มหาธรรมกายเจดีย์
มหาธรรมกายเจดีย์ คือการกลับมาของพุทธเจดีย์ทรงกลม ที่ผ่านกาลเวลายาวนานกว่า ๒๒๐๐ ปี จึงปรากฏตัวสู่สายตาชาวโลกอีกครั้ง
กว่า ๒๒๐๐ ปี ที่รูปลักษณ์อันเป็นทั้งหมดของพระสัทธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะหวนกลับคืนนับเป็นการกลับมาอย่างสมบูรณ์แบบยิ่งกว่า คือ กลับมาในช่วงเวลาที่โลกมนุษย์ และพุทธศาสนิกชนกำลังปรารถนาความสงบ โหยหาความสุขจริง ๆ ที่สามารถเข้าถึงและอยู่ด้วยกันได้จริงอย่างถาวรควบคู่ไปกับวัน เวลา และลมหายใจของชีวิต และการกลับมาพร้อม ๆ กับความเข้าใจอย่างแท้จริงในพระสัทธรรม เพียงแต่มหาธรรมกายเจดีย์มีส่วนฐานที่แปลกออกไปจากเดิมแต่หากเรานำมหาธรรมกายเจดีย์ไปเปรียบเทียบกับคำสั่งที่พระพุทธองค์ทรงตรัสกับพระอานนท์ในวาระที่ยังดำรงพระชนม์อยู่นั้นกลับดูเหมือนจะไม่แปลกแต่อย่างไร
กล่าวคือพระพุทธองค์ทรงตรัสกับพระอานนท์ว่า “อานนท์ พุทธเจดีย์จะต้องมีลักษณะดังนี้” ว่าแล้วพระพุทธองค์ก็ทรงนำผ้าสามผืน คือ “ผ้าไตร” ของพระองค์เอง มาพับแล้ววางซ้อนกันจากใหญ่ไปหาเล็กจากนั้นทรงนำบาตรประจำพระองค์มาวางคว่ำลงบนผ้าที่ซ้อนกันไว้ดีแล้ว

หากนำภาพมาเทียบเคียงกับมหาธรรมกายเจดีย์แล้วเมื่อพิจารณาโดยรูปทรงจะเห็นว่าแทบจะไม่ผิดเพี้ยนจากกันเลย เพียงแต่วิวัฒนาการสมัยใหม่ได้ถูกนำเข้าประยุกต์ใช้เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้สอยเพราะความเอียงที่ลาดออกไปจากตัวโดมนั้นคือที่นั่งของพระสงฆ์ และการนั่งของพระสงฆ์ในบริเวณลาดเอียงที่เรียกว่า “สังฆรัตนะ” นี่เองที่ทำให้มหาธรรมกายเจดีย์เป็นเจดีย์แห่งพระรัตนตรัย

ธรรมรัตนะ กับ พุทธรัตนะ อยู่ที่ไหน
มหาธรรมกายเจดีย์ได้แยกส่วนของธรรมรัตนะกับพุทธรัตนะไว้อย่างชัดเจน เพราะการที่กัลยาณมิตร หรือกัลยาณชนคนใดจะพึงเข้าถึงธรรมะภายใน คือพระธรรมกาย (กายแห่งตรัสรู้ธรรม ที่เริ่มต้นตั้งแต่เบื้องต้นถึงสูงสุดอันเป็น “พุทธรัตนะ” นั้น) บุคคลคนนั้นจะต้อง รู้จัก เคยชิน และเข้าใจการวางใจให้เป็นปกติอยู่กับการหยุดนิ่ง คือ “ธรรมรัตนะ” เสียก่อน
มหาธรรมกายเจดีย์ จึงวางสัดส่วนแห่งความสงบหยุดนิ่งนี้ไว้ระหว่างสังฆรัตนะกับพุทธรัตนะ คือเป็นความนิ่งเรียบหรือเป็นแนวเรียบที่เป็นส่วนของการเชื่อมต่อระหว่างส่วนลาดเอียงกับส่วนโดม
ส่วนพุทธรัตนะนั้นย่อมแน่นอนว่า คือ ส่วนทั้งหมดที่เป็นโดมที่แสดงไว้อย่างชัดเจน ทั้งที่เป็นส่วนโค้ง และองค์พระธรรมกาย (กายสำคัญกายเดียวเท่านั้นที่เกิดขึ้นจากการหยุดนิ่งของใจเพื่อใช้ในการตรัสรู้ธรรมในเส้นทางสายกลาง)

มหาธรรมกายเจดีย์ให้สาระอะไรกับเราบ้าง
เหล่านี้จะเป็นคำตอบและเป็นเหตุผลว่าทำไมมหาธรรมกายเจดีย์จึงเป็นเจดีย์แห่งพระรัตนตรัยและยังเป็นเจดีย์ที่กล่าวได้ว่าเป็นทั้งหมดของพระธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา
ในความเป็นเจดีย์แห่งพระรัตนตรัยนั้นมองเห็นได้ชัดเจนจากโครงร่างและรูปลักษณ์ภายนอก และยิ่งชัดเจนมากขึ้น ในด้านการใช้งานเมื่อพระสงฆ์ขึ้นไปนั่งเรียงรายอยู่โดยรอบ มีรายละเอียด ดังนี้
พุทธรัตนะ คือส่วนที่ประดิษฐานพระธรรมกายไว้ ทั้งหมดของโดมและส่วนลาดเอียงที่มีความสูงเท่ากับฐานโดมถึงยอดโดม
ธรรมรัตนะ คือส่วนแนวเรียบต่อเนื่องจากพุทธรัตนะ ทำหน้าที่เชื่อมต่อกับบริเวณที่เป็นที่นั่งของพระสงฆ์
สังฆรัตนะ คือบริเวณลาดเอียงที่ทำเป็นชั้นสำหรับพระสงฆ์ใช้เป็นที่นั่งขณะประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา
สำหรับในด้านการใช้งานจริง ๆ แล้ว สามารถกล่าวได้ว่ามหาธรรมกายเจดีย์ เป็นเจดีย์แห่งพุทธบริษัท ๔ เพราะถัดออกมาจากสังฆรัตนะ คือ สาธุชนที่มาประชุมกันในวันประกอบพุทธศาสนพิธี
โดมที่เป็นมากกว่าครอบฟ้า
คือ ส่วนโดมของมหาธรรมกายเจดีย์ จะเห็นได้ว่าองค์พระธรรมกายอันเป็นกายตรัสรู้ธรรมทุกองค์ตั้งอยู่เหนือ และอยู่บนเส้นแนวส่วนโค้งทั้งสิ้น ที่เป็นเช่นนี้เพราะ
ส่วนโค้ง หรือแนวเส้นโค้งแสดงถึงครอบฟ้า หรืออำนาจของสังสารวัฏที่พระธรรมกายที่อยู่ภายในพระสรีระของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้กำจายออกไปอัดแน่นอยู่เพื่อคุ้มครองโลกและจักรวาล ในวาระที่พระรูปกายสลายแล้วในกองเพลิง
องค์พระ ที่ตั้งอยู่บนส่วนโค้งแสดงถึงการหลุดพ้นออกจากการครอบคลุมและควบคุมของสังสารวัฏและหลุดพ้นได้ เพราะเข้าถึงพระธรรมกาย
องค์พระยอดโดม แสดงถึงความเป็นใหญ่แสดงความเป็นและเป็นประมุขแห่งการหลุดพ้นหรือการตรัสรู้ นั่นประธานคือ พระธรรมกายสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นประธานของพระอรหันตสาวกทั้งปวง (คือองค์พระที่ผู้สร้างสลักชื่อไว้ที่ฐานซึ่งมีความประสงค์แสดงว่าผู้ใดเป็นคนสร้างพระองค์นั้น ๆ )
พระบรมพุทธเจ้า คือพระธรรมกายที่ประดิษฐานไว้ภายใน ณ กึ่งกลางฐานของโดม พระบรมพุทธเจ้า ณ ที่นี้แสดงทั้งความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่จะต้องประกอบขึ้นด้วยสองกายสำคัญ คือ พระรูปกายและพระธรรมกายที่จะต้องมีความเสมอกัน เท่ากันในทุก ๆ ส่วนสัด สามารถซ้อนกันได้สนิทประดิษฐานไว้ ณ จุดที่สาญจิพุทธเจดีย์ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และที่สำคัญกว่านั้น คือการแสดงถึงมัชฌิมมรรค หรือเส้นทางสายกลางของมหาธรรมกาย เจดีย์
มหาธรรมกายเจดีย์กับมัชฌิมมรรค
หรือเส้นทางสายกลาง (Middle Way)
หากนำมหาธรรมกายเจดีย์มาผ่าครึ่งด้วยจินตนาการหรือมองด้วย side view จะเห็นมัชฌิมมรรค หรือเส้นทาง



นอกจากนี้แทนที่จะทําเป็นรูปสัญลักษณ์ เช่น เม็ดน้ำค้าง พระ หรือดวงแก้วบนพระจันทร์เสี้ยวด้านหงาย กลับใช้เครื่องหมายที่เด่นชัดที่สุด คือการนำองค์ “พระธรรมกาย”มาเป็นตัวแทนทั้งหมดของสภาวะแห่งการตรัสรู้ธรรม คือ ใช้แทนทั้งวัชรอาสน์ และแทนต้นอัสสัตถพฤกษ์
ทั้งหมดที่ท่านได้อ่านมาตั้งแต่จนบัดนี้ ย่อมเป็นที่เข้าใจได้ด้วยตัวท่านเองแล้วว่า มหาธรรมกายเจดีย์ได้ถอดถ่ายทั้งหมดของหลักแห่งการสร้างพุทธศาสนเจดีย์มาได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ด้วยการนำรูปทรงดั้งเดิมมาประยุกต์และทำให้เด่นชัดขึ้นด้วยวิทยาการสมัยใหม่ นับเป็นมหาเจดีย์ที่นำความจริงแห่งการทำสมาธิปฏิบัติธรรม อันเป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญว่าสูงสุดออกมาตีแผ่ เพื่อความเข้าใจเพื่อให้ชนรุ่นหลังไม่ต้องใช้การตีความในการมองดูพุทธเจดีย์อีกต่อไป
ที่สำคัญที่สุด คือ พุทธเจดีย์ต้องเป็นปูชนียสถานที่สามารถให้ความสงบ ให้ความสง่างามบนความเรียบง่ายทว่าทรงพลังอยู่ในที โดยทุกอย่างดังกล่าวมานี้ มีอยู่ครบครันในความเป็นมหาธรรมกายเจดีย์ เจดีย์ที่ทรงพลังและให้กำลังอย่างยิ่งเมื่อได้เห็น ได้เข้าใกล้ ได้พินิจพิจารณา
