHemi-spherical Dome นั้นไม่ได้สูญหายไป หากถูกปรับไปซ่อนไว้ในความเข้าใจของพุทธศาสนิกชนในอดีต จึงทำให้มองไม่เห็น เพราะส่วนโค้งดังกล่าวได้หลอมละลายไปเป็นส่วนเดียวกับอากาศเสียแล้ว

 

                           จริงหรือไม่ ท่านผู้อ่านลองนึก หรือลองขีดเขียนตามคำเล่าดูก็ได้ว่า ถ้าหากท่านลองกางวงเวียนออก ให้ปลายเข็มแหลมอยู่ที่จุดกึ่งกลางฐานของพุทธเจดีย์ทรงระฆังทรงดอกบัว หรือทรงใดก็ได้ที่ไม่ใช่ทรงโดม กะระยะวงเวียนให้มีรัศมีเท่ากับจุดกึ่งกลางฐานถึงปลายยอด แล้วลองหมุนวาดวงเวียนดู ท่านจะเห็นส่วนโค้ง นั่นคือส่วนโค้งหรือส่วนโดมที่ถูกละไว้ในความเข้าใจ25-7-68_17b%282%29.png

                           เนื่องจากหากคิดจะสร้างพุทธเจดีย์ให้มีส่วนโดมใหญ่อย่างนั้นพื้นที่ฐานและพื้นที่โดมจะต้องใหญ่มากพุทธศาสนิกชนในอดีตจึงเลือกส่วนสูงให้เป็นส่วนที่มองเห็นดังนั้นแล้วละส่วนโค้งไว้ในฐานที่เข้าใจ ส่วนโค้งหรือโดมที่มองไม่เห็นนี้เรียกกันในภาษานักวิชาการว่า The Invisible Domeคือโดมที่มองไม่เห็นนั่นเอง

 

                           เพราะฉะนั้น “โดม” หรือครึ่งวงกลมของพุทธเจดีย์มิได้หายไปไหน พุทธเจดีย์ทุกองค์ยังคงมีโดม แต่ถูกละไว้ในฐานที่เข้าใจเท่านั้น ครั้นเวลาผ่านล่วงเลยนานเข้า เมื่อตามองไม่เห็น ขาดการถ่ายทอดอธิบาย ทำให้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ของชนรุ่นหลังจึงไม่ทราบเลยว่าพุทธเจดีย์ทุกองค์มีส่วนโดมอยู่ด้วย และไม่ทราบด้วยว่าส่วนโดมนั้น ความเป็นจริงแล้วถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดของความเป็นพุทธศาสนเจดีย์

 

ทำไมส่วนโดมถึงเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด

                           เพราะ “โดม” คือส่วนที่แสดงให้เห็นถึงอานุภาพของการตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าพระองค์และอำนาจธรรมของพระองค์นั้นอยู่เหนืออำนาจของสังสารวัฏที่ครอบคลุมและควบคุมมหาจักรวาลนี้อยู่ เฉกเช่นครอบฟ้าที่ครอบเราไว้ไม่ให้เราได้มองเห็นแม้สวรรค์ชั้นที่ถัดขึ้นไปจากเรา ทั้งนี้เพื่อปิดกั้นมิให้เรารู้ถึงผลแห่งคุณงามความดี คือบุญ และผลแห่งบาปคือนรก ที่ทุกคนต้องรับผลของบุญและบาปนั้น ๆ จากการกระทำของตัวเอง และด้วยตัวของตัวเอง

25-7-68_18b%282%29.png

                           นอกจากนั้น “โดม” ยังแสดงถึงความสำคัญของจุดประจบกันของรังสีที่กระทำโดยดวงตะวัน จุดนั้นคือจุดรังสีที่เจ็ด (The seventh ray) และบอกเล่าถึงเส้นตรงที่ทรงพลังที่สุด ที่สามารถรองรับพลังจากดวงตะวันได้สูงสุด คือ ZenithLine ซึ่งความหมายที่แท้จริงก็คือเส้นทางสายกลาง หรือมัชฌิมมรรค (Middle Way)

 

                           หากนำทรงกลมนี้มาเทียบกับร่างกายของมนุษย์ตามทฤษฎีมหาบุรุษ (ร่างกายของลักษณะมหาบุรุษเมื่ออยู่ในท่านั่งขัดสมาธิ หน้าตักจะเท่ากับส่วนสูง) จะพบว่าทรงกลมหรือ ทรงโดมนั้นถูกออกแบบเพื่อถ่ายทอดลักษณะการตรัสรู้ธรรมได้อย่างแท้จริง ดังที่พระอรหันต์อุปคุปตะ เมตตาแนะนำให้พระเจ้าอโศกมหาราชสร้างสาญจิพุทธเจดีย์เป็นพุทธเจดีย์ที่ทำหน้าที่แสดงทั้งหมดของพระพุทธศาสนาให้นั่นคือแสดงถึงพระรูปกาย พระธรรมกาย และพระสัทธรรมดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

25-7-68_19b%282%29.png

                           ดังนั้นพุทธเจดีย์จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะเป็นสถาปัตยกรรมที่ถ่ายทอดนามธรรมสู่รูปธรรมเพื่อความยั่งยืนของพระพุทธศาสนาต่อไป

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.00081953207651774 Mins